วันนี้พอมีเวลาว่าง  ขอเล่าเรื่องประสบการณ์การเข้าค่ายของนักเรียนชั้น ม.๖  โรงเรียนคงทองวิทยา  ในระหว่างวันที่  ๘ – ๑๐  มีนาคม  ๒๕๕๓   ณ  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานต่อค่ะ

            ความเดิมตอนที่แล้ว  หลังจากวันแรกที่เด็ก ๆ มาถึง  วิทยากรได้ฝึกให้นักเรียนได้เข้าฐานเรียนรู้  ๕ ฐาน   จากนั้นก็ให้ความรู้ในเรื่องการดูนก  และการเดินป่า.... เหตุการณ์ตอนนี้จะเป็นอย่างไร  ขอเชิญติดตามค่ะ

                   

           เช้าวันใหม่พวกเราตื่นกันแต่เช้า   แล้วก็ตามวิทยากรไปดูนกกันในช่วงเวลาประมาณหกโมงเศษ ๆ    บรรยากาศค่อนข้างตื่นเต้น   ต้องเดินกันเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงดัง  กติกาก็คือแต่ละกลุ่มที่มีนักเรียนรวม  ๑๑ คนจะต้องหานกให้ได้ไม่น้อยกว่า  ๑๓  ชนิด

           พวกเราใช้เวลาเดินดูนกจนครบจำนวนประมาณ  ๑  ชั่วโมง  เมื่อพบแล้วก็ช่วยกันดูลักษณะเด่น  ตรงที่ปาก  สี   ขนาด  จากนั้นก็ช่วยกันเปิดหนังสือคู่มือดูนก    ว่ากันว่านกในเมืองไทยมีทั้งหมดประมาณ  ๙๐๐  ชนิด    ที่อุทยานแห่งนี้มีนกมากกว่า ๔๐๐  ชนิดด้วยกัน  http://www.ubonzoo.com/wild_animals/bird_watch.htm   
 นกที่พวกเราได้พบเห็น มีมากมายได้แก่นกกะลิงเขียดหางหนาม นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ นกปรอทโอ่งท้องสีน้ำตาล   นกโพระดก  เป็นต้น

                        

              ภาพถ่ายจากกล้องที่ถ่ายผ่านกล้องส่องทางไกล ฝีมือพี่แจ๊คกี้

                   ดูนกเสร็จรับประทานอาหารเช้าเตรียมตัวเดินป่ากันต่อ  โดยห่อข้าวห่อน้ำไปรับประทานกันในป่า  ก่อนไปมีกิจกรรมนันทนาการเพื่อให้เด็ก ๆ สนุกสนาน

                   ในเวลา ๐๙.๓๐ น. พวกเราทั้งหมดก็เริ่มเดินป่าด้วยชุดที่เห็นกล่าวคือต้องสวมถุงเท้าหุ้มปลายกางเกงขายาวไว้เพราะป้องกันเห็บเข้าไปกัด... การเดินป่าในครั้งนี้ทุกกลุ่มจะมีครูดูแลนักเรียน ๑ คน และ วิทยากรประจำกลุ่มอีก ๑ คน 

                      

                   เส้นทางการเดินป่าเป็นเส้นทางถนนประมาณ ๑ กิโลเมตร   จากนั้นจึงเลาะเข้าสู่ผืนป่าใหญ่รวมประมาณ ๕ กิโลเมตร  ตลอดทางเดินเมื่อพบเห็นสิ่งแปลก ๆ    พี่แจ๊คกี้จะคอยแนะนำตลอดทาง  เมื่อมีพืชที่หายาก   และสัตว์หน้าตาแปลก ๆ ก็จะถ่ายภาพไว้ให้   บางภาพก็จำไม่หมดเพราะลืมจด  ดังเช่นภาพนี้  ว่ากันว่าหายากมาก

                      

                                        ภาพอะไรเอ่ย ใครช่วยตอบทีค่ะ

                      

                        ลูกฟักข้าวค่ะ สมุนไพรมากคุณค่ารักษาโรคหอบหืดได้

                        

                                           ตัวนี้เรียกว่า จักจั่นงวงค่ะ

                  แล้วนี่อะไรคะ ร่องรอยใหม่ ๆ มีผีเสื้อตอมอยู่  เห็นแล้วก็หวาดเสียว

                  เมื่อเข้าไปในป่า    พวกเราทุกคนได้มีโอกาสรู้จักพืชสมุนไพรที่เคยได้ยินบ่อย ๆ เพิ่งจะเห็นหน้าตากันจริง ๆ ก็คราวนี้  ไม่ว่าจะเป็น ม้ากระทืบโรง   กำลังวัวเถลิง  กำลังหนุมาน  กำลังช้างสาร  ต้นเขียวหมื่นปี   แข้งไก่ดำ   กลิ้งกลางดง   (สมุนไพรที่บำรุงร่างกายต้องคนอายุสี่สิบปีขึ้นไปจึงจะรับประทานได้  ช่วยให้เลือดลมดี)       หรือแม้แต่พญาร้อยปล้อง พืชที่ใช้ป้องกันงู  ล้วนแต่น่าสนใจทั้งสิ้น

                  
                                    ต้นพญาร้อยปล้อง

                    พวกเราใช้เวลาเดินป่าเพื่อคุ้นเคยกับธรรมชาติ    และตระหนักถึงคุณค่าของต้นน้ำลำธารที่มีคุณอันยิ่งใหญ่ต่อมนุษย์   เหนื่อยนักก็พักผ่อนแล้วเดินต่อ   จนใกล้เที่ยงก็หาลำธารนั่งรับประทานอาหารกลางวันซึ่งห่อไปคนละหนึ่งห่อ   พี่แจ๊คกี้ไม่ลืมเตือนเด็ก ๆ   ให้ช่วยกันเก็บยางวงและถุงพลาสติกให้เรียบร้อยโดยไม่สร้างมลภาวะให้ผืนป่า   พักได้ระยะหนึ่งก็เดินทางต่อ

                 ระหว่างทางเดินยังมีฐานที่ให้พวกเราได้เรียนรู้      นั่นคือให้เด็ก ๆ จับคู่กัน
แล้วคนหนึ่งใช้ผ้าพันคอปิดตา   จากนั้นให้เพื่อนจูงไปที่ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง     แล้วให้เด็กที่หลับตาสร้างความคุ้นเคยให้มากที่สุด  ด้วยการกอดต้นไม้  สัมผัสถึงผิว     ขนาด  และพยายามจดจำให้ได้     ได้เวลาสมควรก็จูงเพื่อนกลับมาจุดเดิม   เปิดตาแล้วให้ไปหาต้นไม้ที่ต้นเองเดินไปโอบกอดเมื่อสักครู่  กิจกรรมนี้สอนให้เรารู้จักการสังเกตต้องมีประสาทสัมผัสที่ดีในการอยู่ป่า

                   ฐานสุดท้ายที่สร้างความประทับใจให้เด็ก ๆ  มากที่สุดคือ ฐานกวางน้อย
ฐานนี้วิทยากรจะปล่อยเด็ก ๆ     ไปคราวละ ๓ คน  เพื่อไปพบพี่วิทยากรที่ฐานบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกวางน้อยและแม่     ซึ่งหาอาหารในป่าแห่งหนึ่ง  จนอาหารบริเวณนั้นหมดต้องพาลูกไปหาอาหารแห่งใหม่      เมื่อพบผืนป่าแห่งใหม่จึงพาลูกไปหลบ  แล้วบอกว่าจะไปหาอาหารให้ลูก       เมื่อแม่ไปแล้วก็พบกับนายพรานใจร้าย       ได้ฆ่าแม่กวางตาย  ลูกกวางเมื่อไม่เห็นแม่ก็จำเป็นต้องออกมาหาอาหารด้วยต้วเอง    และตอนนี้สมมุติให้เด็ก ๆ ทุกคนเป็นลูกกวางน้อยที่ต้องเผชิญโลกภายนอก  ทุกคนต้องปิดตาด้วยผ้าพันคอ   แล้วค่อย ๆ เดินจับเชือกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสุดปลายเชือก..

                     เส้นทางการเดินป่าของลูกกวางน้อยแต่ละตัว  เป็นไปด้วยความลำเค็ญเพราะมีกิ่งไม้ขวางกั้น   บางคนก็ถูกไม้ดีดบ้าง  หรือไม่ก็ไปชนกิ่งไม้บ้าง   ระหว่างเดินก็มีเสียงช้างร้อง เด็กบางคนถึงกับหมดแรง        หน้าซีดเกือบเป็นลม       (วิทยากรสร้างสถานการณ์โดยร้องเลียนแบบเสียงช้างโดยร้องใส่ในท่อพีวีซี)    สุดทางก็ไปลงลำธาร  เด็ก ๆ ต้องคอยจับเชือกที่ผูกตามต้นไม้  ลุยน้ำ  ลุยลำธาร จะเปียกอย่างไรก็ต้องอดทน
เพื่อไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้   กวางน้อยเอย...ชีวิตจริงเจ้ายังต้องเผชิญโลกโชคชะตาอีกมากมายในสังคม  นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นก่อนจะโบยบินสู่ขอบฟ้ากว้าง  นั่นคือโลกของการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยชีวิตต่อไป... 

 

ลูกกวางน้อยที่มาถึงก่อนคอยแกล้งเพื่อนลูกกวางที่มาถึงที่หลัง

              พวกเราใช้เวลาอยู่ในป่าโดยเฉพาะฐานผจญภัยของลูกกวางน้อยก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง  กว่าทุกคนจะผ่านฐานก็ล่วงเข้าเวลาห้าโมงเย็น      เด็ก ๆ ต่างเล่นน้ำกันอย่างมีความสุข  และสนุกสนาน   อยู่ท่ามกลางผืนป่าที่โอบล้อม        เสียงจักจั่นเรไร  เสียงนกนานาพันธุ์  ผีเสื้อหลากหลายชนิดที่บินไปมาอย่างเบิกบาน    อาบน้ำรับประทานอาหารเย็น พักผ่อนเพื่อไปชมทะเลหมอกที่พะเนินทุ่งในวันรุ่งขึ้น....

 
โค้ดเพลงHi5