ศีลธรรมเชิงสัมพัทธ์                                                                    

                ตามหลักสัมพัทธนิยมทางวัฒนธรรม  วัฒนธรรมที่แตกต่างกันจะยอมรับหลักศีลธรรมที่ไม่เหมือนกัน  และมีการวินิจฉัยด้านศีลธรรมที่ผิดแผกกันไป  จึงพบว่าในหลายๆ ประเด็นทางด้านศีลธรรมในต่างวัฒนธรรม จะมีมุมมองต่างกัน          หลักคิดเช่นนี้เห็นได้ชัดในเนื้อหาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์  มานุษยวิทยา  และสังคมศาสตร์แขนงอื่นๆ  เช่น ในบางวัฒนธรรมมีความคิดว่าการแต่งงานแบบหลายผัวหลายเมีย (polygamy)  เป็นพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม  แต่อีกบางวัฒนธรรมกลับมิได้คิดเช่นนั้น  ในบางวัฒนธรรมมองว่าการมีทาสเป็นเรื่องผิดศีลธรรม  ขณะที่วัฒนธรรมอื่นๆ อาจมองว่าไม่            

                หากหลักคิดสัมพัทธนิยมทางวัฒนธรรมมีความถูกต้อง  จะมีนัยสำคัญอะไรบ้าง  กล่าวสำหรับบางคนแล้วเห็นว่า  หลักสัมพัทธนิยมทางวัฒนธรรมนำมาซึ่งการมองศีลธรรมเชิงสัมพัทธ์  ทำให้ย้อนรำลึกไปถึงข้อกล่าวอ้างของ Protagoras ใน Theaetetus ของเพลโต  มีอยู่ตอนหนึ่งที่เปรียบเทียบว่า  มนุษย์เป็นมาตรวัดของทุกๆ อย่าง  แต่ในอีกบางตอนอื่นๆ เขากลับกล่าวว่าชุมชนคือมาตรวัดของทุกสิ่งทุกอย่าง           สำหรับโสคราตีส นั้นเห็นว่าความเชื่อด้านศีลธรรมของชุมชนเฉพาะใดๆ  ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับชุมชนนั้น  ไม่มีอะไรที่เป็นความจริงและถูกต้องสมบูรณ์แบบอย่างวัตถุวิสัย  นั่นย่อมหมายความว่า  ชุมชนตัดสินคุณค่าเชิงศีลธรรมอะไรไปแล้วย่อมถูกต้องเสมอสำหรับชุมชนนั้น  หากชุมชนใดเห็นว่าอะไรเป็นสิ่งผิดศีลธรรม  ก็ย่อมเป็นการผิดศีลธรรมสำหรับชุมชนนั้น                 

                ตามหลักศีลธรรมเชิงสัมพัทธ์จะไม่ยอมรับว่ามีหลักศีลธรรมสากลที่ทุกคนควรจักยอมรับเสมอเหมือนกัน  แต่จะเห็นว่ามีหลักศีลธรรมเฉพาะถิ่นเฉพาะที่อันเป็นที่ยอมรับเฉพาะสังคมนั้น  สิ่งที่สังคมหนึ่งวินิจฉัยว่าถูกหรือผิดก็ตาม  อาจไม่จำเป็นต้องถูกวินิจฉัยด้วยมุมมองเดียวกันในสังคมอื่นๆ               

                กล่าวตามหลักคิดเช่นนี้  จึงไม่อาจกำหนดมาตรฐานสากลทางศีลธรรมไปใช้วินิจฉัยกับผู้คนหรือสังคมที่มิได้เกี่ยวข้องยอมรับหลักศีลธรรมนั้นด้วย  จะไม่มีการกล่าวอ้างเป็นศีลธรรมสากล  ตัวอย่างเช่น  ไม่อาจระบุว่า  คำกล่าวว่า  การมีทาสเป็นพฤติการณ์ที่ผิด  เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องแน่นอนทั่วไปอย่างวัตถุวิสัย  หากแต่ที่เราสามารถบอกได้ควรมีแต่เพียงว่า  ในบางสังคมนั้น  การมีทาสมิใช่เรื่องผิดศีลธรรมแต่อย่างใด   การวินิจฉัยลงไปทันทีว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก  ย่อมเป็นการพิจารณาไปจากจุดยืนทางศีลธรรมของเราเอง  แต่มิใช่จุดยืนทางศีลธรรมของเฉพาะกลุ่มสังคมนั้น              

                 การที่เราไม่ควรวินิจฉัยศีลธรรมของสังคมอื่นใดโดยใช้มาตรฐานศีลธรรมของเราเอง  ก็เพราะว่าศีลธรรมของเราใช่ว่าจะมีความถูกต้อง  สมเหตุสมผล  หรือเที่ยงธรรม  เหนือกว่าศีลธรรมของสังคมอื่นๆ  หลักศีลธรรมของทุกสังคมล้วนมีความเท่าเทียมกัน  และหลักศีลธรรมของแต่ละสังคมล้วนมาจากการวิจารณ์เชิงเหตุผลของสังคมนั้นมาแล้ว            

                หลักศีลธรรมเชิงสัมพัทธ์ยังใช้ในกรณีของบุคคลด้วย  ต่างบุคคลไม่ควรถูกมองว่าทำผิดศีลธรรม  หากต่างมาจากคนละสังคม    การวินิจฉัยว่าถูกหรือผิดศีลธรรมด้วยมาตรฐานหนึ่งๆเป็นเรื่องที่กระทำได้กับเฉพาะบุคคลที่ต่างก็อยู่ในสังคมเดียวกันเท่านั้น                                

                คนเรามีความโน้มเอียงจะคิดว่า  ความเชื่อที่ตนยึดถืออยู่มีความถูกต้องเสมอ  ส่วนความเชื่อที่ต่างออกไปล้วนผิดและไม่สมเหตุและผล  ถ้าหากหลักศีลธรรมเชิงสัมพัทธ์มีความถูกต้องแล้วไซร้  ความคิดหรือคำกล่าวในเชิงว่าเราถูกเขาผิดก็เป็นสิ่งมิบังควรอีกต่อไป                                

                 แล้วจะมีเหตุผลอะไรอื่นหรือไม่  ที่จะทำให้เชื่อได้ว่า  หลักการอธิบายเชิงสัมพัทธ์นี้มีความถูกต้องแล้วจริงๆ !!