ทำไมผมรับดูแลบ้านครูน้อย


เด็กยากจน

 

 

 

ทำไมผมรับดูแลบ้านครูน้อย

        ในฐานะผมเป็น “ประธานคณะทำงานด้าน”ที่รวมองค์กรด้านเด็กต่างๆ เข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อร่วมกันทำงานเพื่อเด็กในด้านต่างๆ ซึ่ง “บ้านครูน้อย”เข้าร่วมสมาชิกด้วย  ประกอบกับที่ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิใน “คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ”  เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ผู้ใหญ่ในองค์กรต่างๆ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับผมว่าควรทำอะไรเพื่อช่วยให้ครูน้ยอมีกำลังใจทำงานต่อไป รวมถึงทำความโปร่งใสในเรื่องการรับและใช้จ่ายเงินของครูน้อยให้เป็นระบบด้วย  ผมรับฟังและเริ่มไตร่ตรองว่าจะทำอย่างไรดี  ประจวบกับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “พล.ต.ท.พงศพัศ  พงษ์เจริญ”  ที่รู้จักและนับถือในน้ำใจกันมายาวนาน  โทรมาขอให้ผมช่วยเข้าไปวางระบบการทำงานให้แก่บ้านครูน้อย  โดยคำยินยอมของครูน้อย ทุกอย่างจึงลงตัว

       เวลาต่อมา ผมได้ทาบทาม “คุณสายสม วงศาสุลักษณ์”นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นแห่งชาติ   “คุณวิรัช  ต่อเทียนชัย” นักบริหารและนักธุรกิจที่มีจิตอันเป็นกุศล   “คุณสุธาทิพย์ ธัชยพงศ์” อดีตเลขาธิการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ  “คุณชนากานต์ สมพงษ์”ผู้มีประสบการณ์ทำงานเพื่อเด็กในชุมชนแออัดมายาวนาน  “คุณญาณี เลิศไกร” รองอธิบดีในกระทรวงพัฒนาสังคมฯ  “คุณขวัญวงศ์ พิกุลทอง”ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ  และ “ครูนวลน้อย ทิมกุล” ร่วมกันเป็นคณะกรรมการวางระบบ

       เมื่อกรรมการครบ  ผมนัดประชุมทันทีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ผลสรุปเป็นดังนี้ครับ

       หนึ่ง...กรรมการคณะนี้เป็นกรรมการเฉพาะกิจ เป็นกรรมการอาสาสมัคร ไม่รับค่าตอบแทนใดใดทั้งสิ้น อีกทั้งยังต้องช่วยกันบริจาคเงินมาจัดจ้างเจ้าหน้าที่ด้านบัญชี  ทั้งนี้กรรมการมีภาระช่วยวางระบบให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน จากนั้นจะมีกรรมการชุดใหม่มาดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป  

       สอง...เงินที่บริจาคมายังบ้านครูน้อยนั้น  จะจำแนกออกจากกันอย่างชัดเจนว่า บริจาคเพื่อปลดหนี้ หรือบริจาคเพื่อช่วยเด็ก จะแยกบัญชีออกจากกัน สำหรับการเบิกเงินจากบัญชีไปใช้นั้น จะไม่ใช้วิธีเบิกโดยครูน้อยคนเดียว  แต่ต้องมีผู้ร่วมลงนามเบิกเงินจากบัญชี  ส่วนการใช้จ่ายเงินนั้นจะต้องมีใบเสร็จรับเงินมาเป็นหลักฐาน ประกอบด้วย   รูปแบบเช่นนี้ครูน้อยยินดีดำเนินการเพราะจะได้พ้นจากข้อครหาต่างๆ   ทั้งยังช่วยให้เปรียบเทียบรายรับและรายจ่ายได้ทุกวันว่า “เงินพอใช้หรือไม่”   หากพอมีเหลือก็เก็บเข้าบัญชีไว้ใช้ทำงานในระยะยาว  หากไม่พอจะได้หาทางลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง  การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้ครูน้อยไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบอีกต่อไป

       สาม...รูปแบบของบ้านครูน้อยจะจดทะเบียนเป็น “องค์กรสาธารณะประโยชน์”แทนการเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กแบบเดิม  เพราะครูน้อยดูแลทั้งเด็ก คนพิการและผู้สูงอายุยากจนไปพร้อมกัน  การเป็นองค์กรแบบนี้จะได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ด้วย

       เบื้องต้น  รูปแบบและการบริหารงานจะเป็นเช่นนี้ครับ  ทำให้ได้ทั้งระบบที่ดีขึ้น   ได้ทั้งการช่วยเหลือเด็ก

ได้ทั้งการประคับประคองให้ครูน้อยและทีมงานทำงานต่อไปได้   ที่สำคัญคือสังคมยังเชื่อมั่นต่อการทำงานขององค์กรต่างๆ ว่า  ยังมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม   

      ............ครูหยุย.............

 

หมายเลขบันทึก: 348188เขียนเมื่อ 30 มีนาคม 2010 09:43 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 10:28 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (17)

เป็นกำลังใจให้ครับครูหยุย...ผมเคยเจออาจารย์ที่ซีเอส ปัตตานี วันที่อาจารย์ไปประชุมหลักสูตร สี่ ส. ของพระปกเกล้า ชื่นชมวิถีคิดและการทำงานของอาจารย์มากครับ

   ขอเป็นกำลังใจในการสรรค์สร้างสิ่งดีๆแก่สังคมครับโดยเฉพาะแก่เด็กและเยาวชน

ดีจังเลยค่ะ คุณครูหยุย เมื่อไหร่มีระบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ คนบริจาคช่วยเหลือก็เกิดความเชื่อมั่นว่าเงินบริจาคของเขาสามารถสร้างประโยชน์กับเด็ก ๆ กลุ่มเป้าหมายจริง ๆ คนไทยใจดีและพร้อมช่วยเหลือกันอยู่แล้ว

  • มาร่วมแสดงความยินดีค่ะ และเห็นความมีน้ำใจช่วยเหลือของคุณครูหยุยรวมทั้งองค์กรต่างๆที่ร่วมมือแก้ปัญหา
  • และเห็นคุณค่าของการทำความดีแม้ว่าจะเกิดปัญหาแต่ก็สามารถดำรงความเป็นครูน้อยไว้ได้ พร้อมทั้งให้โอกาสและจัดการระบบต่างๆให้ดีขึ้น
  • ยกย่องผู้ให้โอกาสค่ะและให้ความช่วยเหลือค่ะ ยอดเยี่ยมค่ะ
  • ขอให้ครูหยุยเป็นผู้ที่ทำเพื่อสังคมส่วนรวมต่อไปนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
  •                            
นักสืบเขาแน่จริงๆ

ลองแวะเข้าไปอ่านเรื่องครูน้อยดูก่อนซิ เห็นแล้วหมดศรัทธาเลย

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8924235/A8924235.html#62

การเข้าไปวางระบบช่วยครูน้อยนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ โดยเฉพาะระบบบัญชี จะทำให้เราทราบว่า มูลนิธิใช้จ่ายอย่างไรและตรงไหนเหมาะสม ไม่เหมาะสม จะเป็นสถิติเพื่อนำไปปรับปรุงและวางแผนการใช้เงินในปีต่อไปได้ค่ะ ดีใจแทนครูน้อยที่มีครูหยุยเข้าไปช่วยดูแล ครูน้อยคงจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะน่ะค่ะ

ผมขออธิบายถึงความก้าวหน้าในการดูแลบ้านครูน้อยนะครับ ขณะนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย คือ

1.หนี้ทั้งหลายปลดหมดแล้ว

2.การใช้จ่ายเงินนั้น ถูกบล๊อกโดยระบบธนาคาร ใช้ได้ตามจ่ายจริง ไม่เกินวันละ 6.000 บาท (หกพันบาทถ้วน)

3.เงินบริจาคนั้น ผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จรับเงิน โดยมีผู้ลงนามสองคน (เดิมครูน้อยลงนามคนเดียว)โดยเงินบริจาคจะถูกนำเข้าบัญชีเงินฝาก เก๊บไว้ใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ

สำหรับข่าวคราวครูน้อย ที่ท่านทั้งหลายไปอ่านมาจากเว๊บต่างๆ นั้น ผมได้เปิดอ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่อง อ่านแล้วก็เก็บเป็นข้อมูลไว้ แล้วนำมาเทียบเคียงกับข้อมูลจริงที่ได้ไปพบ ไปตรวจสอบด้วยตนเอง ต้องเรียนว่าข่าวส่วนใหญ่ในทางร้ายนั้น เป็นข่าวที่ถูกสร้างขึ้นต่อเติมกันไป ผู้เขียนเหล่านั้น จำนวนมากอ่านและให้ความเห็นตามกันไป โดยไม่เคยพบตัวตนจริงของครูน้อยหรือแม้แต่เคยไปสัมผัสความจริงถึงพื้นที่เลย

ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อแก้ตัวให้ครูน้อย แต่เข้าไปดูแลหาความจริงและช่วยเหลือ ก็พบว่าสิ่งที่ครูน้อยพลาดคือไม่สนใจเรื่องของการทำงานอย่างเป็นระบบ การใช้คนและขาดความรอบคอบในเรื่องการเงิน จึงอยากให้กำลังใจคนทำงานเพื่อเด็กที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน....หากมีข้อเสนออะไรที่ทำให้ดีขึ้นได้มากกว่านี้ ช่วยเสนอมาด้วยนะครับ ขอบคุณแทนครูน้อยครับ

ขอบคุณค่ะที่เข้าไปช่วยเหลือดูแล..และวางระบบให้การทำงานของครูน้อย...ซึ่งมีเจตนาดีเป็นที่ตั้ง

ให้กำลังใจครูน้อยและครูหยุยนะครับ

ถ้ามีระบบการจัดการที่ดี คงจะไม่เกิดปัญหาจริงไหมครับ

สู้ๆ ครับ

เรียน ครูหยุย

       คุณครูแก้ปัญหาเรื่องครูน้อย ถูกทางแล้วค่ะ ถ้าจะให้ดีในระยะยาว ควรหานักบัญชีมืออาชีพมาวางระบบบัญชี และวางแผนการบริหารจัดการเงินให้งอกเงยนอกเหนือจากที่มีผู้บริจาค เพื่อในอนาคต "บ้านครูน้อย" จะได้มีเงินรายได้ประจำของมูลนิธิเพื่อหล่อเลี้ยงตนเองได้

       ครูหยุยคิดถูกแล้วที่มองว่า ครูน้อยมีเจตนาบริสุทธิ์ในการทำเพื่อเด็กจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้หาคนที่เสียสละเพื่อเด็กยากมาก การทำบัญชี วางระบบบัญชี คนที่ไม่มีใจรัก หรือไม่เข้าใจระบบจะมองไม่เห็นประโยชน์ของการ "จัดทำระบบบัญชี"

สวัสดีค่ะ

  • รู้สึกดีใจและปลื้มแทนครูน้อยค่ะ
  • ขอเป็นกำลังใจและขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาค่ะ

เมื่อวาน ผมส่งเจ้าหน้าที่ไปประมวลภาพรวมที่บ้านครูน้อย เพื่อจะส่งข่าวคราวต่อสังคมให้รับทราบ ผลเป็นดังนี้ครับ

1.ผมให้ปิดบัญชีทั้งหลายลง เหลือเพียงบัญชีเดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการการเงิน ทั้งเงินบริจาคเข้าและเงินเบิกใช้จ่ายในด้านต่างๆ

2.ภายหลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเมื่อหนี้สินหมดลง ขณะนี้มีข่าวดีก็คือในบัญชีนั้นมีเงินเก็บสะสมเพื่อใช้จ่ายทั้งระยะสั้นและระยะยาวรวมประมาณ 1 ล้านบาท

3.ผมกำลังเตรียมการให้มี "คณะกรรมการชุดถาวร"เพื่อช่วยครูน้อยบริหารจัดการ คาดหมายว่าน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อผมจะได้มีรเวลาไปจัดการดูแลองค์กรอื่นๆ ต่อไป เพราะปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น "ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับดูแลสถานที่ที่รับดูแลเด็กด้อยโอกาส"ทั้งหลาย

การจัดตั้งกรรมการชุดถาวรเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ผมจะแจ้งข่าวต่อนะครับ ขอบคุณสำหรับความเข้าใจในครูน้อย...

สวัสดีค่ะ ครูหยุย : ขอส่งกำลังใจให้ทั้งคุณครูน้อย และครูหยุยค่ะ ..

 

สวัสดีค่ะ ครูหยุย : ขอส่งกำลังใจให้ทั้งคุณครูน้อย และครูหยุยค่ะ ..

 

สุดยอดค่ะพี่หยุย ให้กำลังใจครูน้อยเช่นกันค่ะ

 

เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

ขอเป็นกำลังใจด้วย เช่นกันค่ะ ยินดีและต้องการสอนอาชีพเพื่อมีรายได้ สำหรับเด็กโต อายุ20 ปี ขึ้นไปค่ะ 086-6215098

ขอบคุณทุกๆ คนที่แวะมาให้กำลังใจ ขณะนี้งานครูน้อยไปได้ดีแล้วครับ หมดหนี้และยังมีงบทำงานต่อเนื่องได้เต็มที่

฿1,500.00 -47.0%
฿264.00 -33.33%
฿112.00 -73.75%
฿193.00 -36.79%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี