รู้ตัว รู้ตน

        วันนี้ประชุมตามวาระ  เริ่มเที่ยงตรง  เพราะช่วงเวลาราชการอาชีพของพวกเราต้องให้บริการ  หยุดไม่ได้  ถ้าเราหยุดพร้อมกันหลายๆคน  จะทำให้โหลดงานเพื่อนๆที่อยู่หน้างาน  ก็ได้อาศัยเวลาช่วงพักเที่ยง  รับประทานอาหารร่วมกันแล้วก็คุยกันไปด้วย...มีคำถาม  ทำได้หรือ  พวกเราทำมาแล้ว 7-8 ปี  ยอมเสียมารยาทตามที่บรรพบุรุษสั่งสอนกันมา  ช่วงรับประทานอาหารห้ามคุยกัน.

        การเข้าประชุมก็เป็นธรรมดาอีกนั่นแหละค่ะ  ว่าจะมีน้อยมากที่จะครบองค์ประชุม  แต่จำนวนที่มาไม่ครบก็จะมีจำนวนน้อยมากเช่นกัน  อย่างน้อยสัก 1-2 คนก็พอประมาณรับได้  เพราะทีมของเราไม่ใหญ่เกินไป  เอาเฉพาะที่พอคุยกันรู้เรื่อง ขัดแย้งคิดต่างกันบ้าง  ลงรอยและเห็นตามกันบ้าง

 

        วันนี้ซิ...หันซ้าย  หันขวา  เอ๊ะ!  หายไปไหนหลายคน  เลขาฯแจ้งที่ประชุมเรียบร้อยแต่ละคนติดภาระกิจอะไรบ้าง  เมื่อติดตามงาน  ประธานก็ให้แต่ละคนได้ออกความคิดเห็น บางคนเงียบไม่แสดงความเห็น  หรือถามแล้วยังตอบช้าเหมือนไม่ได้เตรียมการ

        "แพลนนิ่ง  นะ  ไม่ใช่  แพลนแล้วนิ่ง"  ประธานฯกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย  พวกเรามองหน้ากัน 

        เอ๋!...พักนี้เครียดไปรึเปล่านะท่านประธานฯ  เพราะปกติไม่ค่อยมีออกอาการแบบนี้  นานน๊านถึงจะเห็นสักครั้ง  เอาละคำคมวันนี้มาแล้ว  แพลนนิ่ง  ไม่ใช่แพลนแล้วนิ่ง  หรือจะเป็นแพลนวิ่งดีนะพวกเรา  ฉันกับเพื่อนที่นั่งติดกันไม่สลดหรือสะทกสะท้านใดๆเลย แอบกระซิบกันเล่นว่า...ไม่เอาน่าเจ้านายเดี๋ยวแก่เร็วนะ  อย่าใช้อารมณ์  อย่าให้ความเครียด  ความขุ่นมัวเข้าครอบงำ 

        "1 ดอกแล้วนะวันนี้"  เพื่อนข้างหลังสะกิดต่อ

 

       อ้าวแล้ว..1...2...3...4...5...ไปไหน (เอ๊า!...ตอนแจ้งให้ทราบประธานฯไม่อยู่นิ)  จึงตอบไปว่า 1...-...5 ไปประชุม...ค่ะ  งานเดียวกัน  ที่เดียวกัน 

        ไปประชุมอะไร  ทำไมไปกันมากมาย  ฟังน่ะฟังได้  แต่อย่างฟังแล้วเป็นแบบความรู้ท่วมหัว  เอาตัวไม่รอด  เขาให้ทำอะไรไม่ใช่ทำตามเขาหมด  ต้องดูตัวเราด้วยว่าเราเป็นใคร  บริบทของเราเป็นอย่างไร  เดี๋ยวนี้ใครอยู่ข้างบนเขามักมีโครงการมากมายให้พวกเราทำจนเป็นเหมือนการจัดงาน Eventไปแล้ว เดี๋ยวก็จัดงานนั้น  เดี๋ยวก็จัดงานนี้  พวกเราต้องตั้งหลักให้ทัน  อะไรคืองานหลัก  อะไรคือหน้าที่ของเรา  เราคือใครต้องตอบให้ได้  มาเป็นชุดเลยทีนี้ 

        "ดอกที่ 2...Event"  ฉันกับเพื่อนสบตากันโดยอัตโนมัติและส่งยิ้มให้กัน

  

        เมื่อกลับมาทบทวน...นั่นซินะ  หากเราแพลนแล้วนิ่ง  ทุกอย่างก็จะหยุด  มันก็จะเสียเวลาเปล่าหากลงแรงคิด  แล้วไม่ออกแรงทำ  การทำงานในองค์กรของเราก็ต้องตั้งสติกันให้ดี  หลายโครงการที่ทั้งสั่งการ  และที่เป็นนโยบายก็มากมี  ต้องตอบโจทย์ของเราให้ได้ว่าเราทำเพื่ออะไรกันแน่  ทำเพื่อให้ได้ตัวเลขเป็นไปตามเป้าหมาย  หรือทำเพื่อพัฒนากันแน่  แล้วเราทำเพื่อใคร  เพื่อตัวเรา  หรือเพื่อรับใช้สังคมและประชาชน  ทำไปวันๆ  หรือทำอย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร...หากเหนื่อยล้า  ก็หยุดเพื่อพิจารณาและตั้งสติ  ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา  หากเราใช้แต่อารมณ์กันงานก็จะพัง 

         ขอให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนร่วมอุดมการณ์