ไดเจ๊กห้า   : เป็นกลุ่มบ้านเรือนอยู่ตรงกลางระหว่างบ้านตาลินกับบ้านป่ารัง อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๒๕  ของถนนจากชุมแสง-หนองบัว แต่เดิมนั้น บริเวณไดเจ๊กห้าเป็นทางน้ำหลากมาจากเหนือล่องไปจรดกับห้วยปลาเน่าและห้วยวารี แล้วก็ไหลเทไปยังบึงบรเพ็ด

ในหน้าน้ำหลากกระทั่งน้ำทรงในเดือนสิบสองถึงเดือนยี่-เดือนอ้าย ไดเจ๊กห้าก็จะเป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมมาก ชาวบ้านจะมารวมตัวกันจับปลา เมื่อน้ำแห้ง ก้นคลองและดินโคลนตามลำห้วยแตกระแหง ก็จะเต็มไปด้วยเขียดหลากหลายชนิด ชาวบ้านก็จะมาจับเขียดกันอีก เขียดนี้ชุกชุมจนสามารถใช้อวนลากเรี่ยพื้นให้เขียดกระโดดเข้าไปติดอวนแทนการค่อยๆจับทีละตัวเลยทีเดียว

เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อนนั้นไดเจ๊กห้าเป็นทุ่งนาไม่มีบ้านเรือนชาวบ้าน ในหน้าทำนา ชาวนาหนองบัวและกลุ่มชาวบ้านจากชุมชนโดยรอบที่มุ่งมาหาปลา ก็มักจะมาทำห้างและตั้งเรือนพักชั่วคราว ต่อมาก็มี พ่อใหญ่เรือง : ครูเรือง พินสีดา ไปลงหลักปักฐานอยู่อาศัยที่ไดเจ๊กห้าอย่างเป็นการถาวร บ้านพ่อใหญ่เรืองกับไดเจ๊กห้าจึงเป็นแหล่งอ้างอิงกันและกัน

ครูพ่อใหญ่เรืองนี้ เป็นคนร่วมรุ่นกับครูเสริญบ้านป่ารัง ครูเสริญเป็นครูสอนและดูแลโรงเรียนบ้านป่ารัง ส่วนครูพ่อใหญ่เรืองนี้เป็นครูที่ร่วมกับนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ นายอำเภอหนองบัว และคนรุ่นบุกเบิกของบ้านตาลิน บ้านป่ารัง รังย้อย ห้วยถั่วใต้ และห้วยถั่วเหนือ ขอให้กองทุนวันครูของครูทั่วประเทศไทยในปี ๒๕๐๔ เอาทุนที่จะสร้างโรงเรียนให้เด็กๆลงไปสร้างโรงเรียนที่บ้านตาลิน ทำให้มีโรงเรียนวันครู(๒๕๐๔)  อยู่ที่บ้านตาลิน อำเภอหนองบัวตราบจนทุกวันนี้

ในปี ๒๕๐๔ นั้น การระดมทุนของเหล่าคุณครูทั่วประเทศ สามารถสร้างโรงเรียนเนื่องในวันครูในจังหวัดต่างๆของประเทศไว้เป็นที่รำลึกวันครูได้เพียง ๕ แห่งเท่านั้น โรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) ของอำเภอหนองบัวเป็นเพียง ๑ ใน ๕ ของโรงเรียนดังกล่าวนั้น และในปี ๒๕๕๔ นี้ก็จะก่อตั้งมาได้ครึ่งศตวรรษ ส่วนโรงเรียนบ้านป่ารังและโรงเรียนห้วยถั่วใต้ ต่อมาก็ได้ยุบให้เด็กๆไปเรียนที่โรงเรียนวันครู ไดเจ๊กห้าห่างจากบ้านตาลินและบ้านป่ารังเพียงเดินถึง

หากครูพ่อใหญ่เรือง อยู่จนถึงยุคปัจจุบันนี้ก็เชื่อว่าจะเป็นครูต้นแบบของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงท่านหนึ่งแน่นอน เพราะครูพ่อใหญ่เรืองท่านขอลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุราชการ จากนั้นก็ดำเนินชีวิตเป็นเกษตรกรแปรผืนดินที่ไดเจ๊กห้าทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ด้วยวิธีคิดที่ล้ำยุคเกินใครจะคาดคิด

ท่านขุดสระขนาดใหญ่ ๒ ลูกเชื่อมต่อกันและสามารถจัดการน้ำให้ถ่ายเทถึงกันได้ รอบคันสระก็ปลูกพืชสวนผสม ในสระก็เลี้ยงปลา ที่ขอบสระด้านหนึ่งทำเป็นคอกไก่และเลี้ยงไก่ให้ไก่ขี้ลงไปในสระเพื่อเกิดไรและเป็นอาหารปลา รอบสระเต็มไปด้วยแปลงผัก  ข่า ตะไคร้ และที่สุดจะก้าวหน้ามากก็คือท่านล้อมตาข่ายเลี้ยงกบและแมงดานา ซึ่งเมื่อกว่า ๓๐-๔๐ ปีก่อนโน้นไม่มีใครคิดได้ทันอย่างที่ครูพ่อใหญ่เรืองทดลองทำด้วยตนเองอย่างนี้เลย

เมื่อถึงวันพระหรือมีกิจกรรมประเพณีต่างๆของชุมชน ครูพ่อใหญ่เรืองนอกจากจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของลูกหลานแล้ว ก็จะเป็นศูนย์กลางของการตีวงเข้ามานั่งคุยและศึกษาหัวข้อธรรมต่างๆด้วยกันของชาวบ้าน ปัจจุบันท่านถึงแก่กรรมไปหลายปีแล้ว แต่ลูกหลานและภรรยาของท่านคือแม่ใหญ่คูณก็ยังคงอยู่ที่ไดเจ๊กห้า กระทั่งทุกวันนี้.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                                                                  ภาพ ข้อมูล และบรรยาย : วิรัตน์ คำศรีจันทร์
                                                                                                  ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 
                                                                                                  มหาวิทยาลัยมหิดล