ช่วงเช้าของวันนี้มีโอกาสดีจริงๆค่ะ ที่ได้เข้าไปร่วมพูดคุยกับคณะทำงาน KM ของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ที่มาศึกษาดูงาน KM ของคณะแพทยศาสตร์ของเรา
พี่เม่ยได้รับการติดต่อจาก "พี่นา" ให้ช่วยไปเล่าประสบการณ์คุณอำนวยของภาควิชาพยาธิวิทยา ก็ฉายหนังเรื่องเดิมค่ะ (ประเด็นนี้ท่านเอื้อก็พูดอยู่บ่อยๆ  เรื่องฉายหนังซ้ำ แต่พี่เม่ยว่าหนังดีๆดูหลายรอบก็ไม่เบื่อนะคะ ยิ่งได้ความประทับใจมากขึ้นเรื่อยๆ) คือเล่าเรื่องราวการดำเนินโครงการ Patho-otop ที่บูรณาการการจัดการความรู้ให้เนียนในเนื้องานประจำ  เรียกว่าเกือบหลับตาพูดได้แล้ว  พี่เม่ยสรุปประเด็นหลักว่า "เราทำKM แบบไม่รู้ตัว...เป็นธรรมชาติ และเนียน..น..น.. ในเนื้องาน"
แต่พี่เม่ยเองกลับเก็บเกี่ยวประเด็นสำคัญๆได้ ตอนท่านคณบดีเกริ่นนำภาพรวมของ KM คณะฯ ให้ผู้มาศึกษาดูงานฟัง  ซึ่งท่านได้ให้ความเห็นในมุมมองของผู้บริหารและนักวิชาการมากมายทีเดียวค่ะ
มีตอนหนึ่งที่ท่านพูดถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ว่าคนไทยมีความแตกต่างกับต่างชาติ ทั้งเรื่องนิสัยใจคอ วิธีคิด วิธีแสวงหาความรู้ คนไทยมักจะไม่ค่อยบอกความรู้ของตัวเองให้ใครง่ายๆ ยกเว้นว่าถ้าเป็นครู หรืออาจารย์นะ  ก็จะถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดีทีเดียว...."ท่านบอกว่า "เราต้อง break through ตรงนี้ให้ได้" ไม่งั้น KM ไม่เกิด
พี่เม่ยจึง ปิ๊ง แว้บ! ขึ้นมาว่า การที่จะทำให้คนถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองออกมาให้ได้มากมาย แบบที่เรียกว่า tacit knowledge ไหลมาเทมานั้น....
 "...ต้องทำให้เขารู้สึกว่า เป็นครู ให้ได้สิคะ"