ทั้งรักทั้งเกลียดมีประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ขอแค่เราบริหารจัดการความรู้สึกเหล่านั้นให้เป็นไปในทางบวก แล้วเราจะมีความสุขค่ะ....ชีวิตเราก็เท่านี้...รักกันไว้เถิด..นะคนไทยด้วยกันค่ะ.

ทั้งรักทั้งเกลียด

 แรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกนี้มาจากการสนทนากับพี่ชายที่เป็นผู้บริหารท่านหนึ่งที่นับถือกันมาโดยตลอด โดยหัวข้อการสนทนาเป็นเรื่องของการทำงาน การได้รับมอบหมายในตำแหน่งสำคัญๆของหน่วยงาน การแสดงมุฑิตาจิต เป็นเรื่องสำคัญ เช่นกันต่อเพื่อนร่วมงาน แต่กระนั้นในหน่วยงานนั้นก็อาจมีทั้งคนที่รัก และคนที่เกลียด ดังคำกล่าวที่ว่า “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” ที่นี้การบริหารจัดการ บุคคลท่านนั้นควรทำเช่นไรกับการบริหารความรักและความเกลียดนี้ ให้เกิดประโยชน์กับตัวบุคคลนั้นให้ได้มากที่สุด..คำตอบที่ได้ก็คือ..

*****คนที่รักเป็นกำลังใจ ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ แนะนำ ให้การงานราบรื่น ปราศจากอุปสรรค และรอดูความสำเร็จที่จะตามมา

*****คนที่เกลียด ก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ให้เราๆท่านๆได้เอาชนะความเกลียดนั้นด้วยการมุมานะทำงาน ทำความดี แก้ปัญหาและฝ่าฟันสงครามความเกลียดนั้นไปด้วยความไม่ประมาทในหน้าที่ ทำให้เป็นคนรอบคอบ ขยันหมั่นเพียร ด้วยกลัวว่าจะพลาด อันเป็นสิ่งดีที่ได้จากความเกลียด เพราะเขาจะเฝ้ารอดูความล้มเหลวของเราที่จะตามมา ถ้าเราพลาด

****คนที่รักและคนที่เกลียดต่างมีจุดหมายเดียวกัน แต่คนละมุม คือ ความสุข คนที่รักเห็นความสำเร็จของคนที่ตนรักก็จะเกิดความสุข คนที่เกลียดเห็นความล้มเหลวของเราก็จะเกิดความสุข

ดังนั้นอยู่ที่ท่านเลือกแล้วล่ะว่าจะให้ใครมีความสุข แน่นอนในที่นี้ท่านก็ต้องเลือกให้คนที่รักเราได้เห็นความสำเร็จในงานของท่านอย่างแน่นอน

****การบริหารความรักและความเกลียดท่านแนะว่า...ให้มองความรัก เป็นทางเรียบ ความเกลียดเป็นทางขรุขระ แต่ทั้งทางเรียบและทางขรุขระมีประโยชน์เหมือนกันตรงที่ว่า..ได้นำพาเราไปสู้จุดหมายที่ตั้งไว้...ถ้าเราจะไปถึงซึ่งจุดหมาย ให้เรามองที่จุดหมายนั้น อย่าไปมองทางเดิน..

                สรุปว่าทั้งรักทั้งเกลียดมีประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ขอแค่เราบริหารจัดการความรู้สึกเหล่านั้นให้เป็นไปในทางบวก แล้วเราจะมีความสุขค่ะ....ชีวิตเราก็เท่านี้...รักกันไว้เถิด..นะคนไทยด้วยกันค่ะ...

หมายเหตุ ขอบคุณพี่ชายผู้บริหารที่นับถือ....ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ...และขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตค่ะ..