ไปทำวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้วันเดียว คือวันเสาร์ เป็นงานฉบับย่อๆไม่ให้คุณศิลา วิทยากรเหนื่อยเกินไป วันอาทิตย์เป็นวันที่ คุณหมอรัตน์ จะพาพวกเราไปเดินชมดอกไม้ป่าบนเขาใหญ่ ผู้เขียนบอกว่าขอเป็น การเดินป่าระดับอนุบาลก็แล้วกันค่ะ

ขึ้นสู่เขาใหญ่ตอนสายๆ สบายๆ คุณหมอรัตน์นำครอบครัว และ ลูกน้อง ลูกศิษย์จำนวนหนึ่งไปเดินเป็นเพื่อนกัน แบบว่า หลายๆคนสนุกดี เตรียมอาหารกลางวันไปทานกันด้วย มีข้าวเหนียว หมูทอด ปลาทอด แจ่ว น้ำพริกปลาทูทอดแกะเนื้อโขลกกับหอม พริกเผาโขลกกันมาจากที่บ้านคุณหมอรัตน์ และผักต่างๆ

ไปตั้งต้นที่ทางไป น้ำตกผากล้วยไม้ คุณหมอรัตน์บอกว่าเป็นช่วงที่ กล้วยไม้หวายแดงเขาใหญ่กำลังบาน ตื่นเต้นกันพอควร

ได้ชมแปลงสาธิตหวายแดงเขาใหญ่ ก่อนไปชมของจริงที่มักขึ้นริมหน้าผา

คุณศิลา สาวเมืองกรุงก็เพลิดเพลินกับการเก็บภาพด้วยกล้องคู่มือ

คุณหมอรัตน์มีฝีมือทางวาดภาพมาก

 

นานๆจะได้ออกกำลังสาวเมืองกรุงและผู้เขียนวัยสว. รู้สึกว่าเป็นการเดินระดับสูงกว่าอนุบาลมาก แม้ทางเดินไม่ได้ไต่หน้าผา แต่ก็มีไต่โขดหิน ข้ามลำธารแห้ง ลอดขอนไม้ยักษ์ ไต่ข้ามขอนไม้พาดผ่านลำธาร ถึงเวลาอาหารกลางวันจึงทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ได้ล้างมือในลำธาร เป็นความรู้สึกที่ดีมากค่ะ

 

 

เดินไปก็ชมความงามของป่า ต้นไม้สูงใหญ่แหงนคอตั้งบ่า มีกล้วยไม้(ยังไม่ออกดอก) เฟิร์น มอสขึ้นตามลำต้น มองลงพื้นดินพบดอกไม้ป่าจิ๋วๆหลายชนิด และเป็นหน้าที่ “ดอกเข็มป่า” มีให้เห็นไปตลอดทาง และเสียงนกต่างๆแสนอภิรมย์

นี่คือเพลี้ยชนิดหนึ่ง สวยเชียวค่ะ

ได้เห็นคนไปซุ่มส่องดูนกใกล้ๆธารน้ำกันหลายคน มีการพรางตัว พรางกล้องท่าทางเอาจริงกับการเฝ้ามองนก

มีป้าย “ระวังจระเข้” เป็นระยะๆ หลังอาหารกลางวันเดินไปได้ค่อนทางมีคนชวนดู “ตะโขง” กำลังลอยตัวรับแดดในลำธาร

 

 

เราไม่ได้ย้อนกลับทางเดิม เดินออกมาโผล่บริเวณตั้งแคมป์ของ “ผากล้วยไม้” เหนื่อยและร้อน แต่ก็ชอบมาก คิดว่าครั้งหน้า ควรจะออกเช้าๆ และเดินแค่ชั่วโมงก็น่าจะพอ หรือจะให้ดีชมป่าจากบนรถก็ไม่เลว ในหน้าฝนที่ดอกหญ้าหลายชนิดออกกันเป็นทุ่ง

ขอบคุณคุณหมอรัตน์และครอบครัว และน้องๆที่ช่วยกันเตรียมอาหารและแบกไปแบ่งปันให้พวกเราเติมพลัง อิ่มอร่อยได้บรรยากาศในป่าเขาใหญ่ค่ะ

ขอบคุณคุณศิลา ที่มีจิตเป็นกุศลยินดีมาทำภารกิจนี้ และ

ขอบคุณ คุณเดือนพราว (สาวเสื้อสีครีมเข้มซ้ายมือ) เลขาของคนข้างกายที่ยินดีขับรถพาพวกเราไปทุกที่ในครั้งนี้ด้วยค่ะ