เอกสารฉบับนี้ จะเป็นการสรุปบทเรียนจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดขอนแก่น จำนวน ๕ โรงเรีย

      การบริโภคถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ชีวิตดำเนินไปเช่นไรการบริโภคก็ปรับตัวไปเช่นนั้น

      สังคมไทยในอดีต เป็นสังคมเกษตรกรรมที่เน้นการพึ่งพาตนเอง และการพึ่งพาอาศัยระหว่างคนในชุมชน ความจำเป็นในวิถีการผลิตที่ต้องใช้แรงงานมากผู้คนส่วนใหญ่จึงอยู่ในครอบครัวขยาย การผลิตวัตถุดิบอาหารไม่แยกออกจากวิถีการผลิตหลักของครอบครัว อาหารที่ใช้บริโภคในครัวเรือนมาจากเทือกสวนไร่นา อาหารในวิถีปกติคือข้าว ผัก ปลา เป็นส่วนใหญ่ เป็นแบบนี้มาช้านาน

      กระทั่งสังคมไทยได้เคลื่อนตัวไป ครอบครัวในชนบทแม้จะยังยึดอาชีพเกษตรกรรมแต่โดยมากก็เป็นเกษตรในเชิงพาณิชย์ มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาทุ่นแรงในการผลิต ครอบครัวลดลงมาเป็นเพียงครอบครัวเดี่ยว วิถีการผลิตเพื่อการพาณิชย์แยกขาดออกจากการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงครอบครัว สูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเองในด้านอาหาร ครอบครัวจำนวนมากพึ่งพิงวัตถุดิบอาหารและอาหารสำเร็จจากร้านค้า

      การพึ่งพาทางด้านอาหารของครอบครัวไทยทำให้อุตสาหกรรมอาหารรวมทั้งการประกอบการเกี่ยวกับอาหารเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เรื่องราวอาจไม่น่าเป็นห่วงนักหากไม่พบว่าคนไทยเกิดการเจ็บป่วยจากการกินในปริมาณมาก ทั้งโรคหัวใจ โรคไต โรคความดัน โรคเบาหวาน ฯลฯ และที่น่าเป็นห่วงก็คือ ปัญหาเหล่านี้ได้เริ่มลุกลามเข้ามาใกล้ตัวเด็กไทยเข้าไปทุกขณะ

      ปัจจุบันเด็กไทยมีพฤติกรรมการบริโภคไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เนื่องมาจากความง่ายในการเข้าถึงอาหารที่ผลิตจากระบบอุตสาหกรรมซึ่งมีการปรุงแต่งรส กลิ่น สี อาทิ ขนมกรุปกรอบ  อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำหวาน น้ำอัดลม ฯลฯ ซึ่งจูงใจให้เด็กติดใจได้ง่าย เด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบบริโภคอาหารเหล่านี้แบบเกินพอดี ละเลยการกินพืชผัก ผลไม้ รวมทั้งอาหารจากธรรมชาติอื่น ๆ จนมีแนวโน้มค่อนข้างสูงว่าจะเกิดปัญหาจากการกินที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมนั้น และในที่สุดสังคมอาจต้องทุ่มเททรัพยากรในการจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างได้ไม่คุ้มเสีย

      บริษัทไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ เห็นว่าปัญหาการบริโภคของเด็กไทยมีแนวโน้มจะเป็นปัยหาใหญ่ของสังคมไทย จึงได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดทำ “โครงการประกวดแผนส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียน” ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว

      การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการรณรงค์ให้เด็กไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยการกระตุ้นและผลักดันให้โรงเรียนเอาใจใส่อย่างจริง ๆ จัง ๆ ในการดูแลเรื่องการกินของเด็กนักเรียนให้ถูกต้องเหมาะสมตามหลักโภชนาการ ทั้งนี้ภายใต้การแนะนำด้านวิชาการจากกรมอนามัย

      โครงการฯ ได้เลือกพื้นที่ดำเนินงานในโรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ในเขตภาคอีสานตอนบน ๓ จังหวัด ได้แก่ จ.หนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น ซึ่งกำหนดโรงเรียนที่จะเข้าร่วมไว้ไม่เกิน ๕๒ โรงเรียน

      กระบวนการดำเนินงานในรอบแรก เริ่มจากการรับสมัครแผนส่งเสริมโภชนาการอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยมีโภชนาการดี กินผักอย่างน้อยมื้อละ ๔ ช้อนกินข้าว และกินอาหารถูกสัดส่วน” จากโรงเรียนต่าง ๆ

      เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานภายใต้ “โครงการประกวดแผนส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียน” ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เป็นการดำเนินงานหลังจากแต่ละโรงเรียนซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฯ ให้ไปดำเนินการตามโครงการที่ได้คิดค้นและส่งเข้ามาประกวด

      สำหรับเอกสารฉบับนี้ จะเป็นการสรุปบทเรียนจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดขอนแก่น จำนวน ๕ โรงเรียน ได้แก่

      โรงเรียนสุรัสวดี เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก เปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ ๖ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากผู้ปกครองที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป ที่ตั้งโรงเรียนอยู่ในชุมชนชานเมืองขอนแก่น

      โรงเรียนสุดารัตน์วิทยาคม เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดกลาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่มาจากผู้ปกครองที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป

      โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๖ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างดีไปจนถึงร่ำรวย

      โรงเรียนชุมชนบ้านพรหมนิมิต เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๑ ขอนแก่น ตั้งอยู่ชานเมืองขอนแก่น เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ ๖ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน

      โรงเรียนโสตศึกษา จ.ขอนแก่น เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนสำหรับผู้มีความบกพร่องด้านการได้ยิน เป็นโรงเรียน เปิดสอนระดับอนุบาลถึงระดับช่วงชั้น ที่ ๔ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นักเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนประจำ

อ่านเอกสารฉบับเต็มได้ ที่นี่ ครับ