ทาส

 

O เมื่อระฆังกังวานเสียงหวานแว่ว
หมาก็หอนรับแล้ว..เสียงแว่วหวาน
ค่อยถ่ายทอดชาติพันธุ์..สืบสันดาน-
สัญชาติญาณช่องหู..ที่รู้ฟัง

O คลื่นเสียงดังแว่วมาของจ่าฝูง
ก็จับจูงภพชาติ..ขึ้นวาดหวัง
แล้วเสียงฮึกฮือประโคมก็โหมดัง
จนคลุ้มคลั่งรุมเร้าให้เข้ารณ

O คลื่นเสียงทั้งยาวสั้น..ยังสั่นอยู่
ชั่วเพียงกรอกช่องหู..ก็รู้ผล
เลือดสูบฉีดโลมทั่วทุกตัวตน
เมื่อแผงขนลุกชี้..ต่อลีลา

O สิ้นเสียงของระฆังเคยกังวาน
เหลือดิบด้านตั้งแถวที่แนวป่า
มีใจทั้งมีนายคอยชายตา
ด้วยท่วงท่าโกรธเกรี้ยวทุกเสี้ยวใจ

O จึงตั้งแถวงึมงำ..รอคำสั่ง
โดยขอฟังเสียงก่อน..ค่อยหอนให้-
ทุกช่องหูถอนถ่ายระคายไป
แลเพื่อให้นายดู..ว่ารู้ความ

O และเพียงความมุ่งมั่นสืบสันดาน
โดยสืบผ่าน..ความยก-หัวอกหวาม
เสียงเห่าหอนผ่านล่วงทุกช่วงยาม
จะข่มห้ามได้หรือ..ความหือ-ฮึก ?

O เมื่อทุกครั้งระฆังกังวานแว่ว
เสียงเจื้อยแจ้วหอนอยู่..ย่อมรู้สึก
อาจระคายช่องหู..เกินรู้นึก-
ว่าทำศึกเข้าสู้..ด้วยผู้ใด ?

O แล้วเล่าเสียงระฆัง..นั้น-กังวาน
ย่อมส่งผ่านเสียงมาทุกคราให้-
การเห่าหอนส่งเสียงให้เกรียงไกร
เพื่อถ้วนทั่วตัวใคร..จักได้ยิน

O ดิบด้านกลางแถวเถื่อน..เมื่อเคลื่อนทัพ
ก็เกลื่อนศัพท์แสงอยู่ไม่รู้สิ้น
กอดแน่นความวาดหวัง..เข้าพังภินท์-
ล่มลาญชีพไพรินทร์ในถิ่นตน

O จุดมุ่งหมายยึดมั่น..ท่อง-กันลืม-
ความปลาบปลื้ม..ลิ่มเลือดก็เดือดข้น
เท้ายกย่างก้าวเคียง-พร้อมเพรียงจน-
ทุกตัวตน-ภพชาติบำราศรอย

O ไร้สิ้นเสียงระฆังเคยกังวาน
คลื่นเสียงความดิบด้าน..จึงผ่านถ้อย
แววนัยน์ตาที่กระพริบ..ล้วนปริบปรอย
พร้อมร่องรอยเลอะเลือน..ก็เกลื่อนแวว

O ไร้สิ้นเสียงระฆัง, เสียงสั่งนั้น-
ก็สั่งมัน..ต้นสาย-จวบปลายแถว
หวังให้โหมโรมรุกไปทุกแนว
ด้วยเสียงแว่วกรอกหู..ให้รู้ฟัง

O อย่ามัวแต่ห้อยโหน..รีบโจนงับ
นั้น-สำทับตอกย้ำ..เป็นคำสั่ง
จงแยกเขี้ยวขาวรอ..วิ่งห้อ..ยัง-
ทุกคนผู้ชิงชัง..แล้วฝังคม

O ระฆังเสียงก่อนเก่า..เพียงเห่าหอน
เพื่อลดทอนเสียงผ่านให้ลาญล่ม
ก่อนเสียงสั่งซ้ายขวา-แว่วฝ่าลม-
ลงห้อมห่มทวยทาส...กลางราชดำเนิน !