O เมื่อระฆังกังวานเสียงหวานแว่วหมาก็หอนรับแล้ว..เสียงแว่วหวานค่อยถ่ายทอดชาติพันธุ์..สืบสันดาน-สัญชาติญาณช่องหู..ที่รู้ฟังO คลื่นเสียงดังแว่วมาของจ่าฝูงก็จับจูงภพชาติ..ขึ้นวาดหวังแล้วเสียงฮึกฮือประโคมก็โหมดังจนคลุ้มคลั่งรุมเร้าให้เข้ารณO คลื่นเสียงทั้งยาวสั้น..ยังสั่นอยู่ชั่วเพียงกรอกช่องหู..ก็รู้ผลเลือดสูบฉีดโลมทั่วทุกตัวตนเมื่อแผงขนลุกชี้..ต่อลีลาO สิ้นเสียงของระฆังเคยกังวานเหลือดิบด้านตั้งแถวที่แนวป่ามีใจทั้งมีนายคอยชายตาด้วยท่วงท่าโกรธเกรี้ยวทุกเสี้ยวใจO จึงตั้งแถวงึมงำ..รอคำสั่งโดยขอฟังเสียงก่อน..ค่อยหอนให้-ทุกช่องหูถอนถ่ายระคายไปแลเพื่อให้นายดู..ว่ารู้ความO และเพียงความมุ่งมั่นสืบสันดานโดยสืบผ่าน..ความยก-หัวอกหวามเสียงเห่าหอนผ่านล่วงทุกช่วงยามจะข่มห้ามได้หรือ..ความหือ-ฮึก ?O เมื่อทุกครั้งระฆังกังวานแว่วเสียงเจื้อยแจ้วหอนอยู่..ย่อมรู้สึกอาจระคายช่องหู..เกินรู้นึก-ว่าทำศึกเข้าสู้..ด้วยผู้ใด ?O แล้วเล่าเสียงระฆัง..นั้น-กังวานย่อมส่งผ่านเสียงมาทุกคราให้-การเห่าหอนส่งเสียงให้เกรียงไกรเพื่อถ้วนทั่วตัวใคร..จักได้ยินO ดิบด้านกลางแถวเถื่อน..เมื่อเคลื่อนทัพก็เกลื่อนศัพท์แสงอยู่ไม่รู้สิ้นกอดแน่นความวาดหวัง..เข้าพังภินท์-ล่มลาญชีพไพรินทร์ในถิ่นตนO จุดมุ่งหมายยึดมั่น..ท่อง-กันลืม-ความปลาบปลื้ม..ลิ่มเลือดก็เดือดข้นเท้ายกย่างก้าวเคียง-พร้อมเพรียงจน-ทุกตัวตน-ภพชาติบำราศรอยO ไร้สิ้นเสียงระฆังเคยกังวานคลื่นเสียงความดิบด้าน..จึงผ่านถ้อยแววนัยน์ตาที่กระพริบ..ล้วนปริบปรอยพร้อมร่องรอยเลอะเลือน..ก็เกลื่อนแววO ไร้สิ้นเสียงระฆัง, เสียงสั่งนั้น-ก็สั่งมัน..ต้นสาย-จวบปลายแถวหวังให้โหมโรมรุกไปทุกแนวด้วยเสียงแว่วกรอกหู..ให้รู้ฟังO อย่ามัวแต่ห้อยโหน..รีบโจนงับนั้น-สำทับตอกย้ำ..เป็นคำสั่งจงแยกเขี้ยวขาวรอ..วิ่งห้อ..ยัง-ทุกคนผู้ชิงชัง..แล้วฝังคมO ระฆังเสียงก่อนเก่า..เพียงเห่าหอนเพื่อลดทอนเสียงผ่านให้ลาญล่มก่อนเสียงสั่งซ้ายขวา-แว่วฝ่าลม-ลงห้อมห่มทวยทาส...กลางราชดำเนิน !
ถ้อยรสพจนา ภาษาศิลป์ เรียกว่าได้ มือชั้นเซียน ขอคารวะหลายจอก ;)
แทบจะไม่น่าเชื่อเป็นฝีปากกาของคนทำงานวิศวกร ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณกลอนสะท้อนมุมมองความคิดนี้
รักผม..รักหมาผมด้วย.. พี่น้อง