ในวันที่ ๑๔ มีนาคม เหตุการณ์ในกรุงเทพฯไม่สู้จะสงบนัก หลายคนคงเหมือนฉันที่เปิดทีวีไว้ตลอดวัน เพื่อติดตามสถานการณ์ ในขณะเดียวกันก็ทำงานอื่นไปพร้อมกัน ฉันเป็นห่วงลูกศิษย์ปี๔ เหลือเกิน จริงๆแล้วเขาจะเข้าร่วมพิธีปัจฉิมนิเทศ ในวันที่ ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๓ นี้ แต่ต้องเลื่อนออกไป เพราะเกรงว่าวิทยากรจะไม่สามารถเดินทางมาบรรยายได้ และเราเองก็คาดไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น คงไม่เหมาะหากทางโรงพยาบาลกำลังเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลวุ่นกับการจัดกำลังเสริมเพื่อรองรับเหตุการณ์ แต่โรงเรียนพยาบาลยังจัดงานแสดงความยินดี
ดังนั้นในวันพุธผู้บริหารจึงตัดสินใจเลื่อนงานออกไป ๑ สัปดาห์ และเริ่มสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบในวันพฤหัสที่ ๑๑ มีนาคม ไม่เพียงแต่ปี๔ ชั้นปี๑ ซึ่งเรียนอยู่ที่ศาลายา ก็ต้องตัดสินใจหยุดเรียนไปจนถึงวันที่๑๗ มีนาคม โดยมีการหารือกันระหว่างคณะที่เป็นเจ้าของรายวิชา ที่นักศึกษาปี๑ ของฉันลงทะเบียนเรียน ทั้งๆที่ยังไม่ทราบว่าจะหาวันสอนชดเชยได้อย่างไร ประสานงานกับฝ่ายกิจการนักศึกษาของเพื่อสื่อสารให้นักศึกษาปี๑ ทราบว่าไม่ต้องเข้ามาเรียน และนักศึกษาที่ประสงค์จะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวให้โทรศัพท์ขอให้ผู้ปกครองมารับ ยังคงห่วงนักศึกษาที่อยู่ต่างจังหวัด ได้กำชับว่าไม่ควรออกมานอกมหาวิทยาลัย คนเป็นครูก็เป็นอย่างนี้แหละ
ฉันใช้เวลาในวันหยุดที่ไม่สงบนัก ทบทวนรายงานสรุปการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ที่จัดไปแล้วในปีการศึกษา๒๕๕๒ และเตรียมที่จะจัดใหม่ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ปีที่แล้วมีการจัดปฐมนิเทศแนวใหม่ นำแนวทางจิตตปัญญามาจัดกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ตนเองผ่านประสบการณ์ จึงต้องแบ่งนักศึกษา ๒๐๐ คน ออกเป็นกลุ่มๆ ละ๓๐-๓๕ คน ซึ่งต้องใช้กระบวนกรมากถึง๑๘คน มีกระบวนกร ๓ คนต่อหนึ่งกลุ่ม ปีนี้นักศึกษาเพิ่มเป็น๒๓๐คน เห็นทีจะต้องเพิ่มกระบวนกรอีก ๓ คน ป่าวประกาศขอความช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเครือข่ายกระบวนกร ทั้งรุ่น๑ และรุ่น๒ ที่เสมสิกขาลัยจัดอบรมให้แก่ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล แต่การประสานยังไม่เรียบร้อยนักเพราะต้องรอเพื่อนๆ confirm มา
การทบทวนครั้งนี้ ได้พบจุดอ่อนของการสรุปงานปีที่แล้ว เพราะไม่ได้บันทึกรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการแก้ไข/ปรับปรุง ทำให้ต้องมานั่งย้อนคิด และก็พบว่าจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ นับเป็นบทเรียนที่ได้เรียนรู้อีกบทหนึ่ง นอกจากนั้น ฉันยังมาคิดได้ทีหลังว่า ควรจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของตัวเองในฐานะผู้รับผิดชอบจัดโครงการด้วย ว่าอะไรบ้างที่ฉันได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ผู้บริหารจัดการโครงการ ผ่านประสบการณ์การเป็นกระบวนกรหนึ่งกลุ่ม ในบันทึกไม่มีส่วนนี้ ไม่ได้บอกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในของตัวฉันเอง จึงทำให้เล่าออกมาได้ยาก
หากจะบันทึกการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ให้มีคุณค่า คงต้องจัดพื้นที่ให้ตัวเอง มีสมาธิอยู่กับตัวเอง เพื่อให้จมอยู่กับการ ย้อนคิด(reflection) ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรม มิฉะนั้นคงไม่สามารถค้นพบการเปลี่ยนแปลงของตนเองได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านใน
เห้นด้วยอย่างยิ่งครับ "ถ้าเป็นครูที่ดีไม่ได้ ก็ไปทำอาชีพอื่น"
ขอบคุณอย่างยิ่งนะครับ