ชีวิตที่สวนพนาวัฒน์ เป็นไปตามตารางที่กำหนดแจ้ง

ฉันใช้ชีวิตเหมือนคณะครูและผู้บริหารอื่นๆ

และเวลาทุกวินาทีสำหรับฉันมีค่ายิ่งนัก

เรากลับเป็นนักเรียนอีกครั้งฉันนึกในใจ

เวลานักเรียนรับประทานอาหารคุณครูจะเตือน

ว่าให้ระวังคำพูด และกริยา

ไม่ส่งเสียงเอะอะรบกวนผู้อื่น

ฉันมองตัวเองนิ่งๆแล้วลงมือรับประทานอาหารเงียบๆ

กับคู่หู ฉันมีโอกาสเทคแคร์คนอื่นบ้างเล็กน้อย เช่นส่งช้อน

ส่งจานให้เพื่อนที่รอคิวต่อจากฉัน น้องครูวิรัตน์คู่หูของฉัน จะชิงดำ

รีบรินน้ำไม่แช่เย็นมาเผื่อบ่อยมากๆเกือบจะทุกมื้ออาหารกลางวัน

เรารับประทานอาหารแบบนี้ทุกมื้อกลางวัน

บางมื้อเราก็แยกกันนั่งตามแต่ว่าโต๊ะไหนจะว่าง

ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้หลากหลาย

เราสองคนมาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งเงียบ

ก็ตอนที่เราเดินกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวไปฟังธรรม

ปฏิบัติธรรมในภาคบ่ายจนถึงเย็น

และทำวัตรทุกเย็นจนถึง 4 ทุ่มเกือบทุกวัน

เมื่อเวลาผ่านไป วันที่ 3 ของการปฏิบัติธรรม

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว

ฉันชวนน้องคู่หูลงไปทีชั้นล่างติดกับร้านค้าของสวนพนาวัฒน์

ที่นี่มีห้องน้ำสะอาดเช่นกัน เป็นห้องน้ำที่ฉันได้วิ่งมาใช้เป็นครั้งแรก

ในวันแรกที่มาถึงตอนตี 4 กว่าๆ และวันนี้เป็นครั้งที่สอง

ที่ได้ผ่านมาทางนี้ เลยห้องน้ำมาที่ห้องล้างจาน

ด้วยเจตนาอยากตอบแทนทางสถานปฏิบัติธรรมบ้าง

โชคดีที่คนล้างจานยังไม่มา 

 มีน้องผู้ชายคนเดียวที่ขนถ้วยชามลงมาข้างล่าง

กว่า 1 พันใบ ที่กล่าวเช่นนี้

เพราะมีผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมกว่า 300 คน

และถ้วยจาน ชามที่ใช้แต่ละคนก็ใช้ประมาณ 2 -3 ใบ

แต่วันนั้นน่าจะใช้กัน3 -4 ใบต่อ

คนเพราะมีอาหารทั้งคาว หวาน ผลไม้ และเค๊ก

ให้รับประทาน แต่สังเกตดูว่าหลายคน

ก็ใส่อาหารรวมในจานใหญ่ใบเดียว

ฉันกับน้องครูวิรัตน์ เริ่มต้นด้วยการล้างอ่างที่ 1

อ่างนี้..เต็มไปด้วยคราบไขมัน

ต้องเอาออกให้หมดก่อนส่งไปลงอ่างที่ 2

พอเริ่มล้างไปได้สองกองใหญ่ นึกขึ้นได้

"น้องวิ เราถ่ายภาพกัน"

 ตลกมาก ล้างจานก็ถ่ายรูป ตกลงจะมาล้างจาน

หรือมาถ่ายรูป ฉันถามตัวเอง

น้องวิหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่าก็พี่เป็นคนชอบถ่ายนี่คะ

เราช่วยกันล้างไปได้ประมาณสักครึ่งหนึ่งโชคดีมากๆ

เพราะแขนเริ่มล้า

ฉันเริ่มมองหาคนงาน เมื่อไหร่จะมา ๆๆๆๆๆ

น้องครูวิรัตน์ขยับไปอ่างที่ 2

ก็มีน้องครูผู้หญิง อีก 2 ท่านมาช่วยล้างต่อในอ่างที่ 3และ 4

รวมทั้งยกขึ้นวางบนชั้นให้แห้งเพื่อเตรียมใช้งานในวันต่อมา

ฉันเหลือบดูนาฬิกาข้างฝา เหลือเวลาอีก 20 นาที

เราต้องเร่งมือให้ทันเวลา ไม่งั้นเราไปเข้าห้องเรียนไม่ทันแน่

ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันระมัดระวังมากในเรื่องนี้

ฉันมองจานชามที่ใช้แล้วอีกครั้งหนึ่งมันเหลืออีก

ครึ่งคันรถ แต่ได้ตัดสินใจแล้วจึงทำใจให้สบาย

 มือทั้งสองข้างทำหน้าสที่ ฉันนึกถึงเครื่องล้างจาน

โอ..เวลานั้นมือของพวกเราไม่ต่างจากเครื่องจักรเลย

เสียงน้อง 2 คนที่มาแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนคุยเก่ง

 เธอมีเรื่องราวมากมายเล่ากันไปมา

แรกๆฟังก็พลอยขำไปกับเธอด้วย แต่เมื่อผ่านไปๆ

 ยิ่งใกล้เวลาเข้าห้องฟังธรรมแล้ว

หูฉันเริ่มอื้อเสียแล้ว ฉันก้มหน้าก้มตาล้างจาน

ขณะที่ฉันล้างไปนั้นใจฉันนึกละอายขึ้นมาว่า

 เราไม่น่าจะใช้จานเยอะขนาดนี้เลย

ฉันนึกตำหนิตัวเอง วันนี้ฉันใช้จานไป 4 ใบคือ

ใบใหญ่ตักข้าวกล้อง 1 ทัพพี

ผัดผัก 1 ทัพพี

 ปลาทอด 1 ชิ้น

น้ำพริกราด 1ช้อน

ใบที่สองขนาดเล็ก ฉันใส่ผักสด

ใบที่3 ฉันตักแอปเปิ้ล 3 ชิ้น

ใบที่ 4 น้องวิเอาเค็กมาให้ 1 ชิ้นเล็ก

เปลืองมากเลย ฉันละอายใจจริงๆ

และพูดออกไปว่าพรุ่งนี้พี่จะใช้ไม่ให้เกิน 2 ใบ

และพี่อยากตักอาหารตามที่เห็นสมควรแก่สุขภาพ

มาไว้ในจานใบเดียวกัน

น้องวิบอกว่า หนูก็คิดเหมือนพี่ แต่เรานั่งรับประทานในโต๊ะเดียวกัน

เกรงใจคนที่ยังไม่เคยทำอย่างพี่นะ เกรงว่าเขาจะทานไม่ลง

ตกลงเป็นอันว่าฉันจะใช้เพียง 2 ใบเท่านั้น

และฉันตั้งใจว่าทุกครั้งที่กินเค็กหมดแล้ว

ฉันจะใช้กระดาษทิชชูเช็ดจานให้เรี่ยมเลย

เหลือเวลาอีก 5 นาที พวกเราเสร็จพอดี

ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปน้องอีก 2คน พร้อมผลงาน

ไปอวดทางบ้าน ก็หมดเวลาพอดี

เรารีบล้างมือ แล้วออกเดินเร็วมาที่อาคารปฏิบัติธรรม

เกือบไปแล้วไหมหละ...ยังไม่เห็นพระอาจารย์

โอ..นั่นไง ท่านนั่งนิ่งรออยู่หน้าห้องประชุมแล้ว

ช้า...จนได้นะเรา !

พระอาจารย์จะมาก่อนเวลา 5 นาทีค่ะ

และ I  see me !

ห้องอาหาร