การแลกเปลี่ยนในบันทึกความดีไม่สามารถเอาชนะความไม่ดีได้เสมอไป : บทเรียนที่ ๑ จาก de’ Musoi ของคุณหนานเกียรติ หลายท่านอาจจะผ่านประสบการณ์คล้ายคลึงกันมาบ้างแล้ว แต่อาจแตกต่างกรณีกันไป  น่าจะนำมาเล่าเพื่อเป็นการเตือนใจกันดีกว่าปล่อยให้มันผ่านไป 

          การเสียรู้คนอาจจะถูกมองว่าเป็น "คนโง่หรือไม่ทันคน" สำหรับฉันยอมรับหากจะถูกมองเช่นนี้  ทำให้ฉันอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันบ้าง  ความโง่จะได้ลดลง 

         เมื่อ ๑๔ ปีที่แล้ว ฉันได้มาซื้อบ้านที่มีโครงสร้างแล้ว  แต่เจ้าของรายแรกไม่ผ่านการอนุมัติเงินกู้จากธนาคาร  ฉันไม่สนใจว่าบ้านจะหลังเล็กหลังใหญ่หรือสวยงามประการใด  แต่ฉันถูกใจกับบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดูเหมือนเป็นกึ่งเมืองกับชานเมือง  มีทุ่งนาอยู่ท้ายหมู่บ้าน สมาชิกกว่าร้อยละ ๙๐ เป็นครู และพิเศษคือมีพื้นที่อยู่หัวมุมถนน  การเดินทางไปสู่ถนนสายใหญ่ไม่ไกลประมาณ ๖๐๐  เมตรเท่านั้น 

         เมื่อครบสัญญาจ่ายเงินแล้วและมีกำหนดเข้าอยู่  ปรากฏว่าประตูบ้านของฉันเป็นของเก่าแต่ถูกนำมาทาสีใหม่และไม่เหมือนรูปแบบที่ต้องการ  เจ้าของโครงการบอกว่า "พรุ่งนี้จะมาจัดการให้"รอจนแล้วจนรอดก็ไม่เป็นไปตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ 

         ฉันพยายามจะแก้ปัญหาด้วยตนเอง  โดยไปสั่งประตูจากร้านขายวัสดุ  ปรากฏว่าบานประตูสำเร็จรูปไม่สามารถนำมาใส่ประตูของฉันให้พอดี  เพราะความกว้างด้านบนและด้านล่างไม่เท่ากัน  ช่างบอกว่าต้องแก้ไขรื้อวงกบออกใหม่ และรื้อผนังปูนทั้งด้าน  ทำให้ฉันไม่มีเวลาจัดการกับข้อเสนอได้ 

         เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ฉันได้หาทางออกโดยไปติดต่อช่างผู้รับเหมามาทำประตูกระจกเลื่อน และตกลงขยายต่อเติมห้องโดยใช้พื้นที่โรงรถครึ่งหนึ่งให้เป็นห้องที่ใช้ประโยชน์ได้บ้าง 

        ช่างผู้รับเหมารีบมาจัดการคิดคำนวณและเสนอราคา   ฉันเห็นว่าราคาประมาณนี้พอมีปัญญาจ่ายได้จึงตอบตกลง  โดยนิสัยเดิมคือไม่ชอบขอร้องหรือต่อรองราคาที่ช่างได้เสนอและรับปากว่าจะทำให้เสร็จเรียบร้อยภายใน ๔ วัน 

        วันแรกเป็นเสาร์ช่างมาหาที่บ้านบอกว่า "ขอเบิกเงินไปเป็นค่าวัสดุครึ่งหนึ่ง"  ฉันเริ่มมีความรู้สึกไม่ดีนักแต่ก็จ่ายให้ไป วันอาทิตย์ช่างและคนงานมาเริ่มงาน  ฉันยังมองไม่ออกว่าจะพบกับความไม่เข้าใจต่อกัน หรือมีปัญหาใด ๆ

       วันจันทร์เพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปบอกฉันที่โรงเรียนว่า "วัสดุที่ผู้รับเหมานำมาไม่มีดีเลย ไม่เห็นเหมือนที่เราคุยกันไว้" ได้แก่คุณภาพของกระจก  วัสดุที่บุผนังห้อง  แผ่นอลูมิเนียมและอื่น ๆ

        ตอนเย็นฉันกลับบ้านได้ถามข้อสงสัยกับช่างผู้รับเหมาเกี่ยวกับวัสดุไม่ตรงตามสั่ง  ฉันได้คำตอบว่า "ผมทำตามที่สั่งทุกอย่าง ครูเป็นคนสั่งแบบนี้ทั้งนั้น" ฉันไปหยิบกระดาษที่จดบันทึกไว้และอ่านให้เขาฟัง  เขาเถียงว่า "ไม่ใช่"  เมื่อขออ่านรายการจากเขาบ้างกลับไม่มีบอกว่าอยู่ในรถอีกคัน  "พรุ่งนี้จะนำมายืนยัน"  แต่ก็ไม่มีประโยชน์หากเขานำมาจริงฉันก็อาจได้ราคาต่ำลงไม่มาก ได้แต่คิดว่า...แบบนี้คิดว่าถูกโกงอย่างจัง

       จนกระทั่งงานไม่เสร็จตามกำหนด  วันสุดท้ายขอเบิกเงินครบจำนวนซึ่งมีเศษ ...๒๒๔ บาทรวมค่าวัสดุ ฉันได้จ่ายให้ครบถ้วนไม่เคยต่อรองแต่อย่างใด  นอกจากเขาจะลดให้ด้วยความเต็มใจ  ผลงานบกพร่องมากมาย  ไม่ได้ดูแลความเรียบร้อยให้สมกับค่าจ้างตามที่ตกลง  และทิ้งงานไปเลย  ผ้าบุเพดานน่าจะเป็นแผ่นเรียบกลายเป็นไม้อัด ประตูห้องไม่สนิททั้งสองด้าน  มีปัญหาเวลาเปิดแอร์และอีกหลายแห่งเป็นที่ไม่พอใจ  เขาบอกว่า "พรุ่งนี้จะมาเก็บงานเพิ่มเติม" ภายหลังภารโรงที่โรงเรียนมาทาสีบ้านจึงได้ตกแต่งและซ่อมเพิ่มเติมให้ 

        ก่อนจากไปเขาเหมาความโง่ของฉันกลับไปด้วย  รับปากว่าจะมาทาสีบ้านให้ตามราคาที่เสนอถึง "๑๔๐๐๐ บาทไม่รวมค่าสี" แต่ฉันเลือกให้ภารโรงและเพื่อน ๆ เป็นผู้มาทาสีบ้านและจ่ายรวมค่าสีและค่าแรงงานไปประมาณ ๗๐๐๐ บาทเท่านั้น ถูกสตางค์ไปครึ่งหนึ่ง  แต่ส่วนที่จ่ายค่าโง่ไปก่อนหน้านั้นไม่อยากจะเล่าเลย 

       วันที่ช่างผู้รับเหมามารับงาน "พูดจานอบน้อม สุภาพเรียบร้อยมาก  เล่าสารทุกข์สุกดิบเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว  ลูกเต้าเกเรและปัญหาหนี้สิน  แต่วันที่ฉันจ่ายเงินเขาแล้วเขากลับเป็นคนละคน เหมือนคนพูดไม่รู้เรื่อง"   และฉันจึงไม่อยากพูดอะไรเพราะพูดไม่ออก  ได้แต่ปลงในความโง่และนิ่งเฉย แต่มีเพื่อนบ้านเป็นคนเก่ง "ต่อว่าแทนฉันไปมากมาย

       ความแตกต่างของผู้คนในสังคมใคร ๆ ก็ทราบมาก่อนว่ามีอยู่มากมายสารพัดรูปแบบ  บางครั้งเราก็ไม่ทราบ  บางครั้งเราก็ทราบและรู้ทันแต่การที่เรานิ่งเฉย  ทักท้วงด้วยวาจานิ่มนวลราบเรียบ เขาจึงคิดว่าเราโง่และเป็นเหยื่อของคนอื่นเช่นนั้นหรือ คำว่า"พรุ่งนี้จึงไม่มีความสำคัญเท่าวันนี้" ในที่สุด...เพราะคำว่าพรุ่งนี้ทำให้ฉันโง่มาถึงวันนี้

ภาพจากบล็อกอิงจันทร์ ขอขอบคุณค่ะ