เราควรมีเวลาฟังบุคคลในครอบครัวของเราด้วย เช่นลูก เราต้องการอะไร พูดคุยซักถามเขา ฟังเขาให้มากกว่าสิ่งที่เราสนใจ

 

เป็นครั้งที่สองแล้วที่สรพ. เราได้เรียนเชิญท่านอ.ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ หรือท่านอาจารย์ไร้กรอบมาบรรยายแลกเปลี่ยนวิธีคิดให้กับชาวสาธารณสุข ในเวทีการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ที่อิมแพค เมืองทองธานี ท่านอาจารย์บอกว่าหนึ่งปีช่างเร็วซะเหลือเกิน แต่พอลล่ายังสวยเหมือนเดิม อิอิ.... ก็หลักฐานมันฟ้อง อิอิ ..เฮ่อ!!

ก่อนจะบรรยายท่านได้พบปะพูดคุยกับแฟนๆ ทั่วสารทิศ ซึ่งส่วนใหญ่อาจารย์จะจำได้ว่ามาจากที่ไหน เก่งจังเลย พอลล่ายังจำไม่ค่อยจะได้เลยค่ะ ว่าคนนี้มาจากรพ.ไหน อิอิ ห้องนี้ผู้เข้าฟังล้นแล้วล้นอีก ล้นออกไปหน้าห้อง หน้าบันไดเลื่อนกันเลยทีเดียวค่ะ แม้ว่าเราจะจัดให้ตรงกับ session อ.สกล ก็ตาม อิอิ...เสือพบสิงห์ ไปเลยครับพี่น้อง

ท่านอาจารย์วรภัทร์บรรยายเรื่องคุณค่าการฟังอย่างลึกซึ้ง  ท่านชมว่าสรพ.มีกลยุทธ์ที่ดีมากๆ ที่ให้คนที่ไม่ฟังใครเช่นอาจารย์มาพูดเรื่องการฟัง ทำให้พอลล่านึกถึงการพัฒนาคุณภาพ HA ที่คนมักจะบ่นจะบอกกันว่าเหนื่อย ไม่ชอบ ไม่อยากทำ แต่ด้วยกลยุทธ์การชื่นชม ยกย่อง Recognition ที่เราทำอยู่ทำให้มีผู้ร่วมกระบวนการกับเรามากขึ้น มากขึ้นทุกปี ทุกปี ใครที่ได้นำเสนอผลงาน ณ เวที แห่งนี้ ล้วนดีใจ และประทับใจไปตามๆ กันค่ะ

ท่านอาจารย์มาเหนือเมฆจริงๆ ตลอดการบรรยาย ท่านสอนให้เราฟังอย่างลึกซึ้ง จริงๆ อาจารย์ เสมือนทำตัวประหนึ่งเป็นคนไข้ ผู้รับบริการที่ feed backการบริการ การกระทำของแพทย์ พยาบาล จากประสบการณ์การเจ็บป่วยที่ท่านได้ประสบมา หากแม้ในปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ต่างๆ ได้ลดน้อย ถอยลงไปบ้างแล้ว แต่เราก็ยังต้องยอมรับว่ามี หากพวกเรา ฟัง ฟังและฟังอย่างลึกซึ้งเราจะเข้าใจว่าอาจารย์กำลังจะสื่อสารอะไร เป็นเสมือนผู้สื่อสารความรู้สึกจากคนไข้มาสู่พวกเรา

ท่านอาจารย์ JJ ก็มานั่งฟังด้วย เจ้าค่ะ

พอลล่าจับประเด็นได้ดังนี้ค่ะ

  • การประเมินด้วยองค์กรต่างๆ ที่มีภาระกิจทางด้านการประเมิน หรือริเริ่มพัฒนามาตรฐานใดแล้วก็ตาม ควรจะพัฒนาตามมาตรฐานนั้นด้วย หรือต้องเป็นองค์กรที่มีคุณภาพเช่นกัน
  • การประเมินด้วย KPI การมองที่คนเก่งอย่างเดียวอาจจะเป็นเรื่องที่ล้าสมัย บางองค์กร เขาดูที่คนดี คนจิตอาสา เพราะเชื่อว่าการเรียนของประเทศไทยการออกข้อสอบหรือกระบวนการเรียนการสอน ยังไม่สามารถจะสอนให้เป็นนักเรียนที่เก่งได้จริง ข้อสอบมักเป็นคำถาม การเรียน การสอนแบบเดิมๆที่นำมาวัดความเก่งของเด็กได้ยาก การที่ไม่ได้ตอบอย่างคำตอบของครูใช่ว่าจะไม่ใช่ !!! ยกตัวอย่างข้อสอบ ONET..... อีกแล้วครับท่าน !!!
  • สิ่งที่ยึดติด ตำแหน่ง หรือคำนำหน้าชื่อของเรา เช่น ดร. นพ. ศ.นพ.ต่างๆ เป็นสิ่งสมมุติ เมื่อถึงเวลานั้น เราก็เหลือ 0 เหมือนกัน ร่ำรวยกี่ร้อยกี่พันล้าน กับคนที่พอมี พอถึงวันสุดท้ายก็ไม่มีใครเอาอะไรไปได้เหมือนกัน
  • การฟังคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเขาเป็นลูกค้าโดยตรง ฟังเพื่อให้รับรู้ว่าเขามีทุกข์อะไร ตรงไหน เพื่อที่จะแก้ไข การพูดคุยให้ข้อมูล รับฟังบางครั้งทำให้คลายทุกข์ได้ ท่านบอกว่า ส่วนใหญ่มาดูเอกสาร แต่ไม่ได้มาดูท่านเลย ตอนที่ท่านป่วยจากอุบัติเหตุ
  • การเชื่อและเคารพในความเป็นมนุษย์ ซึ่งกันและกันทำให้เราฟังกัน บางวิชาชีพ ไม่ฟังคนอื่น คิดว่าเราฉลาดกว่า ฟังแต่วิชาชีพเดียวกัน บางทีหากมีโอกาสรับฟังความคิด ความรู้สึกจากผู้อื่น อาจจะก่อให้เกิดการปรับปรุงขึ้นมาได้บ้าง คนไม่ฟังกัน เพราะหลงตัวเองและไม่เคารพความแตกต่าง  ผู้เชี่ยวชาญรู้ในแวดวงของตนเองตกอยู่ในร่องของความคิดเดิมๆและความเชื่ยวชาญเฉพาะของตนเอง เช่นมาตัดสินใจแทนคนไข้ว่าต้องผ่าตรงนั้น รักษาแบบนี้และจะรับไม่ได้เมื่อถูกกล่าวหาว่าทำไม่ถูกคิดไม่ถูก มีคนไข้หลายคนที่เขาต้องการรักษาแพทย์แผนไทย ซึ่งท่านมีประสบการณ์รักษาจนท่านสามารถเดินได้ จนทุกวันนี้
  • เราควรมีเวลาฟังบุคคลในครอบครัวของเราด้วย เช่นลูกเราต้องการอะไร  พูดคุยซักถามเขา ฟังเขาให้มากกว่าสิ่งที่เราสนใจ เช่น เราชอบถามว่า สอบได้ไหมเกรดเท่าไหร่ เรียนอะไรบ้างวันนี้ เป็นต้น แต่เขาอาจจะมีบางอย่างที่อยากบอกท่านอยู่ก็ได้ นะคะ

 

ขอบคุณท่าน อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ ผู้ที่มาสอนวิธีการฟังด้วยกลยุทธ์ขั้นเทพ จริงๆ ค่ะ

 

อันนี้เป็นท่า ชุดใหญ่ ค่ะ