ถ่ายภาพผู้คนที่ลงจากรถทัวร์ แล้วรีบพิมพ์ภาพของบุคคลนั้นลงแทรกบนพื้นหลังที่จัดทำไว้สำเร็จ

บล๊อกวันนี้เป็นความรู้สึกต่อเนื่องที่อยากบันทึกไว้หลังจากที่เขียนเรื่อง การศึกษาของเมืองปากเซ สปป.ลาว http://gotoknow.org/blog/middle-man/303719 ประมาณช่วงเดือนตุลาคม 2552 ครับ 

สภาพของอากาศระยะนี้ไม่ค่อยดีเลย  ช่วงกลางคืนถึงเช้าตรู่จะค่อนข้างเย็น  มีลมโบกพัด แต่เวลากลางวันกลับร้อนอบอ้าว ท้องฟ้ายังคงดูทึม ๆ ตามแบบที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า  "ฟ้าหลัว"  นั่นแหละครับ  ในหลายสถานที่ดอกราชพฤกษ์หรือลมแล้ง หรือคูณ เริ่มออกดอกบานสะพรั่ง  เพื่อทดแทนอารมณ์ทางจิตใจของผู้คนให้เยือกเย็นขึ้น

(ภาพดอกคูณ หน้าศาลคดีเด็กและเยาวชน พิษณุโลก 13 03 2553)

มองดูดอกไม้ชนิดนี้ครั้งใด รู้สึกได้ถึงความสุข ความสว่าง สงบ ที่แผ่พุ่งออกมา  จนแทบจะทำให้อากาศร้อน แล้ง  รอบ ๆ ข้าง  มลายหายไป  ผมเดินทางข้ามสะพานนเรศวรที่เมื่อวาน( 12 มีค. 53) มีกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เป็นสถานที่สาบแช่ง เผาชื่อคนที่คิดว่าเป็นศัตรู (ของใคร) และนำเถาธุลีใส่หม้อ ปิดด้วยผ้า  และนำถ่วงลงแม่น้ำน่านหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  วัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สวยที่สุดในประเทศไทย "หลวงพ่อใหญ่ ,หลวงพ่อพุทธชินราช" ตามที่ผู้คนจะถนัดเรียกขานตามความศรัทธาของตน 

เมื่อแวะเข้าไปวัดใหญ่ สังเกตเห็นมีคนนำรูปใส่กรอบหลาย ๆ บานวางบนแผงไม้  และนำไปให้นักท่องเที่ยวที่กำลังจะขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศที่จอดรออยู่ได้ชมดู  เพื่อเลือกซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ภาพที่เห็นคือภาพตัวอย่างที่กล่าวถึงครับ  ถามน้องที่ยืนจำหน่ายรูป  ได้ความว่า จะมีช่างภาพถ่ายภาพผู้คนที่ลงจากรถทัวร์  แล้วรีบพิมพ์ภาพของบุคคลนั้นลงแทรกบนพื้นหลังที่จัดทำไว้สำเร็จ  โดยด้านบนมุมซ้ายของภาพมีตัวอักษรว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร บรรทัดที่สองมีตัวอักษรว่า พระพุทธชินราช  และมุมล่างด้านขวามีตัวอักษรว่า "ที่ระลึกเมืองสองแคว พิษณุโลก Phitsanulok Thailand" ในขณะที่ภาพพื้นหลังประกอบด้วยภาพพระอัฎฐารถ พระพุทธชินราช และแม่น้ำน่าน 

ภาพที่อัดขยายเรียบร้อย จะนำใส่กรอบและนำมาวางให้ผู้คนที่ลงจากรถทัวร์เป้าหมาย ได้ชมและเลือกซื้อกลับไปบ้านของตนเองในราคาประมาณภาพละ 100 บาท ทั้งนี้อาจมีบางส่วนที่ระบุให้ช่างภาพบันทึกภาพของตน  แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากการสุ่มถ่ายของช่างภาพมากกว่า ครับ    คำตอบที่ได้รับเพิ่มจากน้องคนที่ยืนจำหน่ายรูปว่า อาจเป็นรายแรกของที่วัดใหญ่ พิษณุโลก  ที่ดำเนินการเช่นนี้

ผิดกับที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ของ สปป.ลาว (ลาวใต้) แขวงจำปาสัก ที่มีโอกาสไปเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม 2552  ระยะนั้นน้ำในแม่น้ำโขงค่อนข้างหลาก  เพราะเป็นช่วงฤดูฝนที่เผอิญมีมรสุมพัดผ่านด้วย

เมื่อนักท่องเที่ยวไปยืนชมทัศนียภาพที่สวยงามของน้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งได้รับการโปรโมทจากฝ่ายจัดการท่องเที่ยวว่า เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำโขงตอนล่าง ตั้งอยู่บนแก่งหินขนาดใหญ่ซึ่งขวางกั้นแม่น้ำโขง  กระแสน้ำที่ไหลโถมลงมามีพลังรุนแรง สร้างความตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยือน จนบอกต่อ ๆ กันว่า งดงาม ยิ่งใหญ่ เป็น "ไนแองการ่าแห่งเอเซีย"    โดยทั่วไปแต่ละคนจะมีการบันทึกภาพมุมต่าง ๆ จากกล้องถ่ายภาพของแต่ละบุคคล / คณะ  อยู่แล้ว  แต่จะมีช่างภาพอิสระรับจ้างของท้องถิ่น คอยติดตามเฝ้ามองการถ่ายภาพของแต่ละคน และนำเสนอเป็นผู้ถ่ายภาพจากกล้องถ่ายภาพของตน ซึ่งจะมีตัวอย่างภาพที่มีตัวอักษรของสถานที่แห่งนี้ พร้อมวัน เดือน ปี บนภาพด้วยให้ผู้สนใจได้ใช้บริการ แต่จะมีช่างภาพอิสระบางคนใช้วิธีการเดียวกับช่างถ่ายภาพที่พิษณุโลกข้างต้น  คือสุ่มถ่ายภาพบางคน  แล้วนำมาเสนอจำหน่ายให้เขาเมื่ออัดขยายเรียบร้อย  สนนราคาผมจำไม่ได้ซะแล้ว  แต่หากเราพอใจเลือกช่างภาพอิสระรายใดถ่ายภาพในมุมที่เราคิดว่าสวยงามแล้ว  หลังไปรับประทานอาหาร 

หรือรอสักครู่หนึ่ง  ช่างภาพคนนั้นจะนำภาพที่อัดขยายแล้ว (ไม่มีกรอบภาพให้)  มาให้ถึงสถานที่นัดหมายกันไว้  และนี่เป็นตัวอย่างของภาพของ สปป.ลาว ที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ครับ

สังเกตที่ภาพจะเห็นมุมล่างซ้าย มีตัวอักษรระบุสถานที่ พร้อมวัน เดือน ปี เป็นภาษาลาว ดังภาพถัดไปที่ขยายให้เห็นชัดขึ้น ครับ

จะด้วยการไปเที่ยวในเมืองไทยไม่บ่อยครั้งก็ได้ จึงไม่เคยพบเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดที่มีบริการถ่ายภาพ ระบุสถานที่ วันเดือนปี เช่นเดียวกับที่น้ำตกคอนพะเพ็ง หากแนวคิดนี้มีผู้นำไปดำเนินการจริง  น่าจะเป็นจุดขายที่ดีสำหรับบุคคลนั้น  อย่างน้อยที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ฯ พิษณุโลก  คงเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีผู้ดำเนินการแล้ว  ครับ