คนเรามักพบทางเลือกใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับตัวเองเสมอ

 

 

                หลังจากแสดงแสนยานุภาพเกรียงไกรในการตื่นเช้าให้คนเวียดนามเห็นแล้ว  ฉันออกจะภาคภูมิใจ  แม้ว่าคนเวียดนามจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

                แต่ฉันก็ภูมิใจ ที่ปมตื่นสายวันก่อนถูกละลายไปแล้ว

                กลับมาถึงห้องในสภาพอิดโรย น่าจะดูร่องแร่งกว่าที่ควรจะเป็น  เพราะนอนไปไม่กี่ชั่วโมง  แล้วยังไปเดินลุยแดด ลุยตลาดอีก

                จริง ๆ  วันนี้  ฉันคิดโปรแกรมให้ตัวเองไว้ 2 ทางเลือก

                ทางแรกคือ  เที่ยวเก็บตกสถานที่ต่าง ๆ  ในฮอยอัน เป็นต้นว่า วันที่แล้วชมบ้านโบราณไปสองหลัง  แต่ยังเหลือบ้านหลังอื่น ๆ  อีกที่ถ้าจะชมให้ครบก็ต้องซื้อตั๋วใหม่  ถนนบางสายมีบ้านโบราณเก๋ ๆ   มีร้านกาแฟ และตึกสวย ๆ  ที่น่าชม  และยังไม่ได้ถ่ายรูป

                ทางที่สองคือ  ตัดใจจากทางแรก แล้วเดินทางไปเว้  (Hue)

                หลังจากตื่นเช้าเพียงวันเดียว

                ฉันเลือกทางที่สาม  นั่นคือ อาบน้ำ แล้วนอน ... คราวนี้ปิดม่านมิดชิด  บรรยากาศในห้องแอร์เย็นฉ่ำ  ความมืดสลัวในห้องพอให้หลับอย่างสบายได้ไม่ยาก

                ชีวิตมีทางเลือกมากกว่าที่คิดไว้เสมอ

                ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร  คนเรามักจะค้นพบทางเลือกใหม่ ๆ  ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ไม่ยาก  ขอเพียงใส่อิราสติกไว้ในหัวใจเท่านั้น

                ใส่ไว้เพื่อความยืดหยุ่นไง ...

                ชีวิตที่ปราศจากความยืดหยุ่น เป็นชีวิตที่เหน็ดเหนื่อย เขม็งเกลียว  และเคร่งเครียดโดยใช่เหตุ  แต่ข้อสำคัญอย่ายืดหยุ่นจนหย่อนยานก็แล้วกัน ...

                เพราะสองอย่างนี้มีเส้นบาง ๆ  แบ่งกั้นไว้นิดเดียวเอง

 

                ฉันตื่นอีกครั้งตอน 11 โมง  เพื่อพบว่าผลไม้ที่ซื้อมาเมื่อเช้ามีประโยชน์มาก

                ข้างนอกแดดจัดจ้า คงร้อนอบอ้าวเกินจะออกไปเดินชมอะไร  สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือ  เรียบเรียงความทรงจำออกมาเป็นตัวอักษร ลำดับภาพที่ถ่ายไว้ ลงไปใช้อินเตอร์เน็ตส่งข่าวถึงคนที่คิดถึง  แต่ปรากฏว่าอินเตอร์เน็ตของโรงแรมมีคนจับจองใช้กันเต็ม  แต่ละคนดูเคร่งเครียด เอาจริง เอาจัง

                ชีวิตจะอะไรกันนักกันหนา

                ฉันชอบแอบหัวเราะเยาะพวกฝรั่ง ที่ชอบเอาจริงเอาจังไม่เข้าท่า  เรื่องบางเรื่องถ้าปล่อยไป วางไปก็ไม่เห็นจะมีใครเป็นอะไร  โลกและดวงดาวก็ยังคงหมุนรอบระบบสุริยจักรวาลเป็นปกติอยู่ดี

                นี่แค่ใช้อินเตอร์เน็ตในโรงแรม ยังมีเรื่องแย่งชิงกัน

                ยายคนอเมริกันบ่นว่า  ยายคนเยอรมันไม่ยอมลุกจากเครื่อง

                “ไม่รู้จะส่งอีเมลอะไรนักหนา”   อเมริกันทำท่าจะหาพวก   ฉันขี้เกียจรำคาญ  เลยบอกว่า  ขอขึ้นไปนอนต่อดีกว่า  คนไทยเสียอย่างสบายไว้ก่อน ... อันนี้ไม่ได้พูดออกไป

 

                กลับขึ้นมานอนดูทีวีเรื่อยเปื่อย แต่ก็อดคิดเรื่องฟรีอินเตอร์เน็ตของโรงแรมไม่ได้

                ใคร ๆ  ก็อยากใช้ฟรีอินเตอร์เน็ตตามสิทธิ์กันทั้งนั้น  แต่ก็มีบางคนที่ถือสิทธิ์เกินคนอื่น ไม่ยอมแบ่งปัน

                ถ้ารักอินเตอร์เน็ตขนาดนั้น  ไม่รู้จะมาเที่ยวหาอะไร สู้กอดคอมพิวเตอร์อยู่บ้านไม่ดีกว่าหรือ

 

                จริง ๆ   ฉันไม่รู้หรอกว่ายายเยอรมันมีเรื่องราวอะไรมากมายนัก แต่ดูหน้าตาไม่ค่อยเป็นสุขสักเท่าไร  เธออาจมีความจำเป็นที่เราไม่รู้ก็ได้   ส่วนยายอเมริกันก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าเป็นคนแบบไหน  คนเจอกันเผิน ๆ   ตัดสินอะไรไม่ได้

                แต่ถ้าฉันเป็นยายเยอรมัน  ฉันคงแบ่งคอมฯ ให้คนอื่นใช้บ้าง หรือถ้าฉันเป็นยายอเมริกัน  ฉันคงเดินออกไปใช้อินเตอร์เน็ตข้างนอกก็ได้  ถ้าเร่งด่วนจริง ๆ  ราคาอินเตอร์เน็ตชั่วโมงละไม่ถึง 20 บาท  ไม่ต้องอารมณ์เสียด้วย

 

                ฉันว่ามีหลายเรื่องราวที่คนชาติตะวันตกน่าจะเรียนรู้เรื่องความสุขง่าย ๆ   การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  การละวางแล้วมีสุขใจ

                หรือเพราะฉันเป็นคนไทย เป็นชาวพุทธ  ฉันจึงเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง  แม้จะเป็นสิทธิ์  แต่ถ้าเราไม่ใช้สิทธิ์แล้วเป็นสุข ก็น่าจะยินดีสละสิทธิ์

                เพราะสิทธิ์เป็นเพียงสมมติที่เรากำหนดมันขึ้นมาเท่านั้น ...