ปรากฏตามแบบสอบถามที่บันทึกโดยนายชุมพล โพธิสาร นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหิดลว่า นางฝาเป็นบุตรของนายสังหรือที่เรียกกันว่า “เฒ่าสัง” กับนางบ๊ะ ซึ่งเป็นคนชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ซึ่งอาศัยอยู่มาแต่ดั้งเดิมบนภูเขาบรรทัด ซึ่งทอดยาวในภาคใต้ของประเทศไทย บุพการีบอกว่า นางฝาเกิดที่หมู่บ้านควนไม้ดำ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่า เกิดเมื่อไหร่ บิดาเป็นผู้ทำคลอดให้แก่นางฝา ดังนั้น นางฝาจึงไม่มีเอกสารที่ออกโดยรัฐเพื่อรับรองการเกิดของนางฝา
เดิมบิดามารดาของนางฝามีวิถีชีวิตด้วยการหาเผือกหามันและล่าสัตว์เล็กๆ มาเป็นอาหาร ตามแนวทางสืบทอดที่บรรพบุรุษดำเนินมานับร้อยปี และค่อนข้างที่จะตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวมานิก (ซาไก) กลุ่มนี้เพิ่งเข้ามาติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนบริเวณใกล้เคียง ในระยะเวลาประมาณ ๓๐ – ๔๐ ปีมานี้ ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าวนั้น ชนกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักและถูกรบกวนค่อนข้างน้อย เนื่องจากความทุรกันดารของเส้นทางและสภาพป่าทึบที่เป็นปัจจัยสำคัญในการติดต่อสัมพันธ์กับสังคมภายนอก

ข้อมูลจากแบบสอบถามดังกล่าวระบุอีกว่า นางฝาเป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมดซึ่งมี ๗ คน และเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ นางฝาอยู่กินฉันสามีภริยากับนายประดิษฐ์หรือ “นายดำ” ปักษี โดยมิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกัน
ปรากฏตามทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทยที่ออกโดยอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรังว่า นายประดิษฐ์ ปักษี เป็นคนสัญชาติไทย
เดิมนายดำเป็นพรานป่าล่าสัตว์ และได้มาพบกับชาวมานิก (ซาไก) กลุ่มของนายสัง บิดาของนางฝา ณ ทุ่งหญ้าคา หมู่ ๒ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ในปัจจุบัน ครอบครัวของนายประดิษฐ์ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อันได้แก่ ทำสวนยางพารา หาของป่า
นายประดิษฐ์และนางฝามีบุตรรวมกันทั้งหมด ๙ คน ดังนี้ (๑) นายศักดา ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ (๒) นางวรรณดี ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๑ (๓) นางสาวราตรี ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๒ (๔) นางสาวอำพัน ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ (๕) นายวัฒนา ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๖ (๖) นางสาวจันทิมา ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗ (๗) ด.ญ.สาวิตรี ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๙ (๘) ด.ช.ธวัชชัย ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐ และ (๙) ด.ญ.ไพลิน ปักษี ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑
ในปัจจุบัน ครอบครัวของนายประดิษฐ์และนางฝาทั้งหมดอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๔๐๑ หมู่ ๒ คานไม้ดำ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
แบบสอบถามของนายชุมพลระบุอีกว่า บุตร ๔ คนหลังยังประสบปัญหาความไร้รัฐเพราะไม่ได้รับการแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎรแต่อย่างใด เฉพาะแต่บุตร ๕ คนแรกของนางฝาและนายประดิษฐ์ได้รับการแจ้งเกิดและการเพิ่มชื่อในสถานะ “คนสัญชาติไทย” ในทะเบียนบ้านประเภทคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๖ ด้วยความช่วยเหลือของอาจารย์สุรินทร์ ภู่ขจร
ในส่วนของนางฝานั้น แบบสอบถามของนายชุมพลระบุด้วยว่า ไม่สามารถหาผู้ที่สามารถเป็นพยานรับรองการเกิดได้ เนื่องจากนางฝาเกิดอยู่ในป่า และ “เฒ่าสัง” บิดาผู้ทำคลอดได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเฒ่าสังและนางบ๊ะ บุพการีทั้งสองของนางฝาก็ประสบความไร้สถานะตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรเช่นกัน อย่างไรก็ดี มีบุคคลหลายคนที่อาจเป็นพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือได้สำหรับประเด็นการอาศัยอยู่ในประเทศไทยของนางฝาและนางบ๊ะ ตลอดจนชาวมานิก (ซาไก) กลุ่มของนางฝา
--------------------------------------------------------------
หมายเหตุ
๑.องค์กรและหน่วยงานและนักวิชาการส่วนต่างๆ ที่เคยให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ของนางฝา ปักษี ก็คือ นางสาวสมปอง เอ้งฉ้วน โรงพยาบาลทุ่งหว้า อ. ทุ่งหว้า จ. สตูล (๒) นายจรูญ ทศกูล นักวิชาการอิสระ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาละงู (๓) นายมานพ ช่วยอินทร์ ผู้ประสานงาน ศูนย์ประสานงานการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ตรัง (๔) นายพิเชษฐ์ ปิ่นเมฆ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเพชร ตำบลปาล์มพัฒนา อง มะนัง จ. สตูล (๕) ศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง (๖) กศน. ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล (๗) โรงพยาบาลตรัง (๘) อาจารย์เทียนชัย พิสิทธาดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านช่องไทร ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล (๙) อาจารย์เสริม มาศวิวัฒน์ โรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ (๑๐) อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง (๑๑) อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง (๑๒) อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง (๑๓) อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง (๑๔) อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล (๑๕) อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล (๑๖) อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล และ (๑๗) อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล
๒.ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤติสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ โครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายด้านสิทธิและสถานะบุคคล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดทำโครงการจัดการปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยกรณีกลุ่มชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ในพื้นที่ จ. ตรัง สตูล อันจะนำไปสู่การจัดการปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติของชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มนี้ ตลอดจนการจัดการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานทั้งในขณะที่ยังไร้สถานะบุคคลตามกฎหมาย และต่อไปแม้มีสถานะบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมายที่เหมาะสมแล้ว
๓.เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ คนไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง ซึ่งมีคุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธาน ก็รับแล้วที่จะเข้ามาเป็นพื้นที่การผลักดันงานด้านกฎหมายและนโยบายสำหรับการจัดการปัญหาให้แก่กลุ่มคนชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ของนางฝา ปักษี
--------------------------------------------------------------
เพิ่มเติมค่ะ เห็นว่านักวิจัยจะลงพื้นที่เก็บข้อเท็จจริงที่ขาดหายไปอีกครั้งในวันที่ ๑๙ - ๒๓ มี.ค. ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ ทีมชมรมคนรักเขา เรากับคนไรสัญชาติ พบปะกันประจำ
จากการเดินป่าเขาเจ็ดยอดพัทลุงครับ
ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนทีมงานวิจัยทุกคนครับ
ยินดีค่ะ คงได้ตามลูกศิษย์ไปตรังเร็วๆๆ นี้ค่ะ แต่คงไม่ถึงพัทลุงค่ะ
ลองอ่านงานที่ อ.แหวว เป็นทัพหลังให้ มีรายละเอียดประมาณนี้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/mani-study