“แต่ที่ดูบุคลิกดีเพราะเธอเป็นคนนิสัยดี มีขุมทองในบุคลิกภาพนั่นเองค่ะ”

     ลักษณะของคนขี้อายจะมีความรู้สึกว่าเมื่อเดินไปทางไหนมีแต่คนแอบมอง มีความรู้สึกว่าคนอื่นๆกำลังมองเรา เราไม่กล้ามองหน้าคนอื่นๆเมื่อมองผ่านคนนั้นๆแล้วอาการที่ออกมาจะคอยหลบหน้าตลอดแต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีใครมองเราต่างหากเราคิดไปเองมากกว่าว่าคนอื่นมองเรา


     ธรรมชาติของคนมีปมด้อยทุกคนจะว่าคนอื่นๆว่าทำตัวหน้าอายก็เพราะเอารสนิยมของตนเองมาตัดสินมาตรฐานของคนอื่นคนเราเกิดมารสนิยมแตกต่างกันไม่สิ่งใดก็สิ่งหนึ่ง   เหล่านี้ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน “ความมีหน้ามีตาของคนไม่ได้ตัดสินกันที่รสนิยมภายนอก แต่มาจากรสนิยมภายใน” เช่น  ภาษากาย   ภาษาวาจา  ภาษาใจ นั่นคือความดี ความงามตามธรรมชาติของจิต กาย วาจาใจ ยกตัวอย่างให้ดูแบบง่าย เช่น มีชายคนหนึ่งพาดพิงถึงผู้หญิงคนหนึ่งโดยไม่รู้เนื้อ รู้ตัวว่า”อย่าพาเธอไปไหนดีกว่า  อายคน ทำไมเขาจึงคิดเช่นนั้น เพราะเหตุว่ารสนิยมผู้ชาย เป็นคนรสนิยมสูง แต่งตัวหรูหราซื้อของราคาแพงมาบริโภคและประดับร่างกาย ชอบคบคนมีหน้ามีตาในสังคม"  แต่แล้ว รสนิยมก็ไปกันไม่ได้เพราะผู้หญิงเป็นคนติดดินเอามากๆ ซื้อของราคาถูกๆมาบริโภคและประดับร่างกาย  ในทัศนคติรสนิยมของเธอแท้ที่จริงแล้ว  คนภายนอกมองว่า เธอเป็นผู้หญิง ไฮโซ แต่ในทัศนคติส่วนตัวเธอ ไม่เป็นเช่นนั้นเลย แต่ผู้ชายคนนี้นิยมชมชอบเธอ เพราะคิดว่าเธอเป็นคนรสนิยมสูงและไฮโซ แต่การที่เธอบุคลิกภาพดีได้นั้นก็เพราะการกระทำของ กาย วาจา ใจ ที่ดีงามนั่นเอง แต่ความจริงรสนิยมเธอเป็นคนเข้าที่ไหนก็เข้าได้ ไม่ถือเนื้อ ถือตัว อาหารการกิน ก็ข้าวแกงธรรมดานี่แหละค่ะ “แต่ที่ดูบุคลิกดีเพราะเธอเป็นคนนิสัยดี มีขุมทองในบุคลิกภาพนั่นเองค่ะ”

      ถามว่าทำไมผู้ชายคนรสนิยมสูงคนนี้จึง สนใจเธอ จึงชอบเธอ แต่เธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้เลยค่ะ ก็เพราะผู้ชายคนนี้มีรสนิยมสูงค่ะ เธอเป็นคนติดดินนั่นเองค่ะ