• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

มนตราแห่งราชาธิปไตย บทสดุดีราชันย์แห่งปวงไทย

มนตราแห่งราชาธิปไตย บทสดุดีราชันย์แห่งปวงไทยจาก"ไทม์"

หมายเหตุ - นิตยสารไทม์ นิตยสารเชิงวิเคราะห์ข่าวระดับโลก ฉบับตีพิมพ์จำหน่ายในเอเชีย ประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2549 ได้ตีพิมพ์ความเรียงชื่อ "The Mystique of Monarchy" เขียนโดย นายพิโค ไอเยอร์ นักเขียนความเรียงและนวนิยายชาวอเมริกัน ซึ่งความเรียงดังกล่าวได้ขับเน้นให้เห็นพระปรีชาสามารถและการทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยเป็นเลิศจนได้รับการเฉลิมพระเกียรติขจรขจายไปไกล และยังแสดงถึงภาพรวมของสถานะแห่งระบอบการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทั่วโลกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย "มติชน" จึงได้ถอดความเนื้อหาดังกล่าวมาถ่ายทอด
---------------------------------------------------------------------------------------------------

     ในห้วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา จำนวนของประเทศประชาธิปไตยและสาธารณรัฐได้เบ่งบานเพิ่มพูนจาก 40 เป็นประมาณ 120 ประเทศ ผลพวงจากการนี้คือบรรดาองค์กษัตริย์ทั้งหลายยิ่งกลายเป็นเสมือนของลายครามล้าสมัยคลับคล้ายตลกหลวงหรือเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้างทั้งหลายไป ในทรรศนะของผู้คน 9 ใน 10 คนทั่วโลก เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายเป็นเพียงเรื่องในนิยายนางฟ้าเท่านั้นเอง


     กระนั้นในเอเชียส่วนใหญ่องค์กษัตริย์ยังคงเป็นความจริงอย่างยิ่งในวิถีของชีวิต กษัตริย์ยังคงปรากฏพระองค์อย่างมีชีวิตชีวาและมั่นคง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชในประเทศไทย คือตัวอย่างของความจริงแท้ดังกล่าว ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาปวงชนชาวไทยร่วมเฉลิมฉลองวาระการครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระองค์ด้วยจิตใจเปี่ยมปีติที่แท้จริงในช่วง 5 วัน แห่งการฉลองอันแสนอัศจรรย์ที่มีบรรดาพระประมุขและเชื้อพระวงศ์จาก 25 ประเทศ เข้าร่วม


     ปณิธานแห่งความเป็นราชานั้นก็คือความสามารถในการอำนวยให้เกิดแสงสว่างเพื่อนำทางพสกนิกรของพระองค์สู่อนาคตที่มีความหมาย ในโลกแห่งความเป็นจริง บ่อยครั้งที่ความเป็นกษัตริย์กลับลากจูงประเทศชาติกลับสู่ยุคแห่งความมืดมน ในปีนี้ เราได้ประจักษ์ต่อเหตุการณ์ทั้งสองด้านในเอเชีย เมื่อทั้งพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองประเทศด้วยพระราชอำนาจเด็ดขาด และผู้นำซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาในระบอบประชาธิปไตยได้สร้างประวัติศาสตร์ขึ้น เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา องค์กษัตริย์ยิกเม่ ซิงเย่ วังชุก แห่งภูฏาน สร้างความแตกตื่นให้กับทั้งโลกด้วยการประกาศสละราชบัลลังก์อย่างเต็มพระทัย เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในประเทศของพระองค์


     แต่ในประเทศใกล้เคียงอย่างเนปาล กษัตริย์คยาเนนทรา กลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม เรียกคืนพระราชอำนาจเต็มเปี่ยมของพระองค์กลับคืนมาและทรงยินยอมสถาปนาอำนาจรัฐสภาขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งก็ต่อเมื่อบรรดาพสกนิกรลุกฮือขึ้นประท้วงการปกครองด้วยพระบรมราชโองการของพระองค์ การประท้วงในทำนองเดียวกัน แม้จะเป็นไปโดยสันติมากกว่ามาก เกิดขึ้นในเมืองไทยต่อการปกครองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประเทศนี้ดูราวกับจะเดินหน้าไปสู่ภาวะปั่นป่วนในทางการเมืองครั้งใหญ่ ตราบจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรียกร้องให้บรรดาฝักฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ขจัดความขัดแย้งระหว่างกันเสีย


     องค์พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ทรงมีธรรมานุภาพเพียงพอต่อการเรียกร้องดังกล่าว เนื่องเพราะพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองทั้งปวงราวกับทรงประทับอยู่คนละปริมณฑลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พระองค์ทรงตระหนักดีว่าบทบาทในฐานะพระมหากษัตริย์นั้นจำเป็นในเรื่องเชิงสัญลักษณ์มิใช่ตัวบุคคล ทั้งนี้ เพราะพระองค์ไม่จำเป็นต้องอวดพระองค์เอง ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ตนเองเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนดุจเดียวกับนักการเมืองทั้งหลาย


     ตรงกันข้าม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติ เปล่งเสียงสดุดีด้วยความยินดีจากทั่วทั้งประเทศ จากความเป็นจริงของพระปรีชาสามารถทั้งในฐานะแห่งคีตกร,จิตรกร,นักประดิษฐ์คิดค้นผู้ทรงสิทธิในสิทธิบัตร และเหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะพระองค์ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณา ผู้ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินอย่างไม่รู้จบท่องไปทั่วพระราชอาณาจักร เพื่อพระราชทานโครงการด้านการพัฒนาต่างๆ ให้ไว้สำหรับช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ แต่ดูเหมือนว่า ศิลปะที่ทรงพระปรีชาสามารถสูงสุดก็คือการดำรงพระราชจริยวัตรเปี่ยมคุณูปการจนพระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของทุกผู้คน แม้ในยามที่ทรงประทับอยู่ห่างไกลก็ตามที


     แนวพระราชดำริ และสรรพสิ่งของพระองค์ มิได้มีการจดจารึกไว้ประจำทุกวันในหน้าหนังสือพิมพ์ ตรงกันข้ามพระองค์กลับทรงเป็นองค์ปฏิมาที่เป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวทั้งแผ่นดินเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนหนึ่งเนื่องเพราะพระราชจริยวัตรอันอำนวยให้เกิดภาพลักษณ์ของความแน่วแน่ มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ในยามที่พระองค์ทรงนำประเทศชาติฟันฝ่าภาวะเปลี่ยนแปลงนานาอันชวนแตกตื่นไปสู่ความเป็นชาติทันสมัยก็ตามที


     หลายวัฒนธรรมในเอเชียดูเหมือนจะเข้าใจดีถึงอานุภาพไร้รูปลักษณ์ดังกล่าวนี้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งซึ่งบางคราวดูเหลือเชื่ออย่างยิ่ง และยอมรับว่าในบางกรณี (อย่างเช่นในแง่ของพิธีอภิเษกสมรส) การไม่รู้ในทุกเรื่องสามารถเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดำรงอยู่ต่อไปได้ ตัวอย่างเช่นในกรณีของญี่ปุ่น เชื้อพระวงศ์ในองค์พระจักรพรรดิ ประทับอยู่ในสถานที่ซึ่งถูกปกปิดไว้ให้เป็นที่รโหฐานถึงที่สุดในท่ามกลางความยุ่งยากลำบากที่บรรดาเชื้อพระวงค์ทั้งหลายต้องเผชิญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นส่วนพระองค์ไว้ให้เป็นเรื่องส่วนพระองค์โดยแท้จริงต่อไป บางทีกษัตริย์ทั้งหลายสามารถทำหน้าที่ของพระองค์ได้ก็ต่อเมื่อเราไม่ได้จับจ้องมองพระองค์อย่างใกล้ชิดมากจนเกินไป และปฏิบัติตามแนวทางพระราชทานที่อำนวยให้เกิดปึกแผ่นขึ้นได้โดยดุษณี


     นั่นแตกต่างออกไปจากในโลกตะวันตก ในแถบสแกนดิเนเวีย บรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายปฏิบัติพระองค์ให้เป็นที่รักโดยการทำอย่างเดียวกับที่พวกเขาทำ ขี่จักรยานไปไหนมาไหนเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปขี่ ในอังกฤษและโมนาโกมีการจับจ้องจากสื่อมวลชนที่มีอยู่ดกดื่นต่อความสัมพันธ์ขององค์รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษกับพระชายา ส่วนพระราชโอรสและธิดาแห่งเกรซ เคลลี่ ก็ต้องฟันฝ่าเรื่องราวอื้อฉาวและการตัดขาดจากสาธารณชนอย่างไม่หยุดหย่อน


     หากบรรดากษัตริย์ทั้งหลายเป็นเฉกเช่นเดียวกันแล้วไซร้ จะยึดถือว่าองค์กษัตริย์เหล่านี้ประกอบพระราชกรณียกิจเพื่ออันใด และกษัตริย์ทั้งหลายเหล่านี้แตกต่างอันใดกับผู้อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงทั้งหลาย? ตรงกันข้าม กษัตริย์หลายพระองค์ในเอเชียทรงเปิดรับความทันสมัย สอดคล้องกับโลกแห่งความเป็นจริงไว้ กษัตริย์ยิกเม่ ทรงผ่านการศึกษาในอังกฤษ และพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นทรงอภิเษกสมรสกับสามัญชน กระนั้นหลายพระองค์เหล่านี้ก็สามารถดำรงราชศักดิ์และดำรงเกียรติภูมิแห่งราชวงศ์ไว้ได้มิเสื่อมคลาย


     กษัตริย์มิได้ถือกำเนิดมาเพื่อความเป็นคนสมบูรณ์พร้อม แต่ถือเป็นพระราชภาระขององค์กษัตริย์เหล่านั้นในการที่จะทรงเก็บงำความไม่สมบูรณ์พร้อมไว้กับพระองค์เอง องค์พระมหากษัตริย์พระชนมพรรษา 78 พรรรษา ของไทยก็ทรงดำเนินการตามนี้โดยทรงประสบความสำเร็จสูงสุด ในยามที่เราได้เห็นความหรูหราเยี่ยงโบราณราชประเพณีในพิธีฉลองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าเราได้ประจักษ์ถึงความมีชีวิตชีวาและการดำรงอยู่แห่งองค์กษัตริย์และขัตติยภาวะในเมืองไทย


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน  www.mthai.com


เพลงประกอบพระราชพิธี  ขณะเสด็จออกสีหบัญชร เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 49
Journey (on the earth) ในชุด Nirvana โดย คุณจำรัส  เศวตาภรณ์ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เก็บมาฝาก
หมายเลขบันทึก: 34242
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • ขอขอบคุณอาจารย์เจนจิต (ตูน)                    

ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ที่บูชาพระบุคคลผู้ควรบูชา... สาธุ สาธุ สาธุ

  • ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
  • ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ
  • ขอสาธุ สาธุ ด้วยคนครับ