หลังจากการประชุมวันนี้ ทำให้ฉันเกิดคำถามในใจ กับคำว่า "ประวัติศาสตร์"
1.เราเรียนประวัติศาสตร์ไปเพื่ออะไร?
2.ทำไมเราต้องอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์?
3.เราควรกตัญญูต่อ ประวัติศาสตร์หรือไม่?
เมื่อกลับมาบ้าน คนแรกที่ฉันเจอคือแม่ และฉันได้คำตอบ
1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่อไม่ให้กงล้อแห่งประวัติศาสตร์มาเหยียบย่ำ
ขยายความคือ สิ่งที่เกิดมาแล้ว มีความสมบูรณ์ทั้งเหตุและผลในตัวเอง หากเราไม่อยากรับผลเช่นที่เกิดในอดีต ก็ต้องป้องกันที่เหตุ
2. เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ว่าเรามีรากเหง้า
3. การระลึกถึงเป็นสิ่งดี แต่ไม่ใช่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพราะไม่เช่นนั้น เราก็คงต้องใช้กระเดื่องตำข้าว เช็ดน้ำเวลาหุงข้าว กันอยู่
...หลังจากอบรมจิตตปัญญา แล้วกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็ยิ่งเห็นคุณค่าของคำว่า Open mind, Open heart และ Open will เมื่อได้ยิน Voice of judgement , Voice of criticism และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Voice of fear ชัดเจน..หากแต่การมีสติรู้ ได้ยินก็รู้ว่าได้ยิน ทำให้ใจฉันไม่หม่นหมองเหมือนเคย
คุณค่าของชามสังคโลกใบหนึ่ง คือ เพียงแค่เนื้อดินที่รอดพ้นมากว่าร้อยปี หรือ ความภาคภูมิใจในรากเหง้าของมนุษย์รุ่นถัด..ฉันไม่เคยเห็นหลอดไฟดวงแรกที่เอดิสัน ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แต่เรื่องราวของเขากลับเป็นแรงบันดาลใจ ในการใช้ความพยายาม เพื่อสิ่งที่ดีกว่า "ต่อเพื่อนมนุษย์"
"เราเรียนประวัติศาสตร์ไปทำไม" คำตอบของคุณคืออะไรคะ
แวะไปเยี่ยมดารินหน่อยนะครับ น้องเขาเพิ่งเขียน blog http://gotoknow.org/blog/darinda
มาขอบคุณอาจารย์หมอปัทค่ะที่ไปยินดีกับทีมเราที่ได้รับรางวัล HHC AWARD มีภาพมายืนยันด้วยนะคะ อิอิ เเวะมาเรียนรู้เรื่องใหม่จิตตปัญญา เรื่องนี้ยังใหม่สำหรับพี่ค่ะ ต้องสมัครมาเรียนกับอาจารย์ปัทซะเเล้ว
ชอบจังครับ