เสียงร้องของลูกช้างดังก้องไปทั่วทั้งป่า ฟังแล้วชวนให้ขนลุก มันถูกพรากจากอกแม่... ถูขอและกระบองฟาดและทิ่มแทง แสนทรมาน ถูกพันธนาการสิ้นแล้วซึ่งอิสรภาพ
 

วันที่ไม่มีจริง : ข้อคิดจากผลงานนักเรียน

  

  

  

        ฉันนั่งดูผลงานตัดต่อวิดีโอ (ภาพยนตร์สั้น) ของลูกศิษย์  มีหลายเรื่องที่ประทับใจ  ซึ้งๆ  น่ารักๆ  บางเรื่องก็ขำๆ  ตลก ฮา ๆ   ฉันรู้สึกอิ่มเอม มีความสุข กับผลงานของพวกเขา   เด็กตัดต่อวิดีโอและใส่เทคนิคลูกเล่นต่างๆ ได้เหมาะสมในแต่ละฉาก   ใช้ได้เลยแหละ... ฮืม  ฉันย่อมปลื้มเป็นธรรมดา ที่สอนแล้ว เด็กๆ ทำได้พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  ฉันดูไปที่ละเรื่องๆ  ยังไม่ครบทุกเรื่องหรอก  มาเจอเรื่องที่ทำให้ต้องเขียนบันทึก  “มันกินใจ สะเทือนใจ  แต่เป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกๆ คนควรนำกลับมาคิด”  หนังเรื่องนี้ชื่อ  “วันที่ไม่มีจริง   ขอนำภาพบางส่วนของหนังเรื่องนี้ มาประกอบบันทึก แล้วเขียนให้น้อยๆ  ให้คุณได้สัมผัส และครุ่นคิดไปด้วยก็แล้วกัน  เสียดายที่ไม่สามารถนำมาให้ชมในรูปแบบภาพยนตร์ได้  เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขนาดของไฟล์

 

 

      ฉากแรกเป็นการแสดงความสามารถ ความแสนรู้ ความน่ารัก น่าเอ็นดูของช้าง  ที่ทำให้คนดูมีความสุข สนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ  “เก่งจัง”  ช้างมีสมองใหญ่กว่ามนุษย์ มันก็เลยฉลาด ....บางคนคิดแบบนี้...!!!!!  อืม... เห็นจะจริงนะ

  

 

การแสดงที่สนุกสนาน เร้าใจ ประทับใจผู้ชม 

 

 

เรียกเสียงหัวเราะและความสุขให้กับผู้ชม 

 

     หนังดำเนินไปเรื่อยๆ ไปแป๊บนึง  มีภาพของเด็กผู้หญิง เดินหิ้วกระเป๋าไปตามทางรถไฟ .. มีข้อความว่า 
 
“คุณคิดยังไงกับรูปที่คุณเห็น” 
“ดูแล้วอยากไปบ้าง   ดูแล้วสนุก”  
“แต่สิ่งมีชีวิตบางอย่าง   คงไม่สนุกกับเราแน่....”  

  

  

        คุณอาจสนุกและรู้สึกอัศจรรย์ใจ  รวมถึงนึกเอ็นดูเจ้าลูกช้างที่ใช้งวงเกี่ยวหางเดินต่อกันเป็นแถว!... มันน่ารัก  น่าเอ็นดู จริงๆ  ด้วย

 

 

        การฝึกแต่ละครั้งนั้นมันยากมากๆ   แต่ถ้ารู้ใจ และควานช้างใช้ความรัก ความผูกพันกับเขา  เขาก็จะไม่ดื้อสักนิด  ...ยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้านาย...

 

  

ช่างว่านอนสอนง่ายไม่ดึงดื้อ 
ถึงตัวใหญ่ไม่ถือดื้อเป็นใหญ่ 
คงดึงดื้อถือดีมีทั่วไป 
ต้องรู้ใจ รู้จุด จึงหยุดฟัง 

 

แต่รู้ไหม??  บางครั้งการฝึก มันเป็นความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า  “ช้าง”

  

 

        เสียงร้องของลูกช้างดังก้องไปทั่วทั้งป่า  ฟังแล้วชวนให้ขนลุก   มันถูกพรากจากอกแม่... ถูขอและกระบองฟาดและทิ่มแทง  แสนทรมาน  ถูกพันธนาการสิ้นแล้วซึ่งอิสรภาพ   
   อนิจจา!....   ลูกช้างเอ๋ย... นับจากนี้ไป เจ้าจะหมดอิสรภาพโดยสิ้นเชิง.... 
ทำไมมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่า “เป็นสัตว์ประเสริฐ”  จึงทำได้เยี่ยงนี้ ???? 

  

 

      มนุษย์มีสติปัญญา  มีมือมีเท้า ที่จะทำมาหาเลี้ยงชีพ  เลี้ยงครอบครัว และเผื่อแผ่มาถึงสัตว์เลี้ยงของตนเอง 
 

 

    แต่ขณะนี้ มนุษย์กลับให้สัตว์เป็นผู้หาเลี้ยง  หาประโยชน์จากสิ่งที่มนุษย์เรียกมันว่า “สัตว์เดรัจฉาน” 

  

 

 

“รายได้จากความเหน็ดเหนื่อยของฉัน   เจ้านายตอบแทนฉันด้วย กล้วย อ้อย และแตงกาว เพียงน้อยนิด  ฉันหิวเหลือเกิน”   

 

จากป่ามาสู่เมือง  อันเรืองรุ่ง 
เจ้าของมุ่ง  นำมาหาทรัพย์สิน
เลี้ยงเจ้าของ... เจ้าของเลี้ยงเพียงได้กิน
ชีวิตสิ้นอิสรภาพ... ตราบนิรันดร์ 

 

  

 

         ช้าง  ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย  เมืองสยาม  ช้างเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์  เคียงข้างออกสู้รบทำศึกสงคราม  เพื่อปกป้องเอกราชให้เราได้เชิดหน้าอยู่ในโลกใบนี้อย่างทระนง ว่า  “คนไทยไม่เคยตกเป็นทาสของใคร?” 

 

พอฉันแก่ตัวลง... หมดประโยชน์  เจ้าของก็ทิ้งฉัน  ไม่สนใจฉัน.. ฉันเจ็บ  ฉันป่วย ฉันทุกข์ทรมานเหลือเกิน.....

    

 

       มีคนใจบุญ  สงสารฉัน  ช่วยกันรักษาฉัน  แต่ฉันคงอยู่ได้อีกไม่นาน   ฉันคิดถึงบ้าน... บ้านหลังใหญ่ในป่าขุนเขา  ที่ฉันจากมาตั้งแต่เล็กๆ   ฉันคงไม่มีโอกาสกลับบ้าน   มันเป็นแค่ความฝัน ... "ฉันกำลังจะตาย”  

 

 

 แล้วคุณคิดอย่างไร กับสิ่งที่เห็นนี้  

 

 

 

หากคนถูกกระทำแบบนี้บ้างเล่า  จะเป็นอย่างไร?
 สำหรับใจในผม คิดว่า....
"มันอาจโดนทารุณกรรม  เพื่อ ปากท้องมนุษย์ และธุรกิจท่องเที่ยวก็ได้"
  ให้กลับไปอยู่บ้านของเขาเถอะนะ   อย่าเหนี่ยวรั้งเขาไว้อีกเลย
 

 

 

      ฉันดูไปร้องไห้ไป  น้ำตามันไหลไม่ยอมหยุด  ทั้งเสียงเพลงประกอบ  ข้อความความ  และเอฟเฟ็กซ์ ที่ใส่ในแต่ละฉาก สอดคล้องกับเรื่องราวที่นำเสนอ   มันบีบคั้นหัวใจเหลือเกิน  สงสารจับใจ…
 

 

 

       ฉากจบ เก๋... ทำเหมือนหนังทั่วไป.. ดูดีๆ นะ... คนสร้างหนังเขาพูดถึงฉันด้วย....ว๊าว...ทำให้ครูอมยิ้ม ( ^ - ^)  หลังจากเสียน้ำตาอยู่ตั้งนาน.... เจ้าพวกนี้นี่แสบนักเชียว....รู้จุดอ่อนของฉันอีกแล้ว  “จุดอ่อนของฉัน...อยู่ตรงที่หัวใจ...ที่ทำเป็นแข็งแรงที่แท้แทบขาดใจ.....”   <ร้องเพลงน่ะ  ของ อ๊อฟ AF  : เพลงโปรด ที่ตรงกับตัวฉันที่ซู๊ด   ฮา >
      นี่แหละทำให้ฉันต้องเขียนบันทึกเรื่องนี้  เพื่อวอนขอความเมตตาสงสารช้าง ช่วยกันเยียวยาช้างไทย   แล้วส่งช้างคืนสู่ป่า...  ฉันคิดว่ามันคงมีความสุขกว่าการอยู่ในป่าคอนกรีต   ขอเถอะนะ  ให้ช้างได้กลับบ้าน  บ้านที่เป็นรากเหง้าของช้างอย่างแท้จริง
 
 

 

 

 

 

        ฉันยอมรับว่า ฉันชอบ รักช้าง รู้สึกผูกพัน เอ็นดู (มีความรู้สึกที่ดีกับคนชื่อช้าง... เอ๊ะๆ.. นอกเรื่องอีกละ  ฮา )  ฉันสงสารช้างเวลาถูกเจ้าของพามาเดินหาเงิน  ยอมเสียเงินซื้อกล้วย อ้อยให้ช้างกิน... ซึ่งก็ไม่ถูกต้องนัก  เพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้เขานำช้างมาหากินแบบนี้  ได้เพราะความสงสารนี่แหละนะ... ที่มนุษย์ใช้เป็นช่องทางทำมาหากิน
 
  เจ้าของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้    

  

นายอภิสิทธิ์         ปานอิน  (ต๊ะ)         ชั้น ม.4/2
นายทรงพล         หิรัญ  (อ๋องแอ๋ง)    ชั้น ม.4/2
นางสาวสิรินาถ    ทองศรี  (พลอย)    ชั้น ม.4/2

 

  

 


      รูปนี้มีแขกรับเชิญ  พี่ใบเฟิร์น คนเก่งของน้องๆ  ที่สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนลับแลพิทยาคม  ด้านคอมพิวเตอร์มากมาย  เป็นลูกศิษย์ที่ครูใจดี ปลุกปล้ำ เอ้ย!.. ปลุกปั้นตั้งแต่เขามาเรียน ม.4  เป็นลูกศิษย์ที่รักมากอีกคนหนึ่ง  ปีนี้ใบเฟิร์นจะจบ ม.6 แล้ว  เฟิร์นจะเรียนต่อด้าน Animation  ที่เฟิร์นรักที่สุด   คราวหน้า ครูใจดี จะเล่าเรื่องของใบเฟิร์นให้ฟังค่ะ

 

     

 

 

บันทึกโดย :  ครูใจดี
ขอบคุณ :  แรงบันดาลใจจากลูกศิษย์ที่รัก