"สายสัมพันธ์แห่งลูกหลานที่รักใคร่ผูกพันรวมพลังสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดีให้ครอบครัวและสังคมให้มีความสุขได้นั้นเป็นอนุสาวรีย์ที่สง่างามของอากงอย่างแท้จริง ”

          พิธีกงเต็กเป็นพิธีที่สำคัญในพิธีศพของชาวจีน แสดงถึงความกตัญญูของลูกหลานที่มีต่อบรรพบุรุษ    และสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างครอบครัว ค่านิยมและความเชื่อของชาวจีน ชาวจีนเชื่อว่าทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายของบุคคลอันเป็นที่รักสิ้นสุดลงพิธีกรรมก็เริ่มขึ้นจากการบรรจุศพในโลงจำปา  ชาวจีนนิยมจัดงาน 7 วัน โดยช่วงค่ำของ 5 วันแรก เป็นการสวดอภิธรรมศพ จนกระทั่งวันที่ 6  ซึ่งนับว่าเป็นวันสำคัญที่สุด เพราะลูกหลานจะร่วมใจกันทำพิธีกงเต็ก เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูและตอบแทนบรรพบุรุษของตน เพื่อให้ท่านมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย เช่นเดียวกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งจะเห็นได้จากความหมายของขั้นตอนต่างๆในพิธี ถึงแม้ว่าสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนขั้นตอนและรูปแบบในพิธีกงเต็ก แต่พิธีกงเต็กก็ยังคงเป็นการแสดงอัตลักษณ์ของชาวจีนในเรื่องของค่านิยม ความกตัญญู

 

 

       ภาพพิธีกงเต็ก เพื่ออากงเส็งกี่  แซ่โค้ว เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ณ บ้านเลขที่ 102 ถ.พิทักษ์บุญยงค์ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร อากงของผู้เขียนผู้มีอายุยืนยาวถึง 102 ปี ( มีอายุเท่ากับบ้านเลขที่พอดี ) ลูกหลานร่วมสองร้อยชีวิต มาร่วมงานกันด้วยการแต่งกายด้วยชุดสีแดงทั้งงาน ทุกคนต่างปลื้มปิติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้  งานที่บรรพบุรุษของเราได้สิ้นสุดภาระในการอบรมเลี้ยงดูลูกหลาน  เหลือเพียงความทรงจำอันงดงาม... อากงผู้มีทั้งความขยันขันแข็ง ......รับผิดชอบกรากกรำงานหนักจนสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่นมั่นคง อากงผู้ไม่ดื่มเหล้า  ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลาน และมีชีวิตยาวนานจนถึงรุ่นโหลน

 

 

 

  ...วันที่อากงจากไป  จึงเป็นวันที่ทิ้งรอยอาลัย ไว้เป็นความผูกพันภายในครอบครัวและสายตระกูล    ดังขั้นตอนการทำพิธีกงเต็กที่ลูกหลานกตัญญูทุกคนเดินข้ามสะพานไปส่งอากง  การข้ามสะพานเป็นการ เตือนใจให้ก้าวข้ามอุปสรรคและความทุกข์ยากลำบากทั้งปวงได้ด้วยความอดทนเหมือนอากง  และให้มีความรักและสามัคคีกันเหมือนกับวันที่มารวมตัวกัน เพื่อทำ กงเต็กให้อากง  ...

 

 

 

 "สายสัมพันธ์แห่งลูกหลานที่รักใคร่ผูกพัน  รวมพลังสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดีเพื่อทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุขได้นั้น  เป็นอนุสาวรีย์ที่สง่างามของอากงอย่างแท้จริง ”