ด้วยพระนามแห่งพระองค์อัลลอฮ(ซบ)ผู้ทรงยิ่งในความกรุณา ผู้ทรงเมตตาปราณีเสมอ อิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้มนุษย์มีความเมตตากรุณาปราณี และส่งเสริมให้มีความยุติธรรม และเคารพให้เกียรติและศักดิ์ศรีกับทุกคน นอกจากนี้อิสลามยังพิทักษ์รักษาเสรีภาพ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นคำขวัญต่เป้นสิ่งที่อิสลามยึดเหนี่ยวอยู่ด้วย พระผู้เป็นเจ้า เอกองค์อัลลอฮ (ซบ)ได้ส่งท่านศาสดามูฮัมหมัด(ขอความสันติความโปรดปราณความจำเริญจงมีแด่ท่าน)ดังปราฏฎในพระพจนาถของพระองค์ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอันจำเริญในบท อัลอันบิยาอ พระบัญญัติโองการที่ 107 ว่า"และเราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย" และท่านศาสดาก็ได้มีวจนะเช่นเดียวกันว่า "ตัวฉันได้ถูกส่งมาเพื่อทำให้จรรยาบันที่สูงส่งนั้นสมบูรณ์ยิ่ง" พี่น้องครับในอิสลามยังสามารถให้เราเลือกเชื่อได้ รวมทั้งเรื่องของความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าหรือปฏิเสธความเชื่อก็ตาม เรื่องนี้มีปรากฎในพระพจนาถของพระผู้เป็นเจ้าจากพระมหาคัมภีร์อัลกรุอานอันจำเริญในบทอัลกะฟี พระบัญญัติโองการที่ 29 ว่า "และจงกล่าวเถิดมูฮัมหมัด สัจจธรรมนั้นมาจากพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นผู้ใดประสงค์ก็จงศรัทธาและผู้ใดประสงค์ก็จงศรัทธาผู้ใดประสงค์ก็จงปฏิเสธ แท้จริง เราได้เตรียมไฟนรกไว้สำหรับพวกอธรรมซึ่งกำแพงของมันล้อมรอบพวกเขา และถ้าพวกเขาร้องขอความช่วยเหลือก็จะถูกช่วยเหลือด้วยน้ำเสมือนน้ำทองแดงเดือดลงกใบหน้า มันเป็นน้ำดื่มที่ชั่วฃ้า และเป็นที่พำนักที่เลวร้าย" และในหลักการศรัทธาและหลักปฏบัติของอิสลามๆเรียกร้องให้มุสลิมทุกคนรักษาความยุติธรรม และเสรีภาพ โดยห้ามสิ่งอยุติธรรมใดใด ตลอดจนการทารุณ การฉ้อราษร์บังหลวง การกระทำใดๆที่ชั่ร้ายอันเป็นการส่งเสริมความชั่วให้อยู่ในระดับเดียวกับความดี มีปรากฎในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอันจำเริญในพระพจนาถบทฟุซซิลัต พระบัญญัติโองการที่34 ว่า"ความดีและความชั่วนั้นหาเท่าเทียมกันไม่ เจ้าจงขับไล่ความชั่วด้วยสิ่งที่มันดีกว่าแล้วเมื่อนั้นผู้ที่อยู่ระหว่างเจ้ากับระหว่างเขาเคยเป็นอริกันก็จะกลับกลายเป็นเยี่งมิตรที่สนิทกัน"อิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้รักในสันติโดยไม่เปิดช่องให้ใช้ความรุนแรง ความบ้าระห่ำ การก่อการร้าย หรือการโจมตีบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม คำสั่งสอนและหลักการหลักปฏิบัติของอิสลามมุ่งที่จะพิทักษ์รักษาสิทธิมนุษยชนซึ่งหมายรวมถึงสิทธิในชีวิตครอบครัว ความเชือ ความคิด และทรัพย์สิน ห้ามไม่ให้ทำร้ายผู้อื่น ซึ่งการทำร้ายผู้อื่นนั้นเปรียบเสมือนการทำร้ายมนุษยชาติ ซึ่งมีหลักฐานปรากฎจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอันจำเริญ ในพระพจนาถบทอันมาอิดะฮ พระบัญญัติโองการที่ 34 ว่า"แท้จริงผูใดฆ่าชีวิตหนึ่ง โดยมิใช่ทดแทนอีกชีวิตหนึ่ง หรือมิใช่เนื่องจากบ่อนทำลายในแผ่นดินแล้ว ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล "