วันนี้ (๒๔ กุมภาพันธ์ ๕๓) หลังจากเดินทางมาร่วมงาน "มาฆบูชาโลก" และกล่าวสุนทรพจน์ ที่เมืองนาคปูร์ รัฐมหาราช อินเดีย http://gotoknow.org/blog/united-nation-day-of-vesak/338962  และได้ถือโอกาสค้นหา "สัจธรรม" ที่้ถ้ำอัลโลร่า ณ เมืองออลังกบาต http://gotoknow.org/blog/limcu/339558  มาวันนี้ได้ถือโอกาสมาอินเดียครั้งนี้ มาเยี่ยม "ญาติธรรม" ที่ธรรมะได้จัดสรรมาพบกับ "ท่านทูตพลเดช วรฉัตร ณ สถานทูตไทยในกรุงเดลี" ซึ่งทำงานในตำแหน่ง "อัครราชทูต"

     นับตั้งแต่ิวินาทีแรกที่เดินทางมาถึงหาที่พักไม่ได้เพราะบริษัทที่ทำหน้าที่ในการดำเนินการผิดพลาดในการจองที่พัก ท่านทูตได้แสดงความเป็นห่วงโดยการโทรติดต่อหลายครั้งมาก  จนรู้สึกเกรงใจในความปรารถนาดี  เพราะทั้งเรื่องงานและเรื่องที่พัก 

     การเดินทางมาอินเดียครั้งแรกคราวนี้ ถือเป็นความตั้งใจที่จะถือโอกาสพิเศษนี้ มาเยี่ยมครอบครัว G2K เพราะเมื่อเดือนก่อนไปเยี่ยมและให้กำลังใจท่าน ผอ. พรชัย พี่ครูคิม ดร.ขจิต อ.แผ่นเดิน เป็นต้น ที่จังหวัดยโสธรมาก่อน

     นับเป็นโอกาส และบรรยากาศที่โชคดีอย่างยิ่งที่ท่่านทูตพลเดช ได้จัดสรรเวลา เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนธรรมะ โดยได้นิมนต์ให้ผู้เขียนและ ท่านมหาสุทัศน์ได้เดินทางไปฉันภัตตาหารเพลที่สถานทูตไทย ณ กรุงเดลี ซึ่งเป็นบ้านพักของท่านทูตพลเดชเอง

     ฉันภัตตาหารเพลเสร็จได้สนทนากับท่านทูตพลเดช ภรรยาท่านทูต (เสื้อสีน้ำเงิน)  ภรรยาผู้ช่วยทูตทหารเรือ  (เสื้อแดง) และภรรยานักการทูตประจำอียูที่เดลี (เสื้อสีน้ำตาล) ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่อินเดีย  ในการนี้ได้เชิญทุกท่านเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ ๗ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพเดือนพฤษภาคม

     ในขณะเดียวกัน ได้สนทนากันเกี่ยวกับ "สถานการณ์พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย" ประเด็นสำคัญคือ ชาวพุทธในประเทศอินเดียขาดผู้นำที่เป็นพระภิกษุ ที่จะเป็นศูนย์รวมใจในการพัฒนาและประกาศศาสนา  โดยเฉพาะอินเดียตอนกลางตั้งแต่นาคปูร์ไปจนถึงตอนใต้  เนื่องจากพระสงฆ์ไทย หรือชาวพุทธไทยจะสนใจบูรณะและให้ความสำคัญกับ "สังเวชนียสถาน" มากกว่า

    ผู้เขียนมองว่า "น่าจะมีการให้ทุนการศึกษาแก่พระสงฆ์อินเดีย โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่อยู่ในกลุ่มของ Maha Bhodi Society ซึ่งเป็นพระสงฆ์กลุ่มใหญ่ในประเทศอินเดียที่มี ดร.เรวตะ เป็นเลขาธิการใหญ่ เมืื่อพระสงฆ์เหล่านี้ได้เรียนรู้ และเข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างชัดแจ้งแล้ว จะได้กลับมานำชาวพุทธในอินเดียศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพราะเท่าที่สังเกต เราเห็นพ้องต้องกันว่า ชาวพุทธในอินเดียจะเน้นพิธีกรรมและการสวด  และไม่ค่อยลงลึกในรายละเอียดของเนื้อหาที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา

     ผู้เขียนได้มอบพระร่วงโรจนะ และหนังสือธรรมะภาษาอังกฤษให้แก่ท่านทูต  ซึ่งพระพุทธรูปและหนังสือนั้น ผู้เขียนตั้งใจนำมาจากประเทศไทยเพื่อมอบให้แก่ญาติธรรมที่พบกันใน G2K  ซึ่งท่านทูตบอกว่าเป็น "ธรรมะจัดสรร"

ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันครอบครัว และญาติธรรมที่ทำงานอยู่ในสถานทูต 

ถ่ายภาพด้านหน้าของเรือนพักรับรองของเอกราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย

"ทูตไทย ใจพุทธศาสตร์"

      ถ่ายรูปภายในสถานทูตซึ่งเต็มไปด้วยดอกไ้ม้กำลังบานสะพรั่ง ส่วนด้านหลังเป็นเรือนพักรับรองของท่านทูตพลเดช วรฉัตร และผลจากการได้มีโอกาสสนทนาธรรมตามที่ได้ตั้งใจมานานพบว่า ท่านทูตมีอัธยาศัยที่ดีมาก  ให้การดูแลและเอาใจใส่ผู้เขียนและท่านมหาสุทัศน์ที่รวมคณะเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทที่ท่านมีต่อวัดไทยในประเทศอินเดีย ซึ่งหากดูจากบล๊อกของท่านจะพบว่าไปร่วมกิจกรรมวัดไทยในสังเวชนียสถานด้วยดีเสมอมา 

     ขอผลบุญบารมีอันจากการสร้างสรรค์คุณงามความดีเพื่อคนไทย พระสงฆ์ไทย ชาวไทยพุทธ จงได้โปรดอภิบาลให้ท่านทูตประสบแต่ความสุข คิดสิ่งหนึ่งประการใด ขอให้สมความปรารถนา ตลอดปี ตลอดไป.