ใบโพธิ์งามจริง พูดถึงเรื่องต้นโพธิ์ ดิฉันก็มีความรู้สึกเจ็บปวดกับความคิดของคนไทยพุทธในประเทศไทยซะจริงๆ และผู้ที่กระทำการนี้ก็คือหน่วยงานของราชการ บุคคลธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้หรอกค่ะ เหตุนี้เกิดที่เขตบางพลัด กทม. ถนนจรัญฯ 75 ต้นโพธิ์ต้นนี้ใหญ่มาก อายุน่าจะกว่า ๔๐ ปีแล้ว ก็งดงามดีและให้ร่มเงาแก่ชาวมอเตอร์ไซค์ซึ่งคิวของพวกเขาอยู่ปากซอย จรัญฯ 75 นี้ และก็ได้มีการนำผ้าสีมาผูกรอบต้นไม้ตามความเชื่อของตนเอง ...สัก ๒-๓ เดือนที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ที่ซอยนี้ ปรากฎว่าต้นโพธิต้นนี้หายไปครึ่งต้นเสียแล้ว ดิฉันเลยถามคิวรถว่าทำไมเขาจึงทำกับต้นโพธิ์ต้นใหญ่มากๆแบบนี้ มีคนตอบว่าก็ไม่ทราบ แต่พอจะทราบว่าจะมีคนมาขนเอาไปซึ่งก็มีใบใหม่ๆงอกออกมาแล้ว

ดิฉันก็วางใจและดีใจที่จะมีคนมาเอาเขาไปปลูกยังที่ใหม่ ....ต่อมากลับมาที่ซอยนั้นอีกที ปรากฎว่าต้นไม่ตายสนิทเสียแล้ว ก็ถามคิวรถอีกว่า ทำไมถึงตายก็มันงอกใบใหม่แล้วนี่ เขาตอบว่า เขาเอายามาฉีดให้ตาย....

ดิฉันทราบดีว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้วันนี้มันใหญ่มากและบังสายตาคนขับรถที่จะเข้า-ออกซอย แต่ถ้าคนมีจิตใจอนุรักษ์นะ ต้องมี "ปัญญา" มากกว่านี้ ไม่ใช่มักง่ายแบบนี้ ต้นโพธิ์เขาอยู่มาก่อน ความเจริญมันมาที่หลังนี่

ไม่น่าแปลกใจหรอกว่า ทำไมคนต่างศาสนาจึงกล้าทำลายพระพุทธรูปที่อาฟกานิสสถาน และเมื่อเร็วๆนี้ก็ทำลายพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ประเทศมาเลเซีย ส่วนหนึ่งเพราะเราเป็นคน "ไม่จริงจังสักเรื่อง"

ที่ประเทศศรีลังกาเขานับถือต้นโพธิ์มากใช่ไหมค่ะ ทราบมาว่า ถ้าต้นโพธิ์มาขึ้นใกล้บ้านเขา เขาจะย้ายบ้านหนีด้นไม้

ท่านฑูตพลเดช วรฉัตรคะ กรุงเทพมีอายุกว่า ๒๐๐ ปีแล้ว ท่านสังเกตุเห็นไหมว่า ต้นไม้ในกทม.และปริมณฑน่ะ ต้นใหญ่ขอพูดแบบชาวบ้านว่า "ต้นใหญ่เท่าขาไก่เท่านั้นเอง" จะมีหลงเหลือพอที่จะช่วยรับหน้าได้บ้างก็สักที่ละ 1 ต้นกระมังคือตามสวนสาธารณะ (ยกเว้นสวนลุมพินีเพราะมีต้นไม้ต้นใหญ่ๆเยอะ) ชาวตปท.ที่ไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์เขาบอกว่า ประเทศสิงคโปร์เขาอนุรักษ์ต้นไม้จริงๆ ทำไมประเทศไทยต้นไม้จึงยังเล็กอยู่ ??? ดิฉันตอบเขาว่าอย่างนี่ค่ะ ต้นไม้ถึงแม้จะเล็ก แต่ก็เป็นต้นไม้นะ (ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี)

ที่หอสมุดแห่งชาติ เทเวศร์ ที่ริมรั้วภายในปลูกต้นไม้มาก ต้นใหญ่โตและร่มรื่น คิดว่าปลูกมาหลายปีแล้วละตั้งแต่เริ่มก่อสร้างหอสมุดแห่งชาติ ปกติจะไปอาทิตย์ละครั้ง แต่ระยะหลังนี้ไม่ได้ไปสักสองอาทิตย์ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปที่หอสมุดแห่งชาติ เขาตัดต้นไม่ใหญ่ก็ถือว่าใหญ่นะคะ อาจจะไม่ใหญ่ชนิดที่มีรุกขเทวดามาอาศัยอยู่ เขาตัดแบบฉีดยาต้นไม้จนตายอีกแล้วค่ะ ทำไมเขาจึงไม่ติดต่อหน่วยงานหรือองค์อื่นๆหรือแม้แต่บริษัทใหญ่ๆบางแห่งเขาก็อาจจะต้องการ ก็ลงทุนครั้งเดียวเป็นค่าใช้จ่ายในการขุด ถอนและขนย้าย แต่จะได้ต้นไม้ที่ใหญ่มากและร่มรื่นด้วย ...

มีการกระทำแบบนี้ในประเทศไทยอีกหลายแห่ง ดิฉันคิดเช่นนั้นเพราะเราไม่รู้ว่าที่ไหนเขาตัดทิ้งแบบนี้ กทม.มันกว้างใหญ่มากเราไม่สามารถไปได้ทั่วถึง

แล้วข่าวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยบนหน้าหนังสือพิมพ์เอย โทรทัศน์และสื่อต่างๆก็ต่างประชาสัมพันธ์เรื่องสิ่งแวดล้อมกันอย่างเป็นร่ำเป็นสัน รวมทั้งรณรงค์ปลูกป่า (สัตว์ป่าไม่เอาเพราะขืนอยู่กับคนในป่า คนก็จะกลัวสัตว์ จริงๆสัตว์กลัวคนมากกว่า แต่จริงๆเราไปบุกรุกที่ของพวกเขาต่างหาก) ....มันเป็นการเล่นลคร แสดงความรู้สึกของการเป็นคนดีแต่เป็นแต่เพียงภายนอก ภายในยัง "แย่ๆ" อยู่

ดิฉันใครขอพูดถึง "อภินิหารของความรักในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ว่าด้วยเรื่องต้นไม้ (จะว่า "สิ่งแวดล้อม" มันเป็นลครไปนะคะ) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ดิฉันได้ไปร่วมงาน "วิสาขบูชาโลก" ทั้งสามที่คือ ๑. พุทธมณฑล ๒. มจร. วังน้อย และ๓. สำนักงาน UN" ถนนราชดำเนิน เรื่องการดำเนินงานของงานวิสาขบูชาโลกปีที่แล้วจะไม่ขอพูดถึง

คือ ภายใน มจร. อ. วังน้อย วันนี้กว้างขวางมากและทราบว่าได้ซื้อที่เพิ่มเติมอีก ๘๐ ไร่เพื่อสร้าง ม. มจร.นานาชาติระดับปริญญาโท

บริเวณที่ดินที่ว่างระหว่างอาคารอธิการบดี และศาลากลาง -ห้องอาหาร ได้ทำเป็นสวนได้ปลูกต้นไม้ไว้จำนวนหนึ่งซึ่งกำลังเริ่มโต ก้แค่กำลังโตนะคะ นั่นคือภาพที่ได้เห็นในเดือนพ.ค. ๒๕๕๒ แต่ถัดมาอีกสักสองประมาณสัก ๓ เดือนมีโอกาสได้ไปที่ มจร. วังน้อยใหม่ คราวนี้รู้สึกตกตลึงเลยค่ะ มีต้นไม้ใหญ่ (ใหญ่กว่าต้นเติมๆ)และหลายชนิด มาปลูกเพิ่มเติมอีกมากมาย รู้สึกถึงความร่มรื่น ได้ทราบว่ามีผู้ศรัทธาจัดหามาบริจาคเพิ่มด้วย (ข้อมูลนี้ต้องถาม มจร.ค่ะ) เพื่อนนักบุญของดิฉันได้เล่าว่าบางส่วนมาจากวัดแห่งหนึ่ง เจ้าอาวาสท่านบริจาคมาคือท่าได้ขุดถอนต้นไม้เหล่านี้ที่ปลูกอยู่ในวัดนานแล้วค่ะ .......ดิฉันได้พูดกับเพื่อนนักบุญว่า "นี่คือความรักและศรัทธาอันแรงกล้าของชาวพุทธในประเทศไทยที่มีต่อองค์พระสมณโคดม" ดิฉันบอกกับเพื่อนว่า ผู้ร่วมงานวิสาขบูชาโลกทั้งหลายที่เคยมาเมื่อปีที่แล้ว ถ้าได้มาอีกในปีนี้ต้องรู้สึกแปลกใจเพราะมันร่มรื่นขึ้นกว่าปีที่แล้วซึ่งมันร้อนมากๆเลย ปีนี้ขณะนี้ก็ร้อนมากๆเช่นกัน

เมื่ออาทิตย์ก่อน ได้ไปร่วมงาน "บุญเผวส" ที่ มจร. อ. วังน้อย ได้แลเห็นที่ดินอ้านข้างที่ว่าจำนวน ๘๐ ไร่กำลังมีการพัฒนาคือมีการปรับและถมที่ดิน คือมจร.มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ....อีกความคิดหนึ่งอยากจะให้มจร. ทำแปลงผักปลอดสารพิษเพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของทั้งพระและญาติโยม ทำให้เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อสุขภาพจริงๆเพราะสุขภาพของพระภิกษุทุกวันนี้ไม่ค่อยดีนัก รพ.สงฆ์วันนี้ ก็ไม่สามารถรองรับพระภิกษุได้ครบถ้วน มหายานเขาคำนึงถึงเรื่องนี้มากๆ

ขอรบกวนเวลาท่านฑูตพลเดช วรฉัตรเท่านี้ พูดมากไปหรือเปล่ก็ไม่ทราบนะคะ หวังว่าจะได้พบกับท่านในงาน "วันวิสาขบูชาโลก" ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่กทม. นะคะ