เริ่มต้นวันใหม่ 7 โมงเช้า ด้วยกายภาวนา ท่าเหยียดยืดที่เล่นเอา quadricept ระบม แต่อาการปวดที่สะบักกลับดีขึ้น จากการมีสติในท่าทาง ไม่นั่งงอไหล่
Reflection จากเพลง "ดาวมหาลัย" เพลงจังหวะหมอลำสนุกๆ ที่ฟังดูเผินๆ เป็นการเสียดสี สาวบ้านนอกที่หลงแสงสีในกรุงเทพ จนไม่สามารถเข้าไป fit in กับถิ่นเกิด และแม่อีกต่อไป..แต่มุมมองที่หลากหลาย ทำให้เห็น possibility อื่น..เป็นไปได้ไหม ที่ดาว จะก้าวจากการเป็นดาวมหาลัย ไปสู่การเป็นดารา โด่งดังสุดๆ และประสบความสำเร็จในชีวิตตามแบบที่เธอต้องการ..จริงอยู่เธออาจไม่เป็นในแบบที่แม่ต้องการ แต่มันก็คือความสุขของลูกมิใช่หรือ..
มีประเด็นว่า หมออย่างพวกเรา ก็เข้าข่าย "ดาว" syndrome หรือเปล่า ยกตัวอย่างการเรียนในโรงเรียนแพทย์ ทำให้ไม่ fit in เมื่อออกไปทำงานที่โรงพยาบาลชุมชนที่ facility น้อยกว่า - การไปเรียนต่างประเทศ ทำให้ไม่ fit in เมื่อกลับมาทำงานในเมืองไทย
โดยทัศนะ ของฉัน การเปิดโลกทัศน์รับรู้และเรียนรู้ความเป็นไปของโรงเรียนแพทย์หรือต่างประเทศ ไม่ใช่สิ่งเสียหาย..เรื่องวิทยาการ เป็นสิ่งที่ปรับได้แน่นอน แต่ทัศนคติที่ทำให้คับใจก็คือ "ฉันต้องเหนือกว่าคนอื่น"
อาจารย์สกล พูดถึงสุดยอกการมุทิตาจิต คือ มีมุทิตาแม้กับผู้ที่ดูถูกเรา คือ ยินดีที่ผู้นั้นได้มีสุขจากความรู้สึกเหนือกว่าเรา..โอ สำหรับฉัน ขอแค่อุเบกขาให้ได้ก่อนละกัน
Body scan วันนี้ฉันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการปล่อยวาง แม้จะหลับตา แต่ใจไพล่ไปคิดเรื่องงาน
ภาคค่ำ เป็นการคุยเรื่อง ระดับของการสนทนา โดยมีกระบวนกร Intro ดังนี้
Level I : Downloading : Nice talk
เป็นการพูด ที่เกิดจากความคุ้นชิน ยกตัวอย่าง การพบหน้า ก็สวัสดีทักทาย
ประโยชน์ คือ เป็นระบบออโตเมติก เป็นมารยาทในสังคม
ข้อด้อย คือ ผิวเผิน ผ่านมาก็ผ่านไป คุณค่าทางการสร้างปัญญาน้อย
Level II : Debating : Evidence based
เป็นการพูดและฟัง โดยพิจารณาตามข้อมูล หลักฐาน
ประโยชน์ คือ ทาง academic ที่ต้องการฝึกกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล (logic)
ข้อด้อย คือ เรา (มักคิดว่า) ตัวเองมีเหตุผล และเหตุผลของเรามักถูกต้องเสมอเสีย
ด้วย นั่นเป็นเหตุผลว่า การ debate ในบางเรื่องนำไปสู่ความร้าวฉาน
Level III : Dialogue : Hidden massage
การฟังด้วยใจ ทลายกำแพงอัตตา เพื่อให้ได้ยิน อารมณ์,สาส์น และ suffering ที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของผู้สนทนา
ประโยชน์ คือ ใจเรายอมรับความแตกต่างได้ง่ายขึ้น เข้าใจเหตุผลของผู้อื่นมากขึ้น
ข้อด้อย คือ ต้องใช้เวลาในการพิจารณา จึงต้องพยายามที่จะ suspend การตัดสินผู้
อื่นไว้ก่อน
Level IV : Generative dialogue : Emerging of insight
เป็นการตกผลึก ของ level III
อาจารย์วิธาน ใช้คำว่า การผุดพรายของความรู้ ความเข้าใจใหม่ ในตัวเรา จากการนำความคิดของกลุ่มมาผสมผสานกับความคิดของเรา
ประโยชน์ Permanent change -- ตามวัตถุประสงค์ของ education คือ Change
อาจารย์แอ๊ด เสริมว่า นอกจากการฟังด้วยใจ จะเปลี่ยนแปลงตัวเราเองแล้ว อานิสง ยังทำให้ผู้พูดเปลี่ยนแปลงได้ด้วย..การฟังอย่างมี empathy ทำให้เด็กมีปัญหาของสังคม เชื่อ ว่าโลกนี้ไม่เลวร้ายเสียหมดอย่างที่เขาเข้าใจ แล้วเขาจะมี intention ในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง..ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยการยกตรรกะ เหตุผลมาสั่งสอน
" fit in กับถิ่นเกิด "
THINK GLOBAL ACT LOCAL