...กินลม ชมวิว...

 

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสได้กลับบ้านต่างจังหวัดที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ครับ เพื่อกลับไปคุยกับพ่อ และ แม่ ออกเดินทางจากชลบุรีประมาณ 7 โมงครึ่ง แวะไปธุระมาก่อนถึงบ้านเกือบ 4 โมงเย็น กลับไปถึงเจอแม่อยู่ที่บ้าน แต่แม่ก็กำลังจะออกไปงานศพตอน 5 โมงเย็น ต้องออกเดินทางเร็วเพราะวัดอยู่ต่างอำเภอ ส่วนพ่อคงกลับประมาณ 4 ทุ่มเพราะไปงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย ราชภัฏที่สวนอัมพร พ่อไปดูแลกลุ่มลูกศิษย์และคุมแถวครับ

 

 

แม่บอกว่าเดี๋ยวแม่ออกไปธุระ แล้วเย็นๆก็ออกไปหาอะไรกินเองที่ตลาดนะ ให้ยืมรถเครื่อง (รถมอเตอร์ไซค์) บ้านป้าไป ที่จริงบ้านผมก็มีรถเครื่อง 1 คัน และ จักรยาน 1 คัน แต่รถเครื่องไม่อยู่เพราะพ่อขับไปจอดไว้ที่โรงพยาบาล แล้วนั่งรถเมล์ต่อ หรือบางที่เพื่อน และ ลูกศิษย์ก็จะมารับ

 

 

ขับรถกลับมาเหนื่อยๆนั่งพักจนถึงประมาณ 5 โมงครึ่งเย็น ก็เดินออกไปยืมรถพี่ที่เป็นญาติกันไปซื้ออะไรมากิน และ จะซื้อมาฝากพ่อด้วยเพราะแม่สั่งไว้ คิดในใจว่าจะซื้อหอยทอด 2 กล่อง และ ข้าวต้มไก่ 2 ถุง เดินไปถึงบ้านญาติก็จัดแจงยืมรถเครื่อง พี่ที่เป็นญาติก็บอกว่า ถ้ากุญแจคาอยู่ก็ขับไปเลย ผมบอกว่า มีกุญแจคาอยู่ เพราะตอนเดินมาสังเกตเห็น ผมเลยเดินกลับไปที่โรงรถ แล้วขี่รถออกไป

 

 

บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำแม่กลองครับ แต่ก็ไม่ติดฝั่งแม่น้ำ ห่างประมาณ 200 เมตร กลางวันอากาศจะร้อนหน่อยเพราะหลังคาเป็นสังกะสี ดูดความร้อนได้ดี ถ้าตอนกลางวัน ต้องหนีมาอยู่ข้างล่าง ส่วนกลางคืน อากาศค่อนข้างเย็น อาจเป็นเพราะอยู่ใกล้แม่น้ำก็เป็นได้ครับ

 

 

ผมขี่รถเครื่องไปเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง เพราะธรรมดารีบเร่งเป็นปกติ อากาศดีดี ขับเรียบถนนริมน้ำ มองทิวทัศน์ ดูเรือนแพ ชมหอนาฬิกา ปล่อยใจสบายๆ ส่วนรถเครื่องที่ว่านี้เป็นรถรุ่นยามาฮ่า Y80 เป็นรถที่ใช้ดี และ ทนมากครับ คันที่ผมขับก็ร่วมๆ 25 ปีแล้วครับ แต่ยังขับได้ดี ถึงเครื่องจะไม่มีกำลังเร่งมากนัก แฮนด์สั่นอยู่หน่อยๆ แต่มันก็สามรถพาผู้ซ้อนท้ายถึงที่หมาย อย่างเนิบนาบ น่าชื่นชมครับ สมัยก่อนบ้านผมก็มีรถรุ่นนี้เหมือนกันครับ เท่าที่จำความได้ผมก็โตมากับรถเครื่องรุ่นนี้ เวลาไปไหนเด็กๆก็นั่งซ้อนท้ายกอดแม่ไป ขาก็ไม่ถึง เพราะรถมันสูงเมื่อเทียบขนาดกับเด็ก 4-5 ขวบ จำได้ว่าครั้งหนึ่งแม่พาซ้อนท้ายกำลังจะกลับบ้าน หลังจากไปบ้านยาย ขากลับโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว ล้มทั้งแม่ทั้งลูก ผมไม่เจ็บมาก แม่ก็เช่นเดียวกัน แต่แม่เป็นห่วงผมมากกว่าตัวเอง

 

 

 

 

ตอนหัดขี่รถเครื่องผมก็หัดโดยใช้รถของแม่ ขาก็ไม่ค่อยถึง แต่พอจะเขย่งเท้ายันพื้นได้ ตอนนั้นน่าจะอยู่ประมาณ ป6. อยากหัดขับเลยขอแม่ แม่ก็ให้ไปลองหัดดู พอหัดขี่เป็น จักรยานที่เคยขับแทบจะไม่จับเลย รู้สึกขี่รถเครื่อง มัน เร็ว และ สนุกกว่า ไม่เหนื่อยด้วย

 

 

หลังจากนั้นที่จำได้ก็ขับรถอีกครั้งสองครั้ง ครั้งหนึ่งชนหมา เพราะมันวิ่งตัดหน้า เป็นแผลถลอกทั้งตัว ไม่กล้าบอกแม่กลัวโดนตี อีกครั้งหนึ่งรู้สึกจะล้มเอง จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ หลังจากนั้นก็ไม่เคยล้มอีกเลย

 

 

เวลาได้กลับมาขับรถรุ่นนี้อีกมันรู้สึกเหมือนได้ระลึกถึงความทรงจำวัยเด็ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่แม่กับพ่อผมซื้อรถรุ่นใหม่คนละคัน เพื่อใช้ขับไปทำงาน ผมก็จะแทบไม่จับรถรุ่น y 80 นี้เลย จะเลือกรุ่นใหม่เพราะมันเท่ห์ดี ขับรถรุ่นเก่าอายเขาแย่ ไม่เท่ห์ หลังจจากนั้นสักพัก ก็มีญาติมาขอซื้อเจ้า y 80 ไป แม่ก็ขายไปไม่กี่พัน ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรตอนนั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้ ถ้ามันยังอยู่แล้วมีคนมาขอซื้อ ผมก็จะให้แม่เก็บไว้ดีกว่า เพราะมันเป็นรถที่ผมกับแม่เคยซ้อนท้ายไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดในช่วงวัยเด็ก และ มันก็เป็นรถที่ผมขี่เป็นครั้งแรกด้วย

 

 

ขับไปเรื่อยๆ ไม่สนใจความเร็ว คงจะช้ามาก เพราะใครๆก็ขับแซง เข็มหน้าปัดก็เสีย ไม่รู้ว่าเร็วเท่าไหร่ แต่น่าจะประมาณ 10 - 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับในตลาดจะหารถรุ่นเดียกันก็แทบไม่เจอ ที่สังเกตเห็นมีอยู่คันเดียวเป็น y 80 เหมือนกันแต่คนละสี

 

 

แต่ผมก็มีความสุขกับรถเก่าคันนี้ ถึงจะไม่สวย แรงเหมือน Fino Jelato Scoopy สีก็เก่าๆลอกๆ ช้ายังกับเต่า แต่วันนี้ผมไม่รู้สึกอายเลยที่ได้ขับมัน ถ้าตอนเป็นวัยรุ่นคงไม่กล้าขับแต่รถเก่าๆ วิ่งเนิบนาบ ดูน่าอาย ไม่ทันสมัย แต่มันก็ทำให้เราได้คิดถึงช่วงเวลาดีดี ไม่ต้องเร่งรีบตามกระแสสังคมที่เร่งร้อน ค่อยๆดูผู้คนเคลื่อนไหว ไปมา

 

 

เท่านี้...ก็ทำให้เรามีความสุขแบบเนิบนาบได้เหมือนกันนะครับ...

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก www.thaiscooter.com ครับ