ผมมีชีวิตสนุกกับการเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจภาพใหญ่ๆ ของสังคม   เพื่อเอามาใช้ทำหน้าที่ของคนแก่ที่อยากเห็นลูกหลานอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข   และอย่างมีศักดิ์ศรีในสังคมโลกที่ถึงกันหมด

          จึงมักจะมีคนเมตตาเอาหนังสือมาให้อ่านมากมาย   เมื่อวันที่ ๑๕ ก.พ. ๕๓ ศ. ดร. นักสิทธ์ คูวัฒนาชัย เอาหนังสือ Greater China’s Quest for Innovation มาให้   หนังสือนี้เป็นคล้ายๆ proceedings ขอการประชุมที่ปักกิ่งเมื่อปี ๒๕๔๙   ข้อเรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้คือ วิธีใช้ ว&ท เป็นเครื่องมือ transform สังคม

          ซึ่งผมมีข้อสังเกต (ผมอาจสังเกตผิด) ว่าสังคมไทยเรามักคิดเรื่องทำนองนี้แบบมิติเดี่ยว   คือคิดเรื่อง ว&ท ก็อยู่แค่วงการ ว&ท   ไม่ร่วมกันคิดในคนทุกวงการ   คิดแบบง่ายๆ ด้านเดียว ไม่คิดแบบซับซ้อน   ไม่มองเป็น Complex Adaptive System   แต่มองแบบ Simple System

          ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ต้องฝึกมองไปข้างหน้าไกลๆ   มองแบบวาดภาพอนาคต (scenario technique)   มองให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในลักษณะเปลี่ยนรูป (transform)    ที่จะต้องยึดกุมกระบวนการและขบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลง    ไม่ใช่ปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงในประเทศมันไหลไปตามกระแสโลกาภิวัตน์   ซึ่งจะมีผลให้สังคมไทยตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ    ให้ยอมรับสภาพการเป็นผู้บริโภค ผู้เสพ อย่างไม่รู้จักเลือกและแยกแยะ   ดังกรณีเครื่องตรวจหารระเบิด GT 200 ที่เป็นข่าวว่าเราเสียค่าโง่ไปเยอะ 
 
          จากเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ทำให้ผมสงสัยว่า    ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเรากำลังทำอะไรกันอยู่   ในด้านการคิดภาพใหญ่ของบ้านเมือง   เพื่อใช้ ว&ท ในการเปลี่ยนโฉมสังคม   ให้สังคมไทยเป็นสังคมไฮเทคทั้งประเทศ    เอา ว&ท ไปใช้เปลี่ยนแปลงการทำมาหากินของตน   ในแบบที่ตนเองเป็นนายของ ว&ท   ไม่ใช่เอา ว&ท เป็นนาย   ไม่ใช่บูชา ว&ท

          หนังสือเล่มนี้คงจะให้บทเรียนแก่ผมมากมาย   เอามาเขียนบันทึกลง บล็อก ได้หลายตอน   แต่ตอนนี้ขอบันทึกจากสาระที่ปก คำนำ และสารบัญ ของหนังสือก่อน   ผมตีความว่า หนังสือเล่มนี้สื่อให้เห็นว่า ประเทศจีนยอมร่วมมือกับบริษัทข้ามชาติทำหน้าที่ manufacturing สินค้าให้แก่โลก โดยใช้ข้อได้เปรียบด้านแรงงานราคาถูก   และยอมรับผลประโยชน์ที่ value add ต่ำ    เพราะเป็นการผลิตตามเครื่องจักรที่กำหนดไว้แล้ว (OEM – Original Equipment Manufacturing)   แต่จีนก็เตรียมตัวดูดซับความรู้และเทคโนโลยีอย่างขนานใหญ่   เพื่อเลื่อนไปสู่การผลิตในมิติ ODM – Original Desigm Manufacturing  และ OBM – Original Brand Manufacturing ในที่สุด

          การจัดประชุมร่วมกับนักวิชาการด้านการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้วย ว&ท ที่นำไปสู่การจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้   สะท้อนภาพความซับซ้อนของกระบวนการพัฒนา ว&ท ของประเทศ   ที่จะต้องทำหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน ให้เกิด synergy ต่อกัน   เพื่อสร้างระบบนวัตกรรม (innovation) ของประเทศ 

          คือต้องทั้งพัฒนาและทำความเข้าใจระบบอุดสาหกรรมการผลิต   ระบบ R&D  ระบบ STI (Science, Technology, Innovation) การวิจัยในมหาวิทยาลัย   และระบบการจัดการระบบ   ดังจะเห็นว่ามีคนที่มีส่วนสำคัญในการจัดการประชุมนี้ เป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาระบบ R&D, innovation และ entrepreneurship   และในเวลาเดียวกันก็ทำวิจัยเรื่องนี้ไปด้วย 

          ทั้งทำวิจัยเอง และจัดการประชุมเพื่อเรียนรู้จากประเทศอื่น   หาทางดูดความรู้และประสบการณ์จากประเทศอื่นมาใช้แบบไม่ลอกเลียน

 

 
วิจารณ์ พานิช
๒๑ ก.พ. ๕๓