สัปดาห์นี้มีการจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬานักเรียนของโรงเรียนในตำบล ครูที่มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละด้านจะไปร่วมกิจกรรมและนำนักเรียนไปแข่งขัน บางท่านมีภาระงานที่ต้องทำเร่งด่วนเพื่อให้ทันส่งตามกำหนดเวลาที่หน่วยงานระบุไว้
ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรม เพราะน้องครูท่านหนึ่งบอกว่าฉันไม่ต้องไปก็ได้ ให้อยู่โรงเรียนเป็นเพื่อน ๆ ครูที่ทำงาน เพราะอากาศร้อนกลัวจะไม่สบาย
กลางวันนี้ ฉันพบสำเนาหนังสือส่งสำนักงานเขตพื้นที่เรื่อง "การส่งคำร้องขอย้าย" จึงได้อ่านดูกลับไปกลับมาหลายเที่ยว มีครูเขียนคำร้องขอย้ายจำนวน ๘ ราย พวกเราที่อยู่โรงเรียนได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดตลอดเวลา จึงไม่อยากเก็บเรื่องเล่านี้ไว้ สามารถนำมาเล่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันได้
ครูประจำการมี ๑๑ คน ส่งคำร้องขอย้าย ๘ คน อีก ๓ คนที่ไม่ขอย้ายมีเหตุผลคือรอลาออก ๑ คน ไม่มีสิทธิ์ย้าย ๑ คนเพราะบรรจุไม่ถึงปี และเดินทางมาโรงเรียนพร้อมกับสามีที่อยู่โรงเรียนใกล้กันอีก ๑ คน
พนักงานราชการ จำนวน ๔ คนไม่มีสิทธิ์เขียนขอย้าย และอัตราจ้างอีก ๑ คนก็ไม่มีสิทธิ์เช่นเดียวกัน
เหตุผลจำเป็นที่สำคัญคือการเดินทาง ค่าน้ำมันรถโดยเฉลี่ยของแต่ละคนอยู่ระหว่างเดือนละ ๖๐๐๐ - ๘๐๐๐ บาท ถ้าหากเลือกเดินทางโดยรถประจำทางอยู่ระหว่าง ๕๐๐๐ - ๖๐๐๐ บาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเดินทางจากบ้านไปยังสถานีจอดรถโดยสาร แต่ไม่สะดวกต่อการทำงานให้ทันเวลา พนักงานราชการและครูอัตราจ้างจะได้รับความช่วยเหลือจากครูรุ่นพี่ให้โดยสารรถไปด้วย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
ครูแต่ละคนอัตราเงินเดือนไม่เท่ากัน ส่วนมากเงินเดือนต่ำกว่า ๒๐๐๐๐ บาท หลายคนยังไม่ถึง ๑๕๐๐๐ บาทก็มี ส่วนพนักงานราชการเกินกว่าหนึ่งหมื่นเล็กน้อย ครูที่เดินทางใกล้ที่สุด ๔๐ กิโลเมตร ก็เขียนย้ายไปโรงเรียนใกล้บ้านเช่นกัน
ถ้าหากจะให้พักที่โรงเรียน อาคารเรียนก็พอไหว เพราะพวกเราเคยนอนค้างที่โรงเรียนกันมาแล้วร่วมปีเมื่อไฟไหม้อาคารเรียน จึงไม่ลำบากสำหรับพวกเราหากจะเลือกแบบนี้ แต่ครูทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว
ฉันรู้สึกหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ หากทุกคนได้ย้ายพร้อมกันทั้งหมด นักเรียนคงเศร้า ถึงแม้ว่าจะมีครูย้ายมาแทน บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังคือไม่ได้วิชาเอกเดียวกันมาบรรจุทดแทน...ทำไมฉันต้องคิด... คิดแล้วใจหาย...ทำไมฉันต้องอยากเล่า...ทำไม...ฉันไม่มีคำตอบเพราะฉันไม่ได้ส่งคำร้องขอย้าย

น่าเห็นใจทุกท่านค่ะ เพราะเคยอยู่ในสภาพเงินเดือนน้อยๆและต้องเทียวแบบนี้เช่นกันค่ะ
ฤดูย้ายครั้งนี้ ที่ ร.ร.มีครู 14 คน เขียนย้าย 7 คน ล้วนแต่เป็นหัวหน้ากลุ่มงานค่ะพี่ครูคิม
ค่าเดินทางไปทำงานแพงมากนะคะพี่คิม รัฐน่าจะมีวิธีที่จะช่วยเหลือครูในส่วนนี้นะคะ
สวัสดีครับ
ถ้าเป็นไปได้
ถ้าทุกอย่างลงตัว
ทุกอย่างอาจกำลังราบรื่น
แต่ในวันหนึ่ง ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
จะมาก หรือ จะน้อย
จะหนัก หรือ จะเบา
แต่แล้ว มันจะผ่านไปได้นะครับ
เข้มแข็ง อดทน และยอมรับกับความเป็นไปนะครับ
..........................
จากน้องผู้ด้อยประสบการณ์ที่หวังดี
ทุกคนมีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้นค่ะพี่ครูคิม..เขาไม่ใช่เราและเราก็ไม่ใช่เขา...ครูอ้อยเล็กก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเขียนย้ายแต่เหตุผลคนละเรื่องกับคณะครูของพี่ครูคิม..คือเดินทางไกลออกไปจากที่เดิมอีกประมาณ 6 กิโล คือจากเดินทางวันละ 8 กิโลก็กลายเป็นเดินทางวันละ 20 กิโลค่ะ..ระลึกถึงเสมอค่ะ
น่าเห็นใจเด็ก ๆ นะครับ ถ้าครูขอย้ายกันหมดนักเรียนคงเศร้าใจมาก ถึงแม้ว่าจะได้ครูใหม่มาแทน แต่ก็ไม่เหมือนคุณครูคนเดิม กว่าจะปรับตัว สร้างความคุ้นเคย ก็อีกนาน
ขอให้ครูคิมมีกำลังใจสู้เพื่อเด็ก ๆ ครับ
อ่านบันทึกครูคิมแล้ว..
เห็นใจคุณครูที่บ้านไกล
เห็นใจเด็กๆ ที่คุณครูจะย้ายไปกันหมด
น่าจะมีทางออกที่ดีกว่าการขอย้ายออกนะคะ เศร้าใจแทนค่ะ :-o
สวัสดีครับพี่
แหะ แหะ งดแสดงความคิดเห็นดีกว่าครับ...
มาชวนพี่ไปต้อนรับสมาชิกใหม่ที่นี่ครับ
สุ่มลูกน้ำ
เครือข่ายการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
มีความสุขอยู่กับครอบครัว ประหยัดรายจ่ายก็ควรเป็นเช่นนั้น
ครูควรอยู่ภูมิลำเนาตนเองเพื่อพัฒนาถิ่นเกิดให้ดีที่สุด...
สวัสดีครับ คุณครูคิม
ระบบราชการย่อมเป็นสิทธิของผู้ขอย้าย ผมยังเชื่อว่าครูทุกคนต่างก็ผูกพันกับเด็ก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเลือกคือ
ครอบครัว การได้อยู่ใกล้บ้านสะดวกขึ้น ก็เป็นประโยชน์ต่อทางราชการที่ทำให้ครูมีขวัญกำลังใจ
ผมศรัทธาในความคิดของพี่ที่มีเด็กอยู่ในลมหายใจเข้าออก
น่าเห็นใจทั้งครู ทั้งนักเรียนเลยค่ะ
- อ่านแล้วก็เห็นใจเพื่อนครูที่ต้องเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายสูง
- อ่านแล้วคิดถึงบรรดาเด็กๆ ถ้าหากคำขอย้ายเป็นผล
- ที่ทำได้ตอนนี้คือส่งกำลังใจให้พี่ครูคิม...ภาวนาให้ทุกอย่างลงตัวอย่างดีที่สุดสำหรับทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
23 - 26 เดือนนี้ ผมไปประชุมที่พิษณุโลกครับ โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม เรื่องย้ายก็เข้าสู่ชมชนจนได้เพราะการพิจารณามีคณะกรรมการฯเข้าร่วมเมื่อไม่ได้ย้ายก็ทำให้ภาพครูนั้นเสียหายว่าไม่อยากจะอยู่แล้วทำนองนี้..อึดอัดกันมากค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะพี่ครูคิม
เคารพเสมอค่ะ
ครูคิมขา ขอให้กำลังใจคุณครูทุกคน ที่เขียนเรื่องย้าย
หากไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่เขียนย้าย เพราะครูใจดีก็ประสบมาแล้ว และขณะนี้ก็ยังช่วยราชการอยู่....เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ (เป็นกรณีพิเศษ) ตั้งแต่ย้ายมาจากลำปาง อยู่โรงเรียนเดิม 15 ปี งานหนักมาก ครูน้อย เด็กเยอะ ทำหน้าที่หนักๆ ทั้งนั้น ก็มีความสุขดี แต่ไกลมาก ค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันรถเนี่ยแหละ สำคัญมาก มันโหดจริงๆ ค่ะ
ถ้าไม่ประสบอุบัติเหตุ เพราะเรื่องสุขภาพ เนื้องอกในสมองโตมากจนเกิดอาการวูบ ก็คงยังต้องเดินทางไปทำงานไกลมาก ปีนี้ก็ไม่เขียนย้ายค่ะ เพราะเขียนไปก็ตัดตำแหน่งลงไม่ได้ ทั้งที่ ลับแลไม่มีครูคอมพิวเตอร์ เลยช่วยราชการอยู่อย่างนี้แหละค่ะ อึดอัดเหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง แต่อยู่ที่ไหนเราก็ทำงานเต็มที่ค่ะ
ระลึกถึงค่ะ
สวัสดีค่ะน้องครูอี๊ด
สวัสดีค่ะน้องไก่ประกาย~natachoei ที่~natadee
สวัสดีค่ะน้องPhornphon