ความเท่าเทียมกันของความรักที่มนุษย์มีให้กับเพื่อนร่วมโลก

      สายๆวันนี้ ( 11 กุมภาพันธ์ 2553 ) ได้พาปุ๊กลุก ไปรับบริการฝังเข็มที่โรงพยาบาลสัตว์ใหญ่  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ตามคำแนะนำของ อาจารย์ นสพ.ดร.เชาวลิต  บุญญาภากร (รองคณบดีคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ) ซึ่งท่านกรุณาเป็นคุณหมอดูแลอาการปุ๊กลุกมาตลอดเวลาร่วม 2 ปีแล้ว   ด้วยบริการที่เกินความคาดหมายมาตลอด  เช่น  โทรศัพท์มาถามว่า... "ผม อ.เชาวลิตครับ  ผมจะแจ้งผลการตรวจเลือดของน้องปุ๊กลุก……” หรือ

“ ตอนนี้ปุ๊กลุกเป็นยังไงบ้างครับ.......”

   อ.นสพ.ดร.เชาวลิต บุญญาภากร

ปุ๊กลุก

         ปีนี้อายุประมาณ 15 ปี  ได้รับการวินิจฉัย ว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว  ตาบอด  และมีอาการซีดร่วมด้วย  เนื่องจากเคยป่วยด้วยโรคพยาธิในกระแสเลือด  เพราะโดนเห็บหมัดกัด   สาเหตุเนื่องจากผู้เขียนย้ายบ้าน  และรอบๆบ้านมีน้องหมาจรจัดมากมาย  และเพราะความใจดี  จึงอนุญาตให้น้องหมาเหล่านั้นเข้ามาเล่นในบ้านบ้าง  จึงเป็นเหตุให้ปุ๊กลุกติดเห็บหมัดมาบ้าง  ทั้งๆที่เฝ้าระวังอยู่  ทำให้ป่วยและซีด   ประกอบกับอายุมากแล้วจึงมีโรคแทรกซ้อนตามมาง่าย

         ปุ๊กลุกต้องไปโรงพยาบาลตามนัดอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว เพื่อเข้าคลินิกโรคหัวใจ  ซึ่งมี อาจารย์ เชาวลิต  เป็นอาจารย์แพทย์ประจำคลินิก  เพื่อปรับเปลี่ยนยาและ ขนาดยาที่ให้  จนครั้งสุดท้ายไปพบเมื่อวันที่  4 กุมพาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมาด้วยอาการไอมาก  ไอจนเหนื่อยแทบหายใจไม่ทัน  เนื่องเพราะมีน้ำในช่องปอดมาก  ทำให้การแลกเปลี่ยนอากาศไม่ดี  และยังไปกระตุ้น receptor ทำให้เกิดอาการไอมาก  วิธีที่จะลดอาการไอ คือ ให้ยาขับน้ำออกจากในเนื้อปอด  แต่ก็จะมีผลข้างเคียงกับไตสูงด้วย   ตอนนี้ก็ปรับยาให้ตามความเหมาะสม  คือปุ๊กลุกอยู่ได้สบายๆ   โดยต้องกินยาโรคหัวใจ ( Digoxin) ยาขยายหลอดเลือด (Anapril) ยาปฏิชีวนะ (Doxycycline) และยาขับปัสสาวะ ( Furosemide)   น่าสงสารมากเพราะต้องกินยาเหล่านี้ทุกวันมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว

        ก่อนกลับอาจารย์คงจะเห็นผู้เขียนรัก  และดูแล เอาใจใส่กับอาการของปุ๊กลุกอย่างดีเสมอมา  โดยไม่เคยขาดนัด   จึงแนะนำว่า  “ พี่ครับ ผมมีเพื่อนอาจารย์เพิ่งจบจากอเมริกามา  และชำนาญ เรื่องการฝังเข็มรักษาในสัตว์มาก  อยากแนะนำให้พี่พาปุ๊กลุกไปลองรักษาดู  ไม่ได้มีอะไรเสียหาย  อย่างน้อยก็ช่วยให้เขามีสุขภาพที่ดีขึ้นบ้าง  ช่วยให้ไอลดลง....”   เท่านั้นไม่พอยังกรุณาโทรนัดวันและสรุปประวัติเจ็บป่วย    ประวัติการรักษาทั้งหมดให้ด้วย  ผู้เขียนรู้สึกดีใจที่มีคนใส่ใจกับสัตว์ร่วมโลกแบบนี้ ขอบคุณอาจารย์มากๆค่ะ

       พอไปถึงโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่  ( มหาวิทยาลัยมีโรงพยาบาลรักษาสัตว์ 2 แห่ง คือโรงพยาบาลสัตว์เล็กและโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่)   โทรเข้าไปตามหมายเลขโทรศัพท์ ที่อ.เชาวลิต แนะนำมา เจ้าหน้าที่รับสายและบอกว่า  “ เอาน้องปุ๊กลุกมาฝังเข็มใช่ไหมคะ   อาจารย์รออยู่แล้วค่ะ...”  เป็นความประทับใจตั้งแต่ยังไม่ได้รับบริการ   ไปตามสถานที่ที่ได้รับคำแนะนำ เจอ อาจารย์วีระพงศ์  เป็นคนน่ารักมากและเป็นกันเอง  หลังจากแนะนำตัวและซักประวัติเรียบร้อยแล้ว  อาจารย์ให้ข้อมูลและขั้นตอนวิธีการรักษาอย่างดี  เป็นความประทับใจ ครั้งที่ 2

        ก่อนเริ่มลงมือรักษา    อาจารย์ถามย้ำอีกครั้งว่า  วัตถุประสงค์หลักที่พาปุ๊กลุกมาเพื่ออะไร ??   ผู้เขียนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า  “เพื่อให้เวลาที่เหลืออยู่  เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในแต่ละวัน”   

      แอบอ่านในใบซักประวัติและการตรวจร่างกาย (อ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง) ประมาณพอสรุปว่า หูข้างซ้ายอุ่นกว่าหูข้างขวา  ชีพจรขาซ้ายเต้นอ่อนแรงกว่าข้างขวา  และไม่สม่ำเสมอ  และมีภาษาแพทย์เขียนไว้มากมาย  คงเหมือน Physical examในคนไข้

อ.นสพ.ดร. วีระพงศ์  ตั้งจิตเจริญ

สาขาวิชาคลินิกม้า

        อาจารย์บอกว่าการฝังเข็มเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สัตวแพทย์ใช้ในการรักษาสัตว์ โดยใช้เข็มในการกระตุ้นจุดเฉพาะบนร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้จุดต่างๆมีการเปลี่ยนสภาพทางเคมีและกระตุ้นระบบต่างๆ ให้ร่างกายมีการเยียวยาตัวมันเองจนหายและทำงานได้ปกติ   การบำบัดด้วยการฝังเข็มจะช่วยปรับสมดุลของพลังงาน เพื่อที่จะไปแก้ไขการไหลเวียนของพลังงานให้ราบรื่นและเยียวยาตัวเองได้ในเวลาต่อมา ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าการฝังเข็มมีผลต่อระบบร่างกายที่สำคัญทั้งหมด โดยจะทำงานผ่านระบบประสาทส่วนกลางซึ่งจะไปมีผลต่อกระดูกกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนหัวใจ และระบบไหลเวียนเลือด

ในสัตว์เล็กมักใช้การฝังเข็มเพื่อ ?
1. แก้ปัญหาระบบกระดูก กล้ามเนื้อ เช่น
- โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม
- ข้อสะโพกเสื่อม ข้ออักเสบ
- การบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น

2. แก้ปัญหา เช่น
- lick granuloma หรือ ผิวหนังอักเสบที่เกิดจากเส้นประสาทรับความรู้สึกไม่ทำงาน

3. แก้ไขระบบประสาทผิดปกติ เช่น
- การบาดเจ็บที่ทำให้ตัวสัตว์ไม่มีความรู้สึก
- อัมพาต
- ลดปวด (ร่วมกันหรืออาจใช้ก่อนหรือหลังการผ่าตัด ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้ยา)

4. ทางเดินหายใจมีปัญหา เช่น
- โรคหอบหืดในแมว

5. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ผิดปกติ
6. สัตว์ชราที่อ่อนเพลีย เซื่องซึม
7. สภาพอื่นๆที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน เช่น
- โรคต่อมไร้ท่อ
- นิ่วหรือทางเดินปัสสาวะต่างๆ
- โรคตา
 

ปุ๊กลุกกำลังฝังเข็ม

              


ขั้นตอนการฝังเข็ม
        การฝังเข็ม โดยส่วนมากจะฝังในสัตว์เลี้ยงที่มีอาการทางระบบประสาท เพราะการฝังเข็มจะช่วยในการไหลเวียนของเลือด และกระตุ้นระบบเส้นประสาท ทำให้มีสารและฮอร์โมนออกจากปมประสาท เช่น เอนโดฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยระงับความเจ็บปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบประสาท และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย หลังจากที่มีการฝังเข็มลงบนตัวสัตว์เลี้ยงแล้ว จะต้องรอเวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ร่างกายมีการรับรู้ว่ากำลังมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา และเป็นการกระตุ้นระบบความรู้สึกด้วย ทั้งนี้จุดที่มีการฝังเข็มจะฝังตรงจุดที่ระบบเส้นประสาทมีการเชื่อมโยงกัน 

 ขั้นตอนต่อไปหลังจากฝังเข็มเรียบร้อยแล้ว จะมีการทำ Aquapuncture ซึ่งเป็นการฉีดสารน้ำ เพื่อไปกระตุ้นให้ร่างกายมีการซ่อมแซมตัวมันเอง อาทิเช่น วิตามิน ยาชา น้ำเกลือ หรือ น้ำกลั่น โดยส่วนมากจะใช้น้ำกลั่นเนื่องจากจะไม่มีตะกอนของสารตกค้างอยู่ หากฉีดด้วยวิตามิน จะทำให้เหลือตะกอนของยาตกค้างอยู่ ซึ่งจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีอาการปวดได้ แต่สามารถแก้อาการปวดได้ด้วยการนวดเพื่อให้สารตกค้างกระจายตัว

กระบวนการทำงานของการฝังเข็ม
การฝังเข็มจะเพิ่มไหลเวียนทำให้มีสารและฮอร์โมนออกจากปมประสาท เช่น เอนโดฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากร่างกายที่ใช้ระงับความเจ็บปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อกระตุ้นระบบประสาท และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายรวมถึงผลอื่นๆ ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจตามหลักปรัชญาของจีนที่ว่า “โลกเกิดจากความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกาย” พลังงานของชีวิต (live energy) จะหมุนเวียนตามช่องทางหมุนเวียน (Meridian or Channel) โดยมีอวัยวะสำคัญต่างๆเป็นตัวสร้างพลังงาน เรียกว่า ฉี่ หรือ ชี่ (Chi/Qi) ให้ไหลเวียนไปถ้า Qi ไหลเวียนได้อย่างราบรื่นสัตว์จะมีสุขภาพดี การบำบัดด้วยการฝังเข็มจะช่วยปรับสมดุลของพลังงาน เพื่อที่จะไปแก้ไขการไหลเวียนของพลังงานให้ราบรื่นและเยียวยาตัวเองได้ในเวลาต่อมา

 

ปุ๊กลุกขณะกระตุ้นด้วยไฟฟ้า

  ด้วยกระแสอย่างอ่อนความแรง 20-30 เฮิร์ต   นาน 15 นาที  และตามด้วยความแรง 120-200 เฮิร์ต นานอีก 15 นาที

การฝังเข็มไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
การฝังเข็มเป็นหนึ่งในการบำบัดที่มีความปลอดภัยที่สุด มีผลข้างเคียงน้อยมากเพราะไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อ อาจมีบ้างที่สัตว์มีอาการเลวลงชั่วคราวก่อนที่จะดีขึ้น เพราะการฝังเข็มจะทำให้เกิดสมดุลระหว่างระบบร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองโดยไม่ใส่สารเคมี หรือยาเข้าไปในร่างกาย ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่เกิดผลแทรกซ้อนจากสารเหล่านี้ การฝังเข็มมักจะใช้เข็มที่เล็กมากและฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อเข็มเข้าที่แล้วสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะรู้สึกผ่อนคลายและมักจะรู้สึกง่วงนอนระหว่างทำการรักษา นอกจากนี้ จะมีการลดการใช้กลุ่มยาสเตียรอยด์ เพราะหากในร่างกายมีสารสเตียรอยด์อยู่ แล้วทำการฝังเข็มจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของสัตว์เลี้ยง อาจจะทำให้อาการกำเริบได้

การเตรียมตัวก่อนการฝังเข็มและระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา
        ก่อนที่จะมีการฝังเข็ม สัตว์เลี้ยงควรได้รับการตรวจเรื่องโรคหัวใจ กระดูกสันหลัง กระดูกหรือสะโพกว่ามีการแตกหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันโรคแอบแฝง ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจ และพบว่าสัตว์เลี้ยงมีโรค การฝังเข็มก็จะเป็นอันตรายได้ เนื่องจากการฝังเข็มอาจจะไปกระตุ้นให้อาการเลวร้ายขึ้น

         โดยปกติสัตวแพทย์จะนัดสัตว์ป่วยมาทำการฝังเข็มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ ซึ่งปฏิกิริยาหลังการฝังเข็มที่เห็นผลว่าดีขึ้นมักจะพบภายในการรักษาครั้งที่ 3-4 หรืออาจดีขึ้นก่อนหน้านั้นขึ้นอยู่กับสภาพและอาการของสัตว์เลี้ยงที่มารักษา สัตวแพทย์จึงแนะนำให้สัตว์ป่วยเข้าพบหมอให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้ง และถึงแม้ว่าการฝังเข็มจะไม่ทำให้เกิดโทษต่อร่างกายเหมือนกับการรักษาประเภทอื่นๆ แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้จากโรคทุกชนิดเช่นกัน

ประโยชน์ของการฝังเข็ม
          การฝังเข็มในสัตวเลี้ยง ทำให้ลดการใช้ยาหลายประเภทและกระตุ้นให้ร่างกายมีการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้ไม่ต้องได้รับปริมาณยาที่เกินความจำเป็น ใช้ยาน้อย ลดกลุ่มยาสเตียรอยด์ ซึ่งมีผลทำให้ทานน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย กินจุ ทำให้ตัวบวม นอกจากนี้การฝังเข็มสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก จะช่วยทำให้กระชุ่มกระชวยขึ้น เนื่องจากเข็มจะไปช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้มีการตื่นตัว ทำให้สัตว์เลี้ยงกลับมากระชุ่มกระชวยเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกด้วย

       ก่อนกลับอาจารย์แนะนำว่า ควรงดอาหารจำพวกเนื้อไก่   พิจารณาเสริมอาหารพวกไตและหัวใจของหมู หรือวัวก็ได้  และอาหารอื่นที่ควรกินเคือเนื้อปลา โดยเลี่ยงอาหารปิ้ง ย่าง  หรือทอด 

      มาถึงบ้านปุ๊กลุกอาเจียน 1 ครั้ง  ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการข้างเคียงหรือไม่  และหลับไปนาน   หลังจากตื่นขึ้นมาก็กินอาหารได้  และอาการอื่นๆปกติ

       คุณหมอนัดให้นำปุ๊กลุกไปฝังเข็มติดต่อกันทุกสับดาห์   จำนวน 5 ครั้ง   โดยนัดครั้งต่อไป  วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่จะถึงนี้  แล้วจะนำเรื่องราวดีๆมาเขียนให้อ่านนะคะ

          ข้อคิดที่ได้จากการนำลูกสาวไปหาหมอตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คือ 

  • ความเท่าเทียมกันของความรักที่มนุษย์มีให้กับเพื่อนร่วมโลก   เคยได้ยินคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งที่นำน้องหมาไปรักษาที่คลินิกเดียวกันพูดว่า  " มาที่นี่แล้วสบายใจ  ได้เห็นความรักที่คนมีให้กับสัตว์โลก  ถ้าคนทุกคนในโลกรักและเอื้ออาทรกันอย่างที่เราเห็นในโรงพยาบาลนี้ก็จะดี  คงจะไม่มีใครรบราฆ่าฟัน  หรือแตกแยกกันเหมือนอย่างที่เป็นในทุกวันนี้..."   

  • บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ในโรงพยาบาลสัตว์

         ขอให้ความรักค้ำจุนโลก    มีความสุขในวันแห่งความรักทุกๆท่านทุกๆวันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=61094#ixzz0fDEOouJe
Under Creative Commons License: Attribution Non-Commercial No Derivatives