วันนี้วันที่สี่ของการเดินทางทริปนี้ กะว่าจะไปตะลุยกันเอง นั่งรถไฟฟ้าเที่ยวเมืองโตเกียวน่าจะสนุกดีเหมือนกัน อุตุฯ ญี่ปุ่นนี่แม่นมากครับ เมื่อวานก่อนนอนดูทีวี พยากรณ์ว่าเช้านี้จะมีฝน ผมตื่นมาตอนเช้า ถ่ายรูปผ่านหน้าต่าง ก็เห็นมีเป็นหมอกนิดหน่อย มองเห็นสะพานแขวนข้ามอ่าวโยโกฮาม่า ไม่เห็นมีเค้าฝนซักหน่อย

   แป้บเดียวเท่านั้นเมฆดำก็ลุกล้ำเข้ามาตามคำพยากรณ์ อย่างนี้ไม่เรียกว่าแม่นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ

   สักพักฝนก็เทลงมาอย่างหนักเพื่อยืนยันคำพยากรณ์ แต่ฝนไม่ได้เป็นอุปสรรคการเดินทางของเรานะครับ ว่ากันไปตามแผนเดิม กางร่มเดินเกาะขอบชายคาบ้านเรือนไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าจนได้

   ข้อสำคัญของการใช้รถไฟฟ้าในญี่ปุ่น คงไม่แตกต่างจากบ้านเราเท่าไรหรอกครับ แต่ว่าต้องวางแผนให้ดีว่าจะไปไหนต้องไปต่อสายไหนบ้าง จอดกี่ครั้งถึงจะต้องลง เพราะบางคันก็ไม่มีภาษาอังกฤษบอกชื่อสถานี  อีกอย่างที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยนะครับว่าเข้ามาทางไหน ออกไปทางไหน ขากลับถ้าย้อนผิดทางจะหาทางกลับไม่ถูกครับ ตั๋วโดยสารต้องใช้ตอนออกด้วย อย่าเผลอทิ้งไปนะครับ

   อะกิฮาบาร่า เป็นย่านสินค้าเครื่องไฟฟ้า เครื่องอีเลคโทรนิค กล้อง ซีดี มีหมดครับ คนเดินกันคับคั่งทั้งวัน อุปกรณ์ใดเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดราคาจะถูกกว่าประเทศไทย แต่ว่าถ้าตกรุ่นแล้วส่วนมากบ้านเราถูกกว่าครับ ถ้าจะซื้อต้องดูดีๆว่ามีคู่มือภาษาอังกฤษมั้ย ถ้าไม่มีจะลำบากมากเวลานำไปใช้ ย่านนี้บางร้านจะมีส่วนที่เป็น international คนขายพูดภาษา อังกฤษได้ดี ตกลงซื้อขายกันได้ก็ลดภาษีกันเลยทันที พ่อค้าแม่ค้าที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยลดราคานะครับ แล้วราคาก็จะเหมือนๆ กันทุกร้าน แต่ถ้าต่อเก่ง คุยถูกคอกันจริงๆก็อาจจะได้ของแถมมาบ้าง เรื่องลดราคายากมากๆจ้ะ

    แผนการประชาสัมพันธ์ เอาสาวๆแต่งตัวเป็นซุปเปอร์โมเดล แต่ไม่รู้หรอกครับว่าโฆษณาอะไร เห็นคนอื่นเค้าเข้าไปขอถ่ายรูปกันก็เลยขอมั่ง อะแฮ่ม 555

   เดินกันจนบ่ายแก่ๆ ได้ของกันมาคนละสองสามชิ้น ได้เรียนรู้อะไรต่ออะไรมากมายที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน (ผมอยู่บ้านนอกยังไม่เคยขึ้นรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯเลย) คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่นิยมพูดหรือยอมหัดพูดภาษาอังกฤษ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นภาษาสากลเห็นได้ทั่วไปในประเทศนี้คือ รอยยิ้ม รู้เรื่องหรือไม่ ไม่สำคัญ ยิ้มไว้ก่อน เราคนไทยก็ชำนาญกันอยู่แล้วนะครับ