เมื่อวาน (9 มิย.49) วันนี้ ครอบครัวเราตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ ทุกคน (คุณพ่อ คุณแม่ น้องฟาง และน้องฟ้า) พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองอย่างถ้วนหน้า ซึ่งปกติจะมีเฉพาะคุณแม่เท่านั้นที่ใส่เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัย จนบางวัน น้องฟ้า จะต่อว่าคุณพ่อ หาว่าคุณพ่อไม่รักนายหลวง (ลูกเรียกอย่างงี้จริง ๆ )พอถามเหตุผลว่าทำไมถึงว่าคณพ่ออย่างงั้น น้องฟ้าก็ตอบมาว่า เพราะพ่อไม่ใส่เสื้อเหลืองเหมือนแม่ ก็เลยต้องอธิบายเหตุผลให้เข้าใจว่า ถึงแม้พ่อจะไม่ใส่เสื้อเหลือง ก็ไม่ได้หมายความว่า พ่อไม่ได้รักนายหลวง และที่แม่ต้องใส่เสื้อเหลืองทุกวัน ส่วนหนึ่งก็คือ เป็นนโยบายของมหาวิทยาลัย จนถึงเช้าวันศุกร์วันนี้ ที่ครอบครัวเราพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองกันทุกคน น้องฟ้า จึงบอกว่า วันนี้ขอตั้งฉายาให้ครอบครัวเราว่า เป็นครอบครัวสีเหลือง พอถามเหตุผล ก็ได้รับคำตอบว่า เพราะวันนี้ทุกคนพร้อมใจกันรักนายหลวง  คำตอบของน้องฟ้า ทำให้เราพ่อ แม่ หันมายิ้มกันสองคน (นี่คือความคิด ของเด็กที่เพิ่งจะครบ 5 ขวบ เมื่อวันที่ 27 พค.49 ที่ผ่านมา) แน่นอนว่าเป้าหมายของเราในวันนั้นคือ ตอนเย็นเราจะต้องไปร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำ มอ.  เด็ก ๆ ตื่นเต้นเป็นพิเศษ ไปนั่งรอตั้งแต่ 17.30 น. โดยไม่ปริปากบ่น  น้องฟ้าดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อถึงเวลาเริ่มพิธี ทุกอย่างมืดสนิท มีเพียงท้องฟ้าที่คืนนี้ดูจะเป็นฟ้าที่เปิดเป็นพิเศษ มองเห็นดวงดาว และดวงจันทร์ฉายแสงนวลใย เด็ก ๆ ใจจดใจจ่อรอคอยการจุดเทียนชัย เมื่อถึงเวลาจุดเทียนชัย บริเวณรอบ ๆ อ่างน้ำ เต็มไปด้วยแสงเทียนแห่งความปิติ ทุกคนต่างร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งน้องฟ้าได้แต่ยืนนิ่งด้วยความสงบ เนื่องจากยังร้องไม่ได้ ผิดกับพี่ฟาง ซึ่งเปล่งเสียงร้องอย่างดัง เมื่อถึงช่วงเวลาจุดพลุ เด็ก ๆ ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่พลุกระจายขึ้นท้องฟ้า ต่างร้อง โอ้โห อื้อหือ ร่วมกับคนอื่น ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสพาเด็ก ๆ มาร่วมงานลักษณะอย่างงี้ ก่อนกลับวันนั้น น้องฟ้าถามว่า  แม่ ๆ พลุนี้ นายหลวงเป็นคนจุดเหรอ เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกว่าความคิดของเขาผิด ก็เลยตอบไปว่า ใช่ค่ะ  เขาก็เลยถามต่อว่า แล้วทำไมนายหลวงต้องจุดพลุให้พวกเราด้วยค่ะ ก็ตอบไปว่า เพราะท่านอยากให้พวกเรามีความสุขยังงัยหละจ๊ะ น้องฟ้าก็ยิ้มในคำตอบที่ได้รับ  เชื่อว่าหลังจากกลับมาแล้ว คืนนั้น เด็ก ๆ จะต้องนอนหลับฝันดีแน่ ๆ