พอพวกเราออกจากอะควาเรี่ยม ก็เร่งเดินทางต่อไปหาที่กินข้าวกลางวันกันเพราะสายกว่ากำหนดการมากพอควร (ต้องเข้าห้องประชุมวิชาการ osteoporosis update ประมาณ บ่ายสอง )  ไกด์ กระตุ้นความหิวของพวกเราอยู่เรื่อยๆระหว่างทาง บางทีน่าสนใจแต่บางทีก็น่าหงุดหงิด เพราะโมโหหิว ตั้งอกตั้งใจไว้ว่าจะกินให้เต็มคราบเลย ไปถึงไชน่าทาวน์ ของ โยโกฮาม่า คล้ายๆกับ สำเพ็ง เยาวราช บ้านเรา แต่สะอาดบ้านเมืองเป็นระเบียบกว่ามาก ช่วงนี้ค่อนข้างผิดหวังกับอาหารจีนในโยโกฮาม่า ออกจะเน้น ผัดเปรี้ยวหวานมากไปหน่อย ข้ามไปไม่กล่าวถึงละกันนะครับ

   เสร็จสรรพจากอาหารโต๊ะจีน (ผมว่า ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่า โต๊ะจีนประเทศไทยอร่อยที่สุดในโลก) พวกเราเดินเล่นอยู่แถวนั้นระหว่างรอรถมารับ ร้านอาหารที่เน้นขายอาหารจานเดียวจะมี โมเดล อาหารทำจากเรซิน เหมือนจริงมากครับ วิธีการจะสั่งกินก็ง่ายดาย เพียงแต่เดินเข้าไปในร้านแล้วลากบริกรมาซักคน ชี้ให้เค้าดูว่าเราจะกินแบบนี้ เพราะเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นไม่มีภาษาอังกฤษนะครับ นอกจากจะเจอบางร้านหรูหน่อย เมนูอาจจะมีรูปติดมาให้ดูบ้าง แต่หายากครับ แล้วจำไว้เลยนะครับ เราชี้โมเดลอะไรไว้ อาหารที่ได้มาจะหน้าตาเหมือนโมเดลที่เราชี้หยั่งกับว่ายกโมเดลมาให้กินเลยทีเดียว ต้องไปลองดูถึงจะรู้ครับว่า เหมือนจริงๆ

   ภาคบ่าย การประชุมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน การดูแลรักษาและวิวัฒนาการใหม่ๆเป็นไปด้วยความเข้มข้น มีการเล่าถึงมิติใหม่ของการรักษาโดยใช้เซลล์ต้นแบบ สามชั่วโมงผ่านไปด้วยความสนใจของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน หลังจากนั้นเจ้าภาพก็เลี้ยงอาหารในโรงแรมที่จัดประชุม ลักษณะการเลี้ยงจะเป็นกึ่งบุฟเฟ่ต์กึ่งค้อกเทล (คือตักอาหารมายืนกินมั่งนั่งกินมั่ง)อาหารอร่อยดีครับโดยเฉพาะแกงกะหรี่ญี่ปุ่นนี่ รสชาดเข้มข้นถูกลิ้นคนไทย

   ภาพหน้าโรงแรมที่จัดประชุม มีสำเภาจำลองประดับไฟอย่างงดงาม

ภาพตัวตึกของโรงแรมที่เราประชุมกันครับ

ถึงตอนนี้ก็ได้เวลากลับที่พัก เก็บสะสมแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ พวกเราบางคนขอแวะเล่นชิงช้าสวรรค์ก่อนกลับ (ห่างไปไม่ไกลเท่าไร มองเห็นได้จากโรงแรมที่ประชุม) หมดไปอีกวัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ครับ