ผมเห็นว่าการที่เราไปเล่นแบบเด็กๆ มันเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตเราเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา เป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาอีกนิดหน่อย

          ผมรู้สึกตัวเองว่าชักจะอ่อนล้าเพราะความชรามาเยือน ความคิดอ่านก็ไม่ค่อยปรู้ดปร้าดเหมือนเมื่อก่อน ตอนวันงานน้องเนติ์มีเฮียอุดม เพื่อนรุ่นพี่ที่รักผมมากมาจากกรุงเทพฯ หิ้วกระเป๋ามาด้วย  ผมถามว่าแล้วเฮียจะกลับวันไหน เฮียตอบว่ายังไม่รู้เหมือนกันยังไม่ได้ไฟล้ท์กลับ ไอ้เราก็คิดว่าเฮียคงจะไม่มีเที่ยวบินกลับเพราะงานเสร็จเที่ยง และมันเป็นวันหยุดปลายปีเที่ยวบินคงเต็ม ก็เลยขอร้องเพื่อนช่วยหาเที่ยวบินกลับให้หน่อย เพื่อนหาให้ได้เราก็สั่งออกตั๋วเลย ไม่ได้คิดสักนิดเดียวว่าเฮียตั้งใจจะมานอนภูเก็ตหรือเปล่า จนเฮียกลับไปสามสี่วันสมองมันก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้เกิดคำถามในใจว่าวันนั้นเราไม่ได้ถามเฮียสักคำว่าเฮียจะนอนภูเก็ตหรือเปล่าแต่เหมือนกับเราพยายามยัดเยียดให้เฮียกลับกรุงเทพฯ ทำไมเราคิดช้านัก....อิอิ นี่ก็ยังไม่ได้โทร.ไปขอโทษว่าคิดช้าไปหรือเปล่า

          วันนี้ตอนเช้าท้องฟ้าโปร่งสีคราม มีเมฆเล็กน้อย เหมาะสำหรับถ่ายรูป ก็เลยขับรถไปเขารังกับคุณแอ๊ดเพื่อถ่ายวิวเล่นๆ พอขึ้นไปเห็นต้นไม้บนเขารังกำลังออกดอกสีเหลืองอร่าม ก็เลยเอาดอกไม้มาฝาก ช่วงที่กำลังซูมดอกไม้เข้ามาเจอแมลงภู่กำลังชื่นชมดอกไม้แต่ตั้งความไวชัตเตอร์ไม่พอที่จะหยุดภาพแมลงภู่ได้แต่ก็พอเห็นธรรมชาติของแมลงและดอกไม้ซึ่งเป็นของคู่กัน

          น้องนิวไปทำงานที่โรงแรมแห่งใหม่ มีสวนน้ำ(Water Park) ด้วย วันนี้เขาเปิดให้พนักงานและครอบครัวมาเที่ยวเล่นได้ฟรี ปกติค่าเข้าเล่นในสวนน้ำคนละ ๑,๗๙๕ บาท ยังไม่รวมค่าบริการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์กับค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีก ๗ เปอร์เซ็นต์ น้องนิว ชวนไปเล่นน้ำ แต่ก็ต้องรอน้องเนติ์ด้วยเพราะยังสอนพิเศษไม่เสร็จ กว่าจะได้ออกจากบ้านก็บ่ายสามโมง ไปถึงน้องนิวก็ออกมารับพาเข้าไปในสวนน้ำ ได้ถ่ายรูปไม่กี่รูปเพราะอากาศร้อน  และไม่มีรูปที่เราเล่นเครื่องเล่นกันเพราะต้องเก็บกล้องไว้ในตู้เก็บของ

เครื่องเล่นในสวนน้ำเหมาะสำหรับวัยรุ่น เพราะต้องเดินขึ้นบันไดไปสี่ชั้น แล้วมันมีท่อปล่อยลงมา คนเล่นจะต้องนั่งบนเบาะนั่งมีที่จับ มีทั้งแบบนั่งคนเดียวและนั่งสองคน ผมจับคู่กับน้องเนติ์ คุณแอ๊ดจับคู่กับน้องนิว ส่วนน้องหนอมลูกสะใภ้ยังทำงานอยู่ที่หาดใหญ่อีกช่วงหนึ่งไม่ได้ลงมาด้วยในวันนี้  แบบแรกนี้มันจะลงมาตามท่อ หมุนวนลงมาเรื่อยๆ แล้วมันก็มาวนอยู่ตรงกลาง ของผมมันวนอยู่สามรอบแล้วแล้วมันก็ไหลลงท่อเหมือนชักโครกยังไงยังงั้น ฮ่าๆ มันครับพี่น้องจบแบบที่หนึ่งน้องเนติ์กับน้องนิวแบกเบาะขึ้นไปชั้นสี่อีกรอบ

คราวนี้แบบที่สอง มันก็ไหลลงท่อเหมือนกัน แต่ความนี้รู้สึกว่ามันชันกว่าแบบแรก เหมือนกับมันปล่อยลงท่อมาแล้วมันส่งขึ้นไปสไลด์ข้างบนแล้วไหลกลับลงข้างล่างทีเดียว ไอ้ตัวนี้เขาบอกว่าคนที่นั่งทั้งคู่ต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน ๑๘๒ กิโลกรัม แล้วก็มาถึงบางอ้อ...เพราะขาปล่อยลงมาถ้ามีน้ำหนักมากพอมันลงมาจนสุด มันก็จะมีแรงส่งสูง น้องเนติ์บอกว่าตอนมันส่งขึ้นข้างบนขาน้องเนติ์เกือบถึงขอบบน เพราะถ้าเลยขอบบนมันก็จะไปตกบนหลังคาชาวบ้าน ฮ่าๆ

          มันยังมีอีกหลายแบบแบบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไหลลงตามท่อมาเลยก็มี แบบอุปกรณ์แต่มันไม่มีท่อหุ้มแบบแรกกับแบบที่สอง แต่มีท่อเพียงครึ่งเดียว ผมกับคุณแอ๊ดปล่อยแก่เพียงแค่นั้น ปล่อยให้น้องเนติ์กับน้องนิวเขาเล่นกัน น้องเนติ์บอกว่ามันก็เสียวๆเหมือนกันเพราะมันจะไหลเลื่อนไปทางข้างซ้ายทีขวาที  จากนั้นเราก็ขึ้นเบาะปล่อยให้มันไหลไปตามทางแบบล่องแก่ง ผ่านน้ำตกบ้าง ผ่านด่านที่เป็นม่านน้ำบ้างให้ตัวเปียกก็สนุกดี

เราเล่นเครื่องเล่นกันไม่ครบทุกอย่าง เพียงแค่ได้เกิดความมัน เกิดความตื่นเต้น กระชากวัย ได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง คุณแอ๊ดบอกว่าน้องนิวหวีดตอนไหลลงท่อเสียงดังมาก น้องนิวบอกเพื่อนว่าแม่นั่งเงียบตลอดทาง ฮา...เพื่อนน้องนิวแซวต่อว่าสงสัยแม่ร้องไม่ออก ฮา....

ผมเห็นว่าการที่เราไปเล่นแบบเด็กๆ มันเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตเราเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา เป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาอีกนิดหน่อย ยิ่งช่วงนี้น้องเนติ์แยกไปอยู่ที่เรือนหอเขา น้องนิวไปอาศัยอยู่หอพักของโรงแรมเพราะงานช่วงนี้มีลูกติดพัน เราสองคนก็เลยควงกันออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้น มาเล่าให้ฟังเฉย แต่ไม่อยากให้ใครอิจฉา อิอิ