ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สิ่งที่ครูแป๋มมักจะพบเสมอ นั่นคือความพยายามค่อนข้างมากที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเลือดอีกระบบที่ไม่ใช่ระบบ ABO ที่คุ้นเคยของนักเรียน นั่นคือหมู่เลือดระบบ Rh นั่นเอง

เอ...แล้วRh คืออะไร? มาสิคะ.. ครูแป๋มจะเฉลยให้ฟัง เริ่มเลยนะคะ
อาร์เอช (Rh) เป็นหมู่เลือดอีกระบบนอกเหนือจาก ABO เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ คุณหมอจะเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่าคุณแม่แต่ละคนมีหมู่เลือดชนิดใด โดยเจาะดูทั้ง 2 หมู่เลือด ซึ่งผลการตรวจจะรายงานว่าคุณแม่ มีหมู่เลือดแตกต่างกันอย่างไร เช่น คุณแม่บางรายอาจมีหมู่เลือด O, Rh+ ในขณะที่คุณแม่บางรายมีหมู่เลือด B, Rh- เป็นต้น ซึ่งหมู่เลือดนี้จะ ถ่ายทอดไปยังลูกด้วย โดยหมู่เลือดในระบบ Rh แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
*หมู่เลือด Rh+ (Rh positive) จะมีแอนติเจนอยู่ในเม็ดเลือดแดง เป็นหมู่โลหิตธรรมดา ซึ่งในคนไทยมีหมู่เลือด Rh+ เป็นส่วนมากเกือบร้อยละ 100
*หมู่เลือด Rh- (Rh negative) ไม่มีแอนติเจนอยู่ในเม็ดเลือดแดง เป็นหมู่โลหิตหายากหรือหมู่โลหิตพิเศษ ในคนไทยมีหมู่เลือด Rh- ไม่ถึงร้อยละ 1 ซึ่งในร่างกายของคนที่มีหมู่เลือด Rh- ไม่รู้จักแอนติเจนในเม็ดเลือดแดง เมื่อได้รับเลือดจากหมู่เลือด Rh+ เข้าไป ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเม็ดเลือดแดงนั้นๆ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทั้งนี้ หมู่เลือด Rh ประกอบด้วยยีนของทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่มาจับคู่กัน ลูกจะมีเลือดกรุ๊ปอะไร เป็น Rh+ หรือ Rh- ก็ขึ้นอยู่กับยีนที่ลูกได้รับจะมียีนฝ่ายที่มีลักษณะเด่นแสดงออกมาเป็นกรุ๊ปเลือดหรือ Rh โดยอาจมีลักษณะด้อยเป็น Rh+ หรือ Rh- แฝงอยู่ด้วยก็ได้
แล้ว Rh กับการตั้งครรภ์ เหรอคะ ... อ๋อ ไม่ว่าคุณแม่จะมีเลือดกลุ่ม Rh+ หรือ Rh-ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติค่ะ ถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็น Rh+ หรือ Rh- ทั้งคู่ หรือคุณแม่เป็น Rh+ จะไม่มีปัญหากับการตั้งครรภ์ ยกเว้นคุณแม่ที่มีกลุ่มเลือด Rh- แต่ลูกในครรภ์มีกลุ่มเลือด Rh+ (เพราะอาจได้รับลักษณะเด่นมาจากคุณพ่อ) อาจทำให้เกิดปัญหาเลือดแม่และลูกไม่เข้ากันจึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเลือดของลูกที่เป็น Rh+ เข้าสู่ร่างกายของแม่ทางรกหรือสายสะดือจากการเจาะน้ำคร่ำหรือในการคลอด จะทำให้ร่างกายคุณแม่สร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำลายเม็ดเลือดแดงของลูก การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ หากตรวจพบการไม่เข้ากันของเลือดแม่และลูกในการตั้งครรภ์ครั้งแรก คุณหมอจะฉีดยาลดการสร้างภูมิต้านทานต่อเลือดของลูกให้เมื่อตั้งครรภ์ 28 สัปดาห์หรือหลังคลอดภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดของแม่ไปทำลาย เม็ดเลือดแดงของลูกในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับการคลอด ซึ่งคุณแม่ที่มีกลุ่มเลือด Rh- ยังสามารถคลอดได้ตามปกติ ในการตั้งครรภ์ครั้งแรกอาจไม่มีอาการผิดปกติใด แต่การตั้งครรภ์ที่ 2 คุณหมอจะเจาะเลือดคุณแม่เป็นระยะและฉีดยาเพื่อลดการสร้างภูมิต้านทานเลือดของลูก รวมทั้งการเจาะน้ำคร่ำและเจาะเลือดลูกเพื่อดูความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง เพราะภูมิต้านทานที่ร่างกายของแม่ สร้างขึ้นมาจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงภายในร่างกายของลูกที่อยู่ในกลุ่ม Rh+ ให้แตกตัว ลูกจะมีภาวะซีด โลหิตจาง หัวใจทำงานหนักเพื่อ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ตับ, ม้ามโต หัวใจวาย หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์ได้ ถึงอย่างไร การป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าจริงไหมคะ...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ พี่คิม
สวัสดีค่ะ น้องซิลเวีย
สวัสดีค่ะ เข้ามาเรียนชีวะค่ะ..ตอนเด็กๆไม่มีโอกาสได้เรียนเลย คงต้องมาอ่านบันทึกบ่อยๆแล้วล่ะ..
สวัสดีค่ะ คุณครูบันเทิง
เข้ามาอ่านครับผมกับการเรียนรู้สิ่งที่ดีดี ครับผม
สวัสดีค่ะ คุณรักชาติ
สวัสดีครับ
ขอขอบคุณความรู้เรื่องหมู่เลือดระบบ Rh ครับ
ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้นกว่าเดิมที่เคยรู้
ผมใช้เวลาอ่านถึงสองเที่ยวในเรื่องที่คุณเขียนบันทึกนี้
ขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีค่ะ คุณสันติ หมื่นไวย
เป็นบันทึกที่ดีมากค่ะ สวัสดีความรัก มาหา
สวัสดีค่ะ พี่ครูอ้อย
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ.
สวัสดีค่ะ คุณครูธรรมทิพย์
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ.
โห!! ข้อมูลนี้เดิ้ลมาก ฮ่าๆๆๆ
ผมพึ่งรู้นะเนี่ย ขอบคุณครูแป๋ม ที่นำความรู้ดีๆมามอบให้
ถึงแม้จะเข้ามาอ่านช้า
แต่การศึกษาหรือความรู้มันไม่จำเป็นต้แงเวลาไหนหรอก
อยู่ที่เราว่าต้องการจะรู้จริงๆหรือเปล่า
สวัสดีค่ะ นาย กฤษณศักดิ์ มงคล ม.4/6 เลขที่ 16