ในวิถีดั้งเดิมของคนไทย ส่วนใหญ่มักรวมกันอยู่ในครอบครัวใหญ่ สมาชิกของครอบครัวจึงมีการดูแลกันและกันเป็นอย่างดี วิถีชีวิตเป็นวิถีแห่งการเกื้อกูล เกื้อหนุน สุภาพอ่อนน้อม ถ้อยทีถ้อยอาศัย และความมีน้ำใจไมตรีผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละวันลูกหลานจึงเห็นต้นแบบการใช้ชีวิตที่งดงาม และซึมซับรับไว้เป็นวิถีของตนอย่างเป็นธรรมชาติ วิถีเช่นนี้ถือเป็นวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของคนไทย ในวิถีแห่งคุณธรรมโดยแท้ อีกทั้ง การอบรมบ่มเพาะของครอบครัวไทย ยังเน้นความสำคัญของการปฏิบัติตนอย่างมีศีลธรรมมากกว่าการยอมให้แต่ละคนทำตามความพอใจของตน ระบบอาวุโสในครอบครัวเป็นสิ่งที่ยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การอบรมทั้งทางตรงและทางอ้อมมุ่งเน้นให้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน สำรวมกาย วาจา ใจ เคารพผู้ที่สูงวัยกว่า ขยัน รักสะอาด ใจเย็น นอกจากนี้ยังสอนให้เป็นคนสุภาพ ไม่ก้าวร้าว กตัญญูรู้คุณ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสงี่ยมเจียมตนและมีความกตัญญูรู้คุณ วิถีเช่นนี้สอนให้ผู้ชายมีความกล้าหาญอดทน สอนให้ผู้หญิงเป็นแม่บ้าน และเป็นกุลสตรี แต่วิถีชีวิตของคนไทยจำนวนมากในวันนี้ ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาสังคมไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงวัตถุเป็นหลักจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต วิถีชีวิตค่านิยม และวัฒนธรรมของคนในสังคม เพราะกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้มีการไหลบ่าของวัฒนธรรมจากต่างประเทศเข้าสู่สังคมไทย กลายเป็นยุคสมัยของข้อมูลข่าวสารที่ไร้พรหมแดน มีการโฆษณา และกระตุ้นให้บริโภคมากขึ้น สังคมกลายเป็นเมืองมากขึ้น แม้แต่คนในชนบทก็มีวิถีการบริโภคแบบคนเมืองที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญและคุณค่าของเงินเป็นหลัก วิถีเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
ครอบครัว เปลี่ยนจากการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในรูปแบบครอบครัวขยายที่อยู่กันหลายรุ่น ไปสู่การเป็นครอบครัวเดี่ยวขนาดเล็กที่มีเพียงพ่อแม่ลูก ความสัมพันธ์ในการก่อร่างสร้างครอบครัวเป็นความสัมพันธ์จานด่วน ที่มีความสัมพันธ์กันในช่วงสั้น ๆ สมาชิกของครอบครัวต่างทุ่มเวลาไปกับการทำมาหากิน มีเวลาให้กันน้อยลง การเรียนรู้ถึงทักษะการดำรงชีวิตผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละวันน้อยลง สัมพันธภาพในครอบครัวเสื่อมถอย การซึมซับวิถีแห่งคุณธรรมหายไปจากครอบครัวจนน่าใจหาย คนในครอบครัว จำนวนมากต้องอพยพแรงงานย้ายถิ่นเข้ามาทำงานตามเมืองใหญ่ บางส่วนอพยพไปขายแรงงานยังต่างประเทศเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังจึงต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการทำมาหากิน จนทำให้ภาพครอบครัวที่พ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาลดลง เด็กเล็กหลายคนแทบจะไม่ได้ฟังเพลงกล่อม หรือนิทานก่อนนอนถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ไม่มีความผูกพันทางชีวิต เด็กจึงโตขึ้นมาพร้อมความเหงา อ้างว้างใช้ชีวิตไกลบ้าน ไกลวัด ขาดระเบียบ ขาดศีลธรรม มีความรุนแรงทั้งพฤติกรรมและอารมณ์ โรงเรียน มุ่งสอนวิชามากกว่าสอนชีวิต เชิดชูคนที่ได้คะแนนดี มากกว่าคนดีมีคุณธรรม สอนแต่ทฤษฎี ไม่สามารถปฏิบัติในชีวิตจริงได้ หลักสูตรไม่สอดคล้องกับชีวิตและความต้องการของเด็ก การเรียนการสอนไม่สามารถทำให้เด็กดูแลชีวิตของตน หรือใช้ชีวิตที่ดีได้
สังคม ไม่มีการจัดระเบียบ มุ่งพัฒนาวัตถุมากกว่าพัฒนาคุณภาพชีวิต พื้นที่ดีหายาก ที่มีอยู่น้อยกลับขาดความมีชีวิตชีวา ไม่กระตุ้นเร้าให้เด็กเข้าไปเรียนรู้ พื้นที่ไม่ดี ทั้งสถานบันเทิงเริงรมย์ ร้านอินเทอร์เน็ต และอบายมุขทุกรูปแบบกระจายอยู่ทั่วไป คนในสังคมเฉยชาและไม่ถือเป็นธุระเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน ขาดจิตสาธารณะ คนในสังคมมีความเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องปกติ เห็นความโลภเป็นเรื่องธรรมดา มีแต่ความทะยานอยาก เอาความต้องการของตนเป็นที่ตั้ง ทำให้สังคมอ่อนแอ ขาดพลัง สื่อ มุ่งเน้นการกระตุ้นเร้าให้บริโภค สร้างค่านิยม วัฒนธรรม และภาษาใหม่ที่รุนแรงมากกว่าการสร้างจิตสำนึกที่ดี ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เห็นว่าสำนึกเรื่องคุณธรรมของคนในสังคมไทยเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งสร้างให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นหนทางสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างความผาสุกในสังคม เพราะเมื่อคนในสังคมเป็นคนดี เป็นคนที่มีคุณธรรมจะทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุขซึ่งเมื่อพูดถึงคุณธรรม หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของความสมัครใจ คือทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ความคิดเช่นนี้จะว่าไม่ผิด ก็อาจจะไม่ใช่ จะว่าถูกก็ไม่เชิง เพราะในบางสถานการณ์อาจจะไม่จำเป็น แต่บางสถานการณ์ ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เช่น คุณธรรมของพ่อแม่ต่อลูก คือการเสียสละให้ลูกได้กินอิ่มนอนอุ่นนั้น คุณธรรมของลูกที่มีต่อพ่อแม่ คือ การอ่อนน้อมถ่อมตน การกตัญญูรู้คุณ คุณธรรมเช่นนี้ถือเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ หนังสือ
การอ่าน ถือเป็นหนทางสำคัญในการสะสมทุนของชีวิตเพราะถือเป็นขุมทรัพย์ทางสติปัญญาที่จะนำพาคนให้ก้าวออกไปจากโลกแคบๆ สู่โลกที่กว้างใหญ่ไพศาล
แวะมาเรียนรู้ครับ