อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งๆ ที่มี Vision, Core Values, KPI แต่ทำไมหลายๆ องค์กรยังเดินไปไม่ถึงไหน หรือว่าตกอยู่ในวงจร ดังนี้ . . .
(1) เมื่อคนทำงาน “ขาดขวัญกำลังใจ” องค์กรจึงจำเป็นต้องใช้ KPI ติดตามการทำงาน
(2) เมื่อทำงานอย่าง “ไม่มีหลักการ” องค์กรจึงต้องสร้างค่านิยมร่วม (Core Values) ขึ้นมา
(3) เมื่อไม่แน่ใจว่าที่เดินมา “ถูกทางหรือไม่” องค์กรจึงต้องใช้วิสัยทัศน์กำหนดทิศทาง
(4) เมื่อผู้บริหารองค์กร “ไม่มีภาวะผู้นำ” จึงทำให้คนทำงานท้อแท้ ขาดขวัญและกำลังใจ
(5) . . . . ย้อนกลับไปข้อ (1) . . (2) . . (3) . . (4) . . (5) . . . . .
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์
วงจรนี้จับเอานามธรรมมาเขียนเป็นรูปธรรมนะครับ...
ขอบพระคุณครับ...
ขอแซว (พอคันๆ)
(อาจจะเป็น)เพราะองค์กรใช้ KPI คนทำงานจึงไม่เชื่อมกับที่มาของคุณค่าตนเอง (disconnect to the source)
(อาจจะเป็น)เพราะ core values เป็น artificial (สร้างมาทีหลัง สมาชิกไม่มีส่วนร่วมในการสร้าง) คนทำงานจึงไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่านี้จริงๆจังๆ
(อาจจะเป็น)เพราะ vision เป็นฝันของผู้บริหาร ทางที่เดินก็เลยไม่ได้เป็นทางในฝันของคนทำงาน
อาจารย์หมอสกลช่วย "เติมเต็ม" ได้ดีมากเลยครับ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมือนที่ คุณ Phornphon พูดไว้
สวัสดีค่ะ
หลายต่อหลายองค์กรที่ขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนด ข้อ 1 ถึง ข้อ 4
และอีกหลายต่อหลายองค์กรที่แม้นมีส่วนร่วมแต่ร่วมเฉพาะหน้า หาได้มีใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไร้อารมณ์การมีส่วนร่วม ชอบข้อที่ 4 ของอ.ที่สุดค่ะ เพราะนั่นคือภาวะการไร้อารมณ์ที่เริ่มจากผู้นำ และมักจะเป็นโรคติดต่อไปยังทุกคนในองค์กรเสมอ
ขอบคุณค่ะ (ครั้งแรกของการมาโพสค่ะ)
ขอบคุณ อาจารย์ Joanne ที่เข้ามาโพสครับ . . . สำหรับผมแล้ว Vision Statement, Core Values, KPI, etc.จะ ไม่มีความหมายใดๆ เลย หาก "ไร้ซึ่งภาวะผู้นำ" หากขาดซึ่งจิตวิญญาณ หรือขาด "การมีส่วนร่วม" อย่างที่อาจารย์กล่าวไว้ . . . แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ "เราไม่สามารถสร้า่งหรือพัฒนาภาวะผู้นำของใครได้" . . . เราทำได้แค่ "พัฒนาภาวะผู้นำของเราเอง" แค่นี้ก็เป็สิ่งที่ท้าทายมากแล้วครับ
จริงๆอาจเป็นเพราะเราถูกคนตามหาเป้าหมายที่แตกต่างกัน เปรียบองค์กรเหมือนการพายเรือยาวในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว หากทุกคนบนเรือต่างคนต่างพาย เรือก็จะหมุนไปหมุนมาอยู่กลางแม่น้ำ เมื่อผู้บริหารมองเห็นปัญหาเปรียบเหมือนผู้ปบริหารคือผู้ควบคุมเรือ คุณมองออกแล้วว่าเรือหมุนเพราะอะไร ผู้บริหารจึงเป็นคนให้สัญญาณในการวาดพายโดยกำหนดหน้าที่ของฝีพายแต่ละท่าน และกำหนดระยะเวลา ท่าทางการพาย และอื่นๆ แต่เหนืออื่นใดอย่าลืมว่าเรากำลังอยู่กลางแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว เราทุกคนต้องมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ และที่สำคัญเสียสละ ผู้ควบคุมฝีพายต้องเสียสละในการปกครอง รักง่าย โกรธยาก ให้อภัยเป็นเรื่องธรรมดา และต้องสละเวลาฟังฝีพายบอกถึงปัญหาที่พบ และวิธีแก้ปัญหาเพื่อหาแนวทางร่วมกันเพื่อให้การพายเรือลำนี้ไปถึงเป้าหมาย ฝีพายต้องทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด มีระเบียบวินัย ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจ และพร้อมจะให้อภัยเสมอ เพราะในการพายเรือยิ่งคนเยอะมันต้องมีกระทบกระทั่ง เมื่อเหนื่อยล้า กำลังใจย่อมทดถอย เมื่อเวลาเนิ่นนาน ความอดทนย่อมเจือจาง เมื่อนั้นเราต้องหาจุดกึงกลางไว้เป็นที่พักระหว่างการยกพายขึ้นจากน้ำ นั้นคือความเข้าใจ เข้าใจว่าเราทุกคนต่างทำเพื่อตัวเองเพียงแต่การทำเพื่อตัวเองครั้งนี้ประกอบด้วยการทำเพื่อตัวเองของคนหลายคนคนละนิดละหน่อยจิ๊กซอยิ่งชิ้นเล็กเท่าไหร่ภาพที่สมบูรณ์ย่อมที่เหมือนจริง และสวยงามมากที่สุดเพียงนั้น และที่สำคัญเหนืออื่นใดอย่าลืมความสำคัญของแม่น้ำ เพราะถ้าไม่มีแม่น้ำย่อมไม่มีทางให้เรือไปยังเป้าหมายที่เราต้องการ เพราะฉนั้นเราทุกคนต้องรักษาแม่น้ำไปด้วยเสมอระหว่างการเดินทาง ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการพายเรือไปยังเป้าหมาย และอย่าลืมดูแลรักษาแม่น้ำด้วยนะค่ะ
ขอขอบคุณ คุณmaewnaka มาก . . . ทำให้เห็นภาพชัดเจน เป็นคำอธิบายที่ดีมากเลยครับ โดยเฉพาะข้อเตือนใจก่อนจบว่า . . . อย่าืลืมดูและรักษาแม่น้ำด้วยนะ !!
ไม่ได้เข้ามาอ่านนานมากเลยนะครับ
แต่เข้ามากี่ทีก็ได้รับความรู้ไปปรับปรุง
พัฒนาตนเองเสมอๆ
ขอบคุณทุกข้อคิดดีๆนะครับ