คิดอย่างคนใน เข้าใจบริบท มองปรากฏการณ์อย่างเป็นองค์รวม

มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสกับการไต่บันได สู่นักวิจัยขั้นเทพ ทำให้สี่วันมานี้ ไม่ได้เข้ามาในโกทูโนว์สักเท่าไหร่เลยค่ะ แต่ก็คิดถึงทุกคนนะคะ  สี่วัน สามคืนกับการเรียนรู้ สู่นักวิจัยขั้นเทพ โดยวิทยากรเจ้าประจำ ที่เป็นนักวิจัยขั้นเทพตัวพ่อ ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ท่านเป็นผอ.สวสส. สำนักวิจัยและสุขภาพ ชื่อองค์กรก็บอกแล้วว่าเด่นทางด้านใดใช่ไหมคะ อิอิ

    

 

    

งานนี้ท่านและทีมงาน ทุ่มเทกันสุดๆ ระดมทีมงานนักวิจัยขั้นเทพมาจากทุกสารทิศ น่ารักๆ ทั้งนั้นค่ะ ช่วยกันเป็นวิทยากรกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง แต่ที่เป็นโจทย์ยากสำหรับพอลล่าในงานนี้ก็เพราะว่าเราต้องมีงานวิจัยของสรพ.ของเราเองด้วย งานเข้าอีก!!! เอาน่า เราจะต้องเรียนรู้และลองทำให้สำเร็จจงได้  เพราะคราวนี้ กระบวนการวิจัยของเรา มีวิทยากรขั้นเทพแล้ว เราจะทำไม่ได้เชียวหรือ

 

  

ทีมสรพ.เราจึงตกลงกันว่าเราจะทำงานวิจัยสองเรื่อง เป็นเรื่องการวิจัยกระบวนการเยี่ยมสำรวจแบบกัลยาณมิตร และการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาคุณภาพผ่านแนวคิดของ Lean ซึ่งทั้งสองเรื่องสอดคล้องกับแนวคิดของ SHAได้เป็นอย่างดี ทีมวิทยากรทั้งกระตุ้น ทั้งชม ทั้งให้กำลังใจเพื่อให้ทีมเรา ซึ่งประกอบด้วยรพ. 20 รพ.และสรพ. 2 ทีม ทำงานวิจัยให้สำเร็จไปได้ด้วยดี

 

นอกจากมาอบรมวิจัย ได้เรียนรู้วิธีทำงานวิจัยแล้วยังได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยกับกระบวนการเยี่ยมสำรวจหรือการเป็นที่ปรึกษา ไปด้วยอีกทางหนึ่งค่ะ เห็นว่าสามารถนำไปใช้กันด้วยดีค่ะ และสามารถนำไปใช้พัฒนาตนเองได้มากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะการคิดแบบเป็นระบบ การวิเคราะห์สังเคราะห์  การศึกษา ค้นคว้า เพราะการวิจัย คือ re search  ค้นแล้วค้นอีกจนกว่าจะเจอเลยค่ะ เห็นไหมว่าอยู่ๆ คงจะมาทำวิจัยไม่ได้ค่ะ ไม่ได้หมายความว่ายากนะคะ แต่การวิจัยคือการคิดเชิงระบบ ค่ะ ถ้าเราทำตามขั้นตอน ไม่เรียนลัด และชัดเจนในประเด็นที่เราอยากจะรู้ ไม่วิ่งไปหาเครื่องมือมาก่อน เราจะทำงานวิจัยสำเร็จแน่นอนเลยค่ะ  

 

ก่อนหน้าที่จะมาเข้า work shop ฟังการบรรยายวิจัยขั้นเทพมาไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง เขียนบันทึกเรื่องวิจัยขั้นเทพไปแล้ว  ซึ่งคิดว่าเราคงเข้าใจแล้ว แต่พอเราได้เข้ากระบวนการแล้ว เราจะเข้าใจขั้นตอนแต่ละขั้นตอนมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ รู้ว่าประเด็นคำถามวิจัยไม่ชัดเจน สิ่งที่อยากรู้จริงๆ คืออะไร และอยากศึกษาอะไร กว่าจะออกมาเป็นรูปธรรม ยากมากๆเลยค่ะ เพราะเรามีข้อมูลจากการค้นคว้ามาน้อย เลยทำให้ข้อมุลที่เรามีเป็นเพียงประสบการณ์ของตัวเราเองเป็นส่วนใหญ่

 

วันนี้ พูดสองเรื่องพร้อมกันไปเลยนะคะ การวิจัยกับการเยี่ยมสำรวจโรงพยาบาล ดีไหมคะ ต้องเน้นย้ำว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ของพอลล่าแต่ประการใดค่ะ ผู้เยี่ยมท่านอื่น หรือท่านผอ. สรพ.ท่านอาจจะคิดไม่เหมือนพอลล่านะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ คิดอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้คิด ดี ทำดี พูดดี อิอิ... อ่าว ไปไกลอีกแล้ว เรา  กลับมา กลับมา .. อิอิ

 

ก่อนที่เราจะวิจัย หรือการเยี่ยมสำรวจโรงพยาบาล เราจะต้องรู้ก่อนว่าวิจัยคืออะไร และทำไปเพื่ออะไร เราต้องรู้ว่าเป้าหมายของการทำวิจัยและเป้าหมายของการเยี่ยมสำรวจด้วย มาลองถอดกันทีละชิ้นดีกว่า(ถอดบทเรียน อ่ะนะ) ว่าเหมือนหรือคล้ายกันอย่างไรบ้าง

  1. วิจัยคือการลองผิดลองถูก หากเปรียบกับกระบวนการเยี่ยมสำรวจคือการเรียนรู้ของผู้เยี่ยมกับรพ.ไม่มีผิด ไม่มีถูก

  2. วิจัยต้องมีการค้นคว้า re search ไม่ใช่แค่ค้นครั้งเดียวต้อง re คือต้องค้นคว้าซ้ำอีก คือต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ หรือถ้าผู้เยี่ยม ต้องค้นหาข้อมูลจากรพ. ค้นหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ กระบวนการเยี่ยมก็ต้องค้นหา สิ่งที่รพ.ปฏิบัติ่ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ค้นหลายๆ หน่วย หลายเรื่องจนครบถ้วน เพียงพอที่จะมองเห็นว่ารพ.มีความปลอดภัยที่ยอมรับได้

  3. วิจัยต้องมีการคัดสรร เอาประเด็นที่น่าสนใจ เปรียบกับการเยี่ยมคือประเด็นนั้นที่สอดคล้องกับมาตรฐานอะไร อย่างไร รพ.อาจจะทำหลายเรื่องแต่เรื่องใดที่สำคัญ น่าสนใจ ผู้เยี่ยมต้องคัดสรร เพื่อนำมาเสนอในรายงานการเยี่ยม ในรายงานก็ต้องชัดเจนว่าประเด็นที่จะนำเสนอมีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ คัดประเด็นที่ครบถ้วน เป้าหมาย กระบวนการและผลลัพธ์ ตลอดจนมีการเรียนรู้ของทีมอย่างไร อันนี้หละครบถ้วนเลยค่ะ

  4. นักวิจัยเป็น re searcher ไม่ใช่ reporter  นักวิจัยต้องมีการวิเคราะห์ไม่ใช่เอาข้อมูลมาเรียงต่อกัน การเขียนรายงานของผู้เยี่ยมสำรวจก็เหมือนกัน ไม่ใช่เอาข้อมูลจากรพ.มาตัดปะ แต่ต้องมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ทั้งในส่วนของรพ. จากการค้นคว้าข้อมูลและความเห็น ของผู้เยี่ยมสำรวจประกอบกัน

แต่ถ้าจะเปรียบกันในแต่ละขั้นแต่ละตอนของการวิจัย สามารถนำแนวคิดไปใช้กับการเยี่ยมสำรวจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ มีแนวคิดหนึ่งที่ได้รับมาจาก work shop คือ ” คิดแบบคนใน เข้าใจบริบท มองปรากฏการณ์แบบองค์รวม” ใช้ได้กับการเข้าไปเยี่ยมรพ.ในฐานะผู้เยี่ยมหรือที่ปรึกษา ได้มากๆ เลยค่ะ

การอยู่ในสถานการณ์เดียวกับรพ. ร่วมทำวิจัยไปกับเขา รับรู้ได้เลยว่างานแต่ละชิ้นมีความยากลำบากเพียงใด ที่ว่าเข้าใจแล้ว จะเข้าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะได้รู้ได้เห็นได้ทำเหมือนๆ เขา จะเข้าใจความรู้สึกเขาได้มากขึ้น ความตั้งใจที่มีมาก ถ้าหากถูกคำพูดที่บอกว่า ที่ทำมาไม่ดี ยังไม่ใช่ ใจเราคงฝ่อไปแล้ว ยิ่งวิจัยปรับแก้หลายรอบมาก ต้องมีคำพูดที่เสริมกำลังใจให้ได้เรียนรู้และปรับปรุงด้วยตัวของเขาเอง ไม่พูดจาทำร้ายจิตใจคนที่ทุ่มเท ทำงาน ด้วยความมุ่งมั่น ดังนั้นการเป็นผู้เยี่ยมสำรวจโรงพยาบาล หรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ หากพบสถานการณ์ที่ไม่เป็นอย่างที่เราคิด ไม่ตรงกับความคิดเห็นของเรา พึงระวังคำพูดและท่าทางที่จะไปบั่นทอนความตั้งใจ ความรู้สึกของคนทำงานที่ตั้งใจทำงานชิ้นหนึ่งขึ้นมา คำชมแม้เพียงน้อยนิดทำให้หัวใจพองฟูขึ้นมาได้มากทีเดียวค่ะ 

 

นอกจากนี้กระบวนการทำวิจัย บ่งบอกถึงการคิดอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ ชื่อเรื่อง หลักการเหตุผล  การทบทวนวรรณกรรม วัตถุประสงค์เฉพาะที่ต้องการ นำไปสู่คำถามการวิจัย และสร้างแนวคำถามที่สอดคล้องเพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ ออกแบบการเก็บข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการศึกษา สัมภาษณ์ใคร ด้วยคำถามอะไร มีหลักคิดอะไรในการถาม ทักษะการตั้งคำถามสิ่งนี่เป็นทักษะสำคัญของผู้เยี่ยมสำรวจ ถามแล้ว การฟัง การสังเกต เราต้องศึกษา วิเคราะห์ทั้งหมด ฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสินผู้พูด

ท่านอ.โกมาตร พูดอยู่เสมอว่า คำถามที่ถามแล้วช่วยให้ฉลาดขึ้น เป็นคำถามที่ชวนให้เกิดการเรียนรู้ทั้งรพ.และผู้เยี่ยมสำรวจ..

 

 

แต่ที่สำคัญ เราต้องรับรู้ความรู้สึกของคนทำงาน อย่างแท้จริง ชื่นชมจริงๆ ชื่นชมจากข้างใน ออกมาสู่ภายนอก... ชมหรือเสนอแนะด้วยหัวใจ ซึ่งกลับเข้าไปสู่การคิดอย่างคนใน เข้าใจบริบท มองปรากฏการณ์อย่างองค์รวมนั่นเอง ค่ะ

 

ขอบคุณ ทุกท่าน ที่แบ่งปัน ความรู้ ความคิด ให้พอลล่าได้เรียนรู้ค่ะ