สัมผัสรักที่แท้จริง
|
ไม่เชื่อในความรัก.... อาจเพราะไม่เคยสัมผัสรักที่แท้จริง
โลกสอนให้เราเรียนรู้ว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เห็น อย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่เคยได้สัมผัส สิ่งที่ชั้นพบเจอกับตัวเองและเห็นจากคนอื่น ทำไมทุกคนต้องเจ็บปวด? อย่าหลอกตัวเองว่าไม่จริง ที่สุขก็เป็นการคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข ลองนึกดูสิว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาสุขกับเราด้วยหรือเปล่า.....แน่ใจเหรอ? รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้างั้น... คุณ คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่ คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของคุณคนเดียว คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก เหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คุณหวังแล้วไม่ได้มาหรอกหรือ มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่ มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด "สักนิด" / "ขอเพียงแค่นั้น" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้" เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง การยับยั้งความต้องการ มันทรมานนะ คุณไม่รู้สึกเหรอ มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน? เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม หรือคุณไม่เคยคิด ดีใจด้วยกับคนที่มีความสุขกับรักที่แท้จริง และขอให้ความรักนั้นอยู่กับคุณตลอดไป ชั้นก็ยังแอบหวังว่ามันจะยังมีอยู่จริงในโลกใบนี้ ตอนนี้ชั้นอาจจะมองโลกแคบ ชั้นอาจจะมองโลกเพียงด้านเดียว หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของชั้น ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ก็คงไม่แปลกที่ชั้นคิดแบบนี้ อย่างที่บอก ชั้นไม่เชื่อในสิ่งที่ชั้นยังไม่ได้สัมผัส "ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย "ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็ทำร้าย "ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป "ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงสุดท้ายก็ดับลง |
ยินดีต้อนรับสู่ชุมชนเสมือนแห่งนี้ครับ คุณครู ชาเย็น&เย็นชา ;)
หากเห็นประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต้องเขียนบันทึกบ่อย ๆ นะครับ
แล้วคงได้คุยกันต่อไป ;)
ขอบคุณ คุณ Wasawat Deemarn ที่มาตอบบันทึกให้หนูนะค่ะ หนูจะได้มีกำลังใจในการเขียนบันทึกเยอะๆๆค่ะ
1.การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์
แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน
แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้
และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่
แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง
และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น
และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น
แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น
ที่เปิดไว้รอ
5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไปแต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้น เข้ามาหาเรา
7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ
แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ ทำใจ”
10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้
อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว
สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง
การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน
แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน
ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง
มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์
และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด
รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง
อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา
มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
16. คนที่มีความสุขที่สุด
ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด
เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม
คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี
ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจากความผิดพลาดในอดีต
และความปวดใจ
18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม
จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม
ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ..
ขอบคุณนะค่ะ
คุณพี่ที่เข้ามาอ่านจ้าจ๊ะ
สวัสดีค่ะคุณครูชาเย็น&เย็นชา บันทึกของคุณน่าสนอ่านมากค่ะ ฉันก้อเปนอีกคนที่ผิดหวังจากความรักและหวังว่าจะเจอรักแท้เหมือนกับคนอื่นบ้าง...เปนกำลังใจให้กันและกันนะคะ..จะติดตามอ่านบันทึกของคุณต่อไปค่ะ
ในเรื่องความรักนั่นน่ะผมอยากสัมผัสมันแต่ ว่าผมกลายเป็นคนเย็นชาหรือเปล่าที่ไม่เคยรักหรือเป็นห่วงใครเลย แม้เขาทำสิ่งดีให้ผมก็ไม่สนใจ และบางทีอาจเป็นเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตในอดีตที่มันทำให้ผมนั้น เศร้ามากและเสียใจมากจน ใจมันแข็งกระด้างหรือว่า ไม่รักใครหรอกรักตัวเองดีกว่า คนอื่นฉันไม่สนใจหรอก อะไรทำนองนั่นแม้ทุกวันนี้ทุกคนชอบบอกว่าผมเป็นคนที่มีปัญหาแต่ไม่ยอมบอก และไม่สนใจผู้คนเพื่อนสักคนก็ไม่มี หรือเพราะเขาอยากรู้จักและเข้ามาทักทาย แต่ผมเย็นชาใส่ หรือเขายิ้มให้กลับตอบแทนด้วย การเย็นชาใส่ มั้ง แต่ผมว่าผมอยู่อย่างนี้รู้สึกปลอดภัยกว่าเยอะ เพราะผมไม่รักใครก็คงดีแล้ว จะได้ไม่เสียใจในภายภาคหน้า
ผมคิดอย่างนั้นมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้อายุ18 ปีแล้ว ทางโรงเรียนหรือครูปรึกษาแม่ของผมเสมอเลยว่าทำไม่เขาไม่มีเพื่อนสักคนเลย และเขามักจะตกในวิชาที่ทำเป็นกลุ่ม เรื่องนี้ทำให้อาจารย์อ่อนใจมากเลยยอมให้ทำงานเดี่ยวแก้แทนเสมอเพราะ กลัวคะแนนสอบตามกำหนดไม่ผ่าน และทุกวันนี้ใกล้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็ไม่สนใจหรอก ผมเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว แค่นี้แหละ
ในเรื่องความรักนั่นน่ะผมอยากสัมผัสมันแต่ ว่าผมกลายเป็นคนเย็นชาหรือเปล่าที่ไม่เคยรักหรือเป็นห่วงใครเลย แม้เขาทำสิ่งดีให้ผมก็ไม่สนใจ และบางทีอาจเป็นเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตในอดีตที่มันทำให้ผมนั้น เศร้ามากและเสียใจมากจน ใจมันแข็งกระด้างหรือว่า ไม่รักใครหรอกรักตัวเองดีกว่า คนอื่นฉันไม่สนใจหรอก อะไรทำนองนั่นแม้ทุกวันนี้ทุกคนชอบบอกว่าผมเป็นคนที่มีปัญหาแต่ไม่ยอมบอก และไม่สนใจผู้คนเพื่อนสักคนก็ไม่มี หรือเพราะเขาอยากรู้จักและเข้ามาทักทาย แต่ผมเย็นชาใส่ หรือเขายิ้มให้กลับตอบแทนด้วย การเย็นชาใส่ มั้ง แต่ผมว่าผมอยู่อย่างนี้รู้สึกปลอดภัยกว่าเยอะ เพราะผมไม่รักใครก็คงดีแล้ว จะได้ไม่เสียใจในภายภาคหน้า
ผมคิดอย่างนั้นมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้อายุ18 ปีแล้ว ทางโรงเรียนหรือครูปรึกษาแม่ของผมเสมอเลยว่าทำไม่เขาไม่มีเพื่อนสักคนเลย และเขามักจะตกในวิชาที่ทำเป็นกลุ่ม เรื่องนี้ทำให้อาจารย์อ่อนใจมากเลยยอมให้ทำงานเดี่ยวแก้แทนเสมอเพราะ กลัวคะแนนสอบตามกำหนดไม่ผ่าน และทุกวันนี้ใกล้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็ไม่สนใจหรอก ผมเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว แค่นี้แหละ