เมื่อวานนี้ (๒๐ ม.ค. ๕๓) คณะคุณครูช่วงชั้นมัธยม ได้ล้อมวงสุนทรียสนทนาและเสวนาธรรมกับดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ และ อ.ญาณเดช  พ่วงจีน ว่าด้วยเรื่องธรรมะสำหรับการเป็นครู  ที่คุณครูณีได้นำบางส่วนของเรื่องราวมาที่น่าสนใจบอกเล่าให้ฟังกันต่อในบันทึกนี้...

 

อาจารย์วรภัทร์ได้ให้แง่คิดว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาตัวตนที่ครูต้องรู้จัก คือ  Stop Thinking (สิ้น คิด) แล้วหันมาใช้ การ Start Sensing ใช้ความรู้สึก ด้วยการดูแลตนเองทั้งฐานกาย ฐานใจ และฐานคิด เช่นเดียวกันกับการดูแลผู้เรียนที่ครูทุกคนต้องตระหนักว่าพวกเขามีการเรียนรู้ผ่านจิตไร้สำนึกตลอดเวลา ครูควรให้ความสำคัญในการพูด การสื่อสารกับเด็ก  

 

สิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากการดูแลฐานคิดของเด็กด้วยการเรียนการสอนแล้ว ควรมีการดูแลฐานกายโดยการใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ไม่เร็วจนเกินไป  เพื่อให้ Sensing ทำงานได้ดี พร้อมไปกับการดูแลฐานใจด้วยการฝึกหายใจอย่างถูกต้อง

 

สุขภาวะของอวัยวะในร่างกายเรายังสะท้อนไปถึงอารมณ์ความรู้สึกและความสมดุลภายในของเจ้าของด้วย   

 

  • ม้าม   การมีสมาธิ และ ความนิ่ง 
  • ตับ   ความสมดุลย์ของออร์โมน ประสาทส่วนบน และ ความโกรธ
  • ปอด   ความร่าเริง แจ่มใส 
  • ไต   ความกล้าเผชิญ มุ่งมั่น และวินัย

 

มวยจีน(ไท้ฉี) จะช่วยปรับสมดุลของกาย เมื่ออวัยวะภายในของเราทั้งตับ ไต ปอด ม้าม แข็งแรง จิตใจของเราก็จะเข้มแข็ง มีสมดุล

 

วิถีแห่งมวยจีนยังแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงสัมพันธ์(connect)ของร่างกายและ จิตใจด้วย  เมื่อฐานกาย ฐานใจ ฐานคิดสัมพันธ์กัน  ก็จะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์  เพราะเราจะเห็นทุกสรรพสิ่งเชื่อมโยง ไม่แบ่งแยก  ปกติแล้วเรามักมองโลกนี้อย่างแยกส่วน แต่การเรียนเข้าไปในจิตไร้สำนึกจะช่วยให้มองเห็นว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์  เมื่อเห็นกันมากขึ้นสำนึกที่ดีของมนุษย์ก็จะเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เด็กที่เห็นแบบนี้จะเกิดความรัก ความเมตตา เกิดจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติ ต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยไม่ต้องใช้การสอน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของความมหัศจรรย์แห่งฐานกาย ที่เป็นบ่อเกิดความเชื่อมโยง สัมพันธ์ และความตระหนักรู้ในที่สุด

   

ครูแคท - คัทลียา รัตนวงศ์ คุณครูหน่วยวิชามานุษย์และสังคมศึกษาได้สะท้อนความรู้สึกจากการร่วมเสวนาในครั้งนี้ว่า “ทำให้รู้ว่าการสอนนักเรียนถ้าเริ่มจาการใช้ฐานคิดในเรื่องของสมองมาก่อน ครูกับนักเรียนก็จะไม่เกิดการ connect กัน ต่อไปจะลองเริ่มการเรียนรู้จากฐานใจก่อน คิดว่าน่าจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น”

 

ครูปลิว -  สมพร  ศุภโชคพงศ์สิริ  คุณครูหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ บอกเล่าการเรียนรู้ว่าสามารถนำความรู้เรื่องฐานกาย ฐานใจและฐานคิดมาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมเรื่องศีล  สมาธิ และปัญญา ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน “ศีล ก็คือเรื่องของฐานกาย สมาธิ เป็นเรื่องของฐานใจ และ ปัญญาก็คือฐานคิดนั่นเอง และทุกเรื่องต้องสัมพันธ์เชื่อมโยงไปพร้อมๆกัน ไม่แยกส่วนออกจากกัน”