ความสุขความทุกข์ไม่เคยเข้าใครออกใคร วันนี้ปัญหาต่างๆผ่านพ้นมากมายแต่เมื่อวานเมื่อลองมองย้อนไปกลับมีเรื่องราวมากมายที่เข้ามาในชีวิตคนเราบททดสอบแล้วบททดสอบเล่าคล้ายกับว่าทำไมชีวิตถึงมีเรื่องราวมากมายให้เราขบคิด


   เช้านี้ขณะตื่นมานั่งทำงานก็เกิดข้อฉุกคิดมากมาย เมื่อวานผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในมุมเล็กๆของมหาวิทยาลัยที่รู้สึกตื้นตันมากครับกับการได้รับโอกาสนี้จากท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ อัลฮัมดุลิลละฮฺครับสำหรับการให้โอกาสและไว้วางใจทำภารกิจอันสำคัญชิ้นหนึ่ง (เอ๊ะหรือว่าหลายชิ้นเพราะที่ส่งมามากกว่า ๑ ชิ้น...อิอิ) ภารกิจหลายๆอย่างที่ผมได้รับผมบอกตัวเองอยู่เสมอครับว่า "บางครั้งคนเราไม่จำเป็นต้องดีที่สุดแต่ต้องสุดที่ดีให้ได้"   และที่สำคัญในหลายๆภารกิจที่ได้ร่วมทำมันมีคุณค่าสำหรับจิตใจมากสำหรับผมอีกด้านมันเป็นความรู้ใหม่มากมายที่ผมไม่เคยได้ยินและมีโอกาสได้เรียนรู้มากมาย(อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ผมย้อนถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะช่วยเหลืออุมมะฮฺ(ประชาชาติ)ของเราได้บ้างคำตอบของผมคือ ความรู้ที่พระเจ้าประทานมา

      ผมมีความเชื่อว่า ความรู้อันทรงคุณค่าที่ผูกมัดด้วยจรรยาบรรณ และคุณธรรมเท่านั้น คือสิ่งที่สามารถช่วยเหลือมนุษยชาติให้หลุดพ้นจากความอยุติธรรม และความหลงผิดได้  ซึ่งนี่คือนัยความหมายของ ดุอาอ์(การขอพรจากพระเจ้า) ที่ท่านนะบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ)  วิงวอนขอว่า “โอ้องค์อภิบาล ขอพระองค์ทรงโปรดเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด” และท่านมักขอความคุ้มครองอยู่เสมอจาก “ความรู้ที่ไม่เกิดประโยชน์”

     แล้วความรู้เริ่มต้นจากไหน? คำถามที่ใครหลายคนยังคงชวนขบคิดปฐมโองการในอัลกุรอานเริ่มต้นด้วยคำว่า   “จงอ่าน”  เพื่อส่งสัญญาณว่าความรู้  นอกจากเป็นกุญแจสำคัญของอิสลามแล้ว  ยังเป็นตัวกำหนดเส้นทางของการเผยแพร่อีกด้วย  และไม่ใช่เป็นเรื่องผิดแต่ประการใดหากเราจะเรียกประมวลคำสอนจากฟากฟ้านี้ด้วยคำเรียกว่า  “หนังสือ”  หากทว่าหนังสือเล่มนี้คืออัลกุรอาน    ดังนั้นหนังสือและอัลกุรอานหรือการเขียนและการอ่าน  ถือเป็นปัจจัยสำคัญสองประการที่จะนำไปสู่ความเป็นอารยธรรม  ความเจริญและความเข้าใจซึ่งกันและกันไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรงที่ไม่เคยสร้างผลงานใดๆ  เลยในประวัติศาสตร์ของเรา  เว้นแต่ความล้าหลัง ความเสื่อมถอยทางอารยธรรม การเผชิญหน้าและความรุนแรงมีแต่ทำให้บรรยากาศของการแสวงหาความรู้และศาสตร์ต่างๆ  พลิกผันไปสู่ความโง่เขลาและความไม่รู้หนังสือเท่านั้น (ส่วนหนึ่งจากคำกล่าวในงานประสาทปริญญาครั้งที่ ๗ ของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาที่จะถึงนี้ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓)

       หากเรามองดูสถานการณ์บ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศเราจะเห็นภาพชินตามากมายที่เป็นภาพสื่อสะท้อนของการยืนอยู่บนความรุนแรงทางด้านความคิดต่างๆนานาจนนำพาสังคมประเทศชาติเข้าสู่ความเสียหายมากมายไม่เคยเลยแม้สักครั้งที่เมื่อใดชนกลุ่มใดใครก็ตามแต่ที่ใ้้ช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาฉกฉวยช่วงชิงผลประโยชน์ด้วยฐานคิดว่าต้องใช้ความรุนแรงถึงจะได้สิ่งนั้นสิ่งนี้มา ความผาสุกสงบสันติของบ้านเมืองคงยากยิ่งที่จะพบเจอะเจอ

        เป็นไปได้ไหม๊ครับหากเราใ้ช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาหันหน้าเข้าหากันแบ่งปันกันในเรื่องราวที่ดี เธอไม่จำเป็นต้องชนะ ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นผู้แพ้ แต่เราชนะกันทั้งสองฝ่าย โดยใ้ฐานคิดที่ว่า ณ วันนี้เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีที่สุดแต่เราต้องสุดที่ดีให้ได้

        วัลลอฮฺอะลัม (พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงรอบรู้ยิ่ง)...


 มาอ่านย้อนดูพร่ำอะไรไปเนี๊ยะ...อิอิ (เก็บไว้ให้คิดครับ)