๑๙ มกราคม ๒๕๕๓

          เช้านี้หนูตื่นมาจมอยู่ในความคิด เหมือนเวลามันผ่านไปเร็วมาก ๆ ไปวิ่งออกกำลังกาย แต่ไม่ได้ทำวัตรใด ๆ ได้ทำเพียง detox ต้องรีบไปประชุมแล้ว เข้าประชุมแรก ๆ ในหนูก็มีอคติ ไม่ค่อยอยากฟังบางทีก็รู้สึกเบื่อ แต่พอช่วงที่อาจารย์ให้แต่ละคนมาเล่าเคสต่าง ๆ แล้วท่านก็ช่วยงเสริมและเติมงานวิจัย หนูก็มีสียงแย้งในใจ อืม ถึงแนวทางในการปรับ บางทีก็ฟังเรื่องที่อาจารย์เสริม บางทีเหมือนหนูก็ได้ฟังความคิดตนเอง แต่หนูก็รู้สึกว่า ได้ย้อนคิดถึง r2r ในแบบที่ครูสอนมาแปลกดี ทำให้หนูกลับมานั่งเขียน mini r2r ของข้อวัตรตนเอง ว่าอะไร คือ ปัญหา อะไร คือ สาเหตุ แล้วแนวทางแก้คืออะไร

          ตอนเที่ยง ๆ เข้าไปทักทายพี่ ๆ ที่มาจากที่ทำงานเก่า มากันหลายคนทีเดียวค่ะ แต่ละคนก็ถามสาระทุกข์สุขดิบ แต่ก็บอกว่า หนูมาอยู่ที่นี่ดูหมอง ๆ ไป ซูบด้วย แววตาไม่ค่อยมีความสุขเหมือนอยู่ที่ขอนแก่น หนูยิ้ม แล้วก็ทบทวนในตนเอง ก็คนละแบบ ตอนอยู่ที่ขอนแก่นแต่งตัวจัดจ้าน อยู่ที่นี่แต่งเอาสบายคล่องตัว หน้าไม่แต่ง เสื้อผ้าก็ธรรมดา หน้าหมอง ๆ ก็ใช่ เพราะหนูก็ยังหายใจไม่เป็น ตอนอยู่ขอนแก่น ทุกข์ก็ต้องหัวเราะสุขก็ต้องหัวเราะ กลัวคนอื่นรู้ข้างในของตนเอง แต่ตอนนี้ตรงไปตรงมากับความรู้สึกมากขึ้น แต่ก็รู้ว่ายังทุกข์และกังวลอยู่นั่นเอง แต่ก็เป็นสิ่งที่หนูต้องเรียนรู้

          เลิกประชุมกลับมา ดูท่าทางหนูจะงอแง ไม่ยอมไปทำตามความตั้งใจ ขาดความตั้งใจ เพราะให้ความหลง จมในสิ่งต่าง ๆ ครอบงำอยู่ ได้เพียงนั่งวางแผนงานวิจัยที่ตนเองทำอยู่ แล้วบางแว๊บก็นึกสนุกที่ได้ลองทำ และเหมือนรอคอยผลของการทดลอง

          หนูเผลอหลับไป ชีวิตนี่ก็แปลก ตอนที่เผลอนี่เหมือนโดนสูบเวลาหายไปเลยค่ะ ไปเร็วมาก ๆ แทบตั้งตัวไม่ทัน แต่พอมีสติกลับรู้สึกว่า ทุกนาทีมีค่า เวลาเดินช้าลง แปลกจังเลยค่ะ

          ศีล

  1. ไม่ได้ฆ่าสัตว์ค่ะ แต่ก็เพ่งโทษตนเองและผู้อื่น
  2. ไม่ได้หยิบของใคร โดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. ไม่ได้แย่งแฟนใคร
  4. ทำตามข้อวัตรได้ไม่สมบูรณ์
  5. ไม่ได้ดื่มเหล้าค่ะ ขาดสติหลงเพลินไปกับโลก เหมือนหายใจทิ้ง