เมื่อวานวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๒ เวลา ๙.๓๐ น. คุณยายผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ คนหนึ่ง  มาหาฉันเพื่อที่จะบอกให้ฉันไปรับหลานชายมาโรงเรียน

           เนื่องจากวันนี้หลานชายของคุณยายชื่อเด็กชายนามสมมุติ ไม่อยากมาโรงเรียนซึ่งคุณยายสอบถามแล้วหลานชายชี้แจงว่า "ขี้เกียจมาโรงเรียน" และยังนอนไม่ตื่น 

          ฉันได้คุยกับคุณยาย  นับครั้งไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไร  ทำให้ฉันทราบสาเหตุของการเลี้ยงดูของคุณยายมาโดยตลอด  ครั้งนี้คุณยายได้เล่าให้ฟังเหมือนเดิม 

         คุณยายเลี้ยงหลานชายคนนี้มาตั้งแต่อายุ ๔ ขวบ เพราะพ่อแม่ทำงานในโรงงานที่กรุงเทพ  หลานอยากได้อะไรไม่เคยขัดใจเพราะรักหลานมาก  และกลัวพ่อแม่ของหลานจะเสียใจว่าเลี้ยงลูกให้เขาไม่ดี  เสื้อผ้า อาหารการกินคุณยายเตรียมไว้ให้ก่อนมาโรงเรียนทุกวัน หลานขอเงินเท่าไรก็ไม่เคยขัดใจ

         พฤติกรรมของหลานมีมากกว่าที่จะไม่อยากมาโรงเรียนเท่านั้น  คุณยายเข้าใจและทราบเรื่องราวที่ทางโรงเรียนทุกครั้ง แต่คุณยายปกปิดไม่ให้พ่อแม่ของหลานรู้  เพราะกลัวพ่อแม่ของหลานเสียใจนั่นเอง  แม้ว่าฉันอยากจะขอพูดกับพ่อแม่ของเด็กชายนามสมมุติทางโทรศัพท์คุณยายก็ไม่เชิงอนุญาตหรือเต็มใจที่จะให้พูด    ที่ผ่านมาโรงเรียนจะเชิญคุณยายมารับทราบคุณยายก็ไม่เคยมา เมื่อไปเยี่ยมบ้านก็ไม่พบคุณยาย 

         ในที่สุดคุณยายบอกให้ฉันพาคุณยายไปหาผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ฉันบอกคุณยายว่า "ถ้าหากคุณยายไม่สามารถบอกหลานให้มาโรงเรียนได้ และยังตามใจทุกอย่างอยู่แบบนี้  ครูคนไหนก้ไม่สามารถช่วยได้"

         ฉันได้หยิบสมุดบันทึกพฤติกรรมระหว่างเรียนมาให้อ่านให้คุณยายฟัง  ตั้งแต่นักเรียนเลขที่ ๑ เรื่อยไปจนครบ ๒๗ คน  และอ่านเฉพาะของเด็กชายนามสมมุติหลานขอคุณยายอีกต่างหาก แล้วย้อนถามว่าคุณยายว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่หลานมีพฤติกรรมแบบนี้ 

       คุณยายบอกว่ารับไม่ได้  และขอความเห็นว่าจะส่งหลานชายไปให้พ่อแม่เขาเลี้ยงดูดีไหม  เพราะคุณยายเองก็กลุ้มใจและทุกข์ใจมานานแล้ว  ฉันได้ให้ข้อเสนอแนะกับยายว่า "มันไม่ใช่ทางแก้ปัญหาและขอให้ยายไปนำตัวเด็กมาโรงเรียนภายในวันนี้  มาคุยกันก่อนต่อหน้าคุณยายด้วย

        เวลาบ่ายผ่านไปทั้งคุณยายและเด็กชายนามสมมุติก็ยังไม่มาโรงเรียน ฉันให้เพื่อนไปติดตามแล้ว  วันนี้รอความหวัง

        สมุดบันทึกพฤติกรรมเล่มนี้ เป็นสมุดชนิดเล่มใหญ่ที่ฉันจัดทำขึ้นเอง  เป็นการบันทึกหลังสอน  มีไว้สำหรับจดบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนทุกคน ทุกชั่วโมง  ภายหลังที่นักเรียนออกจากห้องเรียนและอ่านให้นักเรียนฟังสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง  นักเรียนส่วนมากขอแก้ไขพฤติกรรมด้วยตนเอง บางส่วนก็ต้องบอกหรือแนะนำเป็นรายบุคคล  เด็กชายนามสมมุติคนนี้อยู่ในกลุ่มนักเรียน ๔ คนที่ยังมีพฤติกรรมน่าเป็นห่วง  ทำให้พวกเขาต้องมาพบกับฉันเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ฉันได้อ่านพฤติกรรมของแต่ละคนให้ทราบและทุกคนยอมรับว่าเป็นจริง  และจะต้องปรัปรุงตัว หรือว่าการบันทึกของฉันเป็นสาเหตุทำให้เด็กไม่อยากมาโรงเรียน 

        การอ่านพฤติกรรมให้นักเรียนฟัง  ฉันได้ทำหลายลักษณะคือการอ่านแบบรวม ๆ ไม่เจาะจงว่าเป็นคนใดคนหนึ่งว่านักเรียนทั้งชั้นมีปัญหาอะไรบ้าง  หรือบางครั้งนักเรียนต้องการให้อ่านแบบเปิดเผยบ้าง    นักเรียนส่วนมากสามารถแก้ไขพฤติกรรมของตนเองได้ดีขึ้นอย่างน่าพอใจ  และมีความภาคภูมิใจที่พฤติกรรมของตนเองได้เปลี่ยนแปลงดีขึ้น