ในที่สุดของความเหนื่อยยาก ความลำบาก อดทน ความพากเพียรพยายาม และความ "มุ่งหวังของอธิการบดี" ที่ปรารถนาจะเห็นสถาบันภาษาของมหาจุฬาเป็นแหล่งศึกษา พัฒนาและเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิตทั้งพระภิกษุสามเณร และคฤหัสถ์ทั่วไป รวมไปถึงประชาชนที่สนใจ ก็มาถึง "วันนี้ที่พวกเรารอคอย" ซึ่งเป็นวันของการเปิด "สถาบันภาษามหาจุฬา" อย่างเ็ป็นทางการในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓

           "ท่านอยากจะไปเรียนเพื่อปรับพื้นภาษาอังกฤษไหม? เพราะ ดร. พระธรรมสามิ เจ้าอาวาสวัดอ๊อกฟอร์ด พุทธวิหารบอกผมว่า ภาษาพูดของท่านใช่ได้ แต่ภาษาเขียนใช่ไ่ม่ได้" พระธรรมโกศาจารย์,ศ.ดร. (ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์) ได้เรียกผู้เขียนเข้าไปหา และถามความประสงค์

           "จะให้ผมไปเรียนไปเรียนที่ไหนครับอาจารย์เจ้าุคุณ" ไม่ทันจบประโยคคำถาม อธิการบดีตอบทัันควันว่า "เมืองอ๊อกฟอร์ด (Oxford) ประเทศอังกฤษ"  และ "ท่านต้องไปศึกษาระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อนำระบบดังกล่าวมาจัดตั้งสถาบันภาษามหาจุฬาฯ"

           คำว่า "สถาับันภาษามหาจุฬา" ผู้เขียนได้ยินจากปากของอธิการบดีครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฏาคม ๒๕๔๙  ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่า "ควรจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน" จะเหมือนกับ "british council" ที่เคยเรียนหรือไม่ ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (University of Oxford) เป็นอย่างไร มีระบบการเรียนการสอนอย่างไร ไม่สามารถที่จะอธิบายในขณะนั้นได้

           เมื่อเดินทางไปพักที่ัวัด Oxford Buddhavihara และได้ใช้เวลา ๑ ปีเต็มในการศึกษา พัฒนาและเรียนรู้ระบบการจัดการศึกษาของสถาบันภาษาทั้งของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด  มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดบรู๊ค (Oxford Brookes University: เป็นวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวในเมืองอ๊อกฟอร์ดที่หลายท่านเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของมหาิวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด)  และสถาบันภาษาอื่นๆ ในเมืองอ๊อกฟอร์ด  

     

Dr. Sarah Ekdawi
(อาจารย์ของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด และปัจจุบันได้เป็นที่ปรึกษาสถาบันภาษามหาจุฬา และได้เดินทางมาสอนภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่มหาจุฬา เมื่อปีที่แล้วเป็นระยะเวลา ๑ เดือน ได้นำผู้เขียนไปเยี่ยมชมศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด)

บรรยากาศภายในศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford)

แกรี่ (Karry) นำผู้เขียนเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาภาษาอังกฤษนานาชาติของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดบรู๊ค เมืองอ๊อกฟอร์ด

                      

ผู้เขียนเข้าเยี่ยมชมศูนย์ภาษาของ SOAS, University of London.

          ผู้เขียนจึงได้นำรูปแบบและแนวทางการพัฒนาสถาบันภาษาทั้งในแ่ง่ของหลักสูตร อาจารย์สอน การบริหารจัดการมาปรับ และประยุกต์ใช้เป็นรูปแบบในการ "จัดตั้งสถาบันภาษามหาจุฬา"  เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า ผู้เขียน และคณะทำงานได้ใช้ระยะเวลา ๑ ปีเต็มอีกเช่นกัน ในการจัดระบบการสอนการสอน ทั้งหลักสูตรที่ได้มีการใช้เรียนในสถาบันภาษาเกือบทุกแห่งในอ๊อกฟอร์ด อาจารย์สอนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด การบริหารจัดการในรูปแบบที่สอดรับกับวัฒนธรรมของสถาบันการศึกษาไทย

          ในที่สุดของความเหนื่อยยาก ความลำบาก อดทน ความพากเพียรพยายาม และความ "มุ่งหวังของอธิการบดี" ที่ปรารถนาจะเห็นสถาบันภาษาของมหาจุฬาเป็นแหล่งศึกษา พัฒนาและเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิตทั้งพระภิกษุสามเณร และคฤหัสถ์ทั่วไป รวมไปถึงประชาชนที่สนใจ ก็มาถึง "วันนี้ที่พวกเรารอคอย" ซึ่งเป็นวันของการเปิด "สถาบันภาษามหาจุฬา" อย่างเ็ป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓

บรรยากาศการเรียนการสอนของสถาบันภาษามหาจุฬาในปัจจุบัน

       ทั้งหมดคือบทสรุปที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า "ไม่มีอะไร ที่คนมีความเพียรทำแล้วไม่สำเร็จ"  เพราะนี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของพุทธพจน์ดังกล่าว "จากศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดถึงสถาบันภาษามหาจุฬา"