เปิดมาตรการเด็ดรัฐบาล ไทยรักไทยในการบรรเทาทุกข์ โยกเงินกองทุน 1.5 แสนล้าน ฝาก ธอส.-ออมสิน-ธ.ก.ส. ช่วยคน ซื้อบ้าน-ลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร 1%
       วราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษวันนี้ ทางกระทรวงการคลังจะเสนอให้มีการโยกเงินฝากของหน่วยงานภาครัฐ ที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินอื่น 1.5-1.6 แสนล้านบาท มาฝากไว้ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้นำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น “ตอนนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างสรุปยอดที่แน่นอนของเงินนอกงบประมาณที่กระจัดกระจายอยู่ และต้องได้รับผลตอบแทนที่ไม่ต่ำกว่าการฝากเงินในแหล่งเดิม” นายวราเทพ กล่าว
       ทางด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เงินที่จะนำมาฝากนั้นจะจำกัดวงแคบไว้ที่ 3 ธนาคารของรัฐ คือ ธอส.  ออมสิน  ธ.ก.ส.   โดยในส่วนของ ธอส. ออมสิน นั้น จะทำหน้าที่ปล่อยกู้ให้กับลูกค้า ประชาชน ข้าราชการ ที่ต้องการซื้อบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าราคาตลาด 0.5-1.0% แต่จะรวมถึงการรีไฟแนนซ์ด้วยหรือไม่นั้นต้องรอมติ เพราะตอนนี้บรรดาข้าราชการ ประชาชน ที่มีเงินเดือนเดือดร้อนหนักจากดอกเบี้ย ข้าวของที่แพงขึ้น     ส่วน ธ.ก.ส. นั้นจะได้ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยกู้เกษตรกรรายละ 1-3 แสนบาท เพื่อบรรเทาทุกข์ในช่วงข้าวของแพงในอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำกว่าปกติ 1%
       นางอรอนงค์ มณีกาญจน์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปการโยกเงินฝากของกองทุนต่าง ๆ ไปไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อปล่อยกู้ให้เกษตรกรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ   สำหรับการโยกเงินกองทุนจะทำได้แต่เงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น เพื่อไม่ให้กองทุนเสียประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ฝากไว้ที่เดิม ซึ่งกำลังดูตัวเลขหากไม่ถึง 3-4 หมื่นล้านบาท อาจจะไม่มีประโยชน์ที่จะโยกเงิน เพราะตอนสิ้นเดือนเมษายน มีเงินกองทุนทั้งหมดที่ฝากไว้แค่ 6-7 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
นางอรอนงค์ กล่าวว่า ตามแผนคลังจะโยกเงินจากกองทุน ที่ส่วนใหญ่ฝากไว้กับธนาคารกรุงไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ ให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อไปปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรในอัตราดอกเบี้ยลดลง 1% จากอัตราดอกเบี้ยปกติที่ประมาณ 7.5% จะทำให้เหลืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้แค่ 6.5%

โพสต์ทูเดย์  2  มิ.ย.  49