"กยศ." โอนเงินสะสม 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนช่วงเปิดเทอมใหม่ ยืนยันจะพยายามโอนเงินให้กับสถานศึกษาเพื่อให้เด็กที่มีสิทธิกู้เงินภายใน 15-20 วัน จากเดิมที่กำหนดให้ได้ภายใน 1 เดือน
       นายเปรมประชา ศุภสมุทร ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการ        การอุดมศึกษา (สกอ.) และ กยศ. ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะให้ กยศ. นำเงินสะสมที่ได้รับจากการชำระหนี้คืนของเด็กนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจาก กยศ. ที่มากกว่า 3,000 ล้านบาท โอนให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. ในส่วนที่ขาดประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับนักเรียน นักศึกษา ที่จะเข้าเรียนในการเปิดเทอมในเดือนมิถุนายนนี้ จนกว่า กรอ. จะมีกฎหมายเป็นของตัวเองในอนาคต   ซึ่งจะสามารถหาช่องทางเพื่อนำเงินมาชำระคืนให้กับ กยศ. ในอนาคตได้   "ปัญหาสำคัญขณะนี้ กรอ. ยังต้องอาศัยระเบียบของกระทรวงการคลัง ในการเบิกจ่ายเงินให้กับเด็กนักเรียน ไม่สามารถที่จะขอกู้เงินจากแหล่งอื่นใด ๆ ได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ดังนั้น กยศ. ต้องนำเงินสะสมที่ กยศ. มีอยู่จำนวนหนึ่งโอนให้ กรอ. เป็นการแก้ไขปัญหาแทน" นายเปรมประชา กล่าว
       ทั้งนี้ กยศ. ยืนยันว่า จะพยายามโอนเงินให้กับสถานศึกษาเพื่อให้เด็กที่มีสิทธิกู้เงินภายใน 15-20 วัน จากเดิม ที่กำหนดว่าจะโอนให้ได้ภายใน 1 เดือน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มั่นใจว่าจะมีเงินเรียนต่อได้แน่นอน โดยกำหนดให้สถานศึกษาต้องส่งรายละเอียดของนักเรียนที่ต้องการเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายนนี้ หากสถานศึกษาใดส่งมาเร็ว กยศ. ก็จะโอนเงินให้ก่อนภายใน 15-20 วัน    อย่างไรก็ตาม ในการกู้เงินจาก กรอ. ในปีนี้ มีเด็กนักศึกษาต้องการกู้ยืมมากถึงร้อยละ 95 ซึ่งได้พยายามใช้เวทีในหลาย ๆ เวที เพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดของการกู้เงินใน กรอ. ที่จะคิดเงินต้นตามอัตราเงินเฟ้อแต่ไม่เกินร้อยละ 5 และคิดดอกเบี้ยทันทีที่กู้เงิน ซึ่งผิดกับกรณีของ กยศ.         ที่คิดดอกเบี้ยเพียงแค่ร้อยละ 1 และให้เวลาปลอดเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 ปี เพราะเกรงว่าบรรดาผู้ปกครองจะเข้าใจผิด   โดยเฉพาะกรณีที่เป็นครอบครัวที่มีความสามารถในการจ่ายเงินค่าเล่าเรียนเองได้ เพราะเท่ากับว่าเป็นการสร้างภาระให้กับลูกหลานในอนาคต เพราะเด็กที่กู้เงินจาก กรอ. จะต้องจ่ายเงินคืนทันทีที่มีรายได้ 16,000
บาทต่อเดือน

กรุงเทพธุรกิจ  เดลินิวส์  1  มิ.ย.  49