วันนี้(15 มค.2553)ไปร่วมกิจกรรมวิ่งวันครู

ได้เจอบุคคลสำคัญที่ฉันและครอบครัวไม่เคยลืมเลย

(คนกลางสวมเสื้อสีชมพูค่ะ)

แม้วันเวลาจะผ่านมานับ 10 ปีแล้วก็ตาม

วันนั้นในอดีตเป็นวันที่หัวใจของเราสองคน ต้องปวดร้าว

กับเหตุการณ์ใหญ่สำหรับครอบครัวเล็กๆอย่างเรา

ที่พอจะลืมตาอ้าปากได้เพียงไม่นาน

ในคืนเดือนแรม ดั่งฤกษ์ โจร! ที่มืดมิด และวังเวง นั้น

ครอบครัวเรากลับจากทำงาน และถึงบ้านในเวลาตี 2 ของวันใหม่

เราจอดรถที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้สามเดือน

ไว้ข้างบ้านแล้วรีบเข้าบ้าน นอนพักผ่อน

 เมื่อวานเพิ่งเปลี่ยนป้ายแดง

 ตื่นเช้ามาสามีแต่งตัว และจะไปเอาของที่รถ

ฉันเห็นเขาเดินกลับมามีสีหน้าอ่อนแรง ฉันมองหน้าเขา

เขาพูดว่ารถเราหาย ฉันใจหาย พูดไม่ออก

ตั้งสติรีบโทรด่วน สายด่วนตีกลับเข้าโรงพัก 

แล้วก็รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

เสียงตอบมาว่า ของตำรวจก็หายครับ

เดี๋ยวคุณเอาหลักฐานมาแสดง และแจ้งความ

ฉันตอบว่า หลักฐานเราอยู่ในรถ

หายไปกับรถพร้อมเงินจำนวนที่ฉันเก็บเอาไว้ในรถ

พรุ่งนี้เราต้องนำเงินเข้าธนาคาร และวันนั้นเราไม่เหลืออะไรเลย

 เพราะความประมาทของฉันเอง....

เราส่งลูกขึ้นรถรับจ้างไปโรงเรียน

 ฉันและสามีต่างโทรศัพท์ถึงผู้บังคับบัญชา

และขออนุญาตลาเพื่อไปแจ้งความ

หลังจากนั้นเราเดินไปขึ้นรถประจำทาง

ซึ่งกว่าจะมานั้นช้ามากๆ

สามีจับมือฉันและพูดว่า เราไม่ล้มหรอกน๊ะ...

แค่นี้เราไม่ล้ม ทำใจให้สบาย

 เราต้องเข้มแข็ง มันเป็นของสมมติ

มันทำให้เราสบายขึ้นก็จริง

แต่มันก็ไม่มีสิทธิ์มาเป็นนายเรา

ถ้าเรารู้สึกเสียดาย

เราจะตกเป็นทาสมัน โอ้โห...

บางครั้งคำพูดบางคำก็ทำให้เกิดความสงบลงได้

แล้วเราก็ต่างคนต่างเข้าโรงเรียนไปทำการสอนเหมือนปกติ

ด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวที่สุด

ชีวิตประจำวันหลังเลิกงานฉันจะเตร็ดเตร่

อยู่ในโรงเรียนทำอะไรเรื่อยไป

 เพื่อรอสามีมารับทุกเย็นวันนี้เขาก็ปฏิบัติเช่นเคย

 ฉันตะลึงเลย เมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งรถมาด้วย

เขามารับฉัน รับลูกกลับบ้าน

เราขอบคุณเขา เขาจากไปด้วยรอยยิ้ม

และพูดว่าทำใจให้เข้มแข็งนะครับ

แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

เรารู้สึกขอบคุณในน้ำใจไมตรีนั้น

 

กลับถึงบ้านโดยไม่รู้จะคุยอะไรกัน

เรื่องที่คุยจึงเป็นประเด็นของตำรวจร้อยเวร

ที่ไม่ใยดีกับทุกข์สุขของราษฏร์

กลับหัวเราะขบขัน และลากเรื่องของเราช้ามาก

(แต่หลังจากนั้นฉันทราบว่าร้อยเวรท่านนี้

ก็ได้รับผลในสิ่งที่เขาทำกับประชาชน)

เช้าวันรุ่งขึ้น สามีฉันโทรบอกผอ.

อีกครั้งเพื่อขออนุญาตลาทำเรื่องที่โรงพักให้เสร็จ

ฉันแต่งตัวพร้อมที่จะไปด้วยกันขณะเดินลงมา

ห้องรับแขก ฉันเห็นผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

เขามานั่งรอเราอยู่ที่เก้าอี้รับแขก

และบอกว่า เอารถของผมไปใช้ก่อน

  พร้อมกับส่งกุญแจรถของเขาให้

สามีฉันมีอาการลังเล

เห็นเขาเอื้อมมือมาจับแล้วส่งกุญแจรถให้

สามีฉันถามเขาว่าท่านจะไปทำงานอย่างไร

เขาตอบว่าผมเตรียมคนมารับผมแล้วไม่ต้องห่วง

ทำธุระของคุณให้เสร็จ เรื่องงานไม่เป็นไรครับ

ไม่มีรถมันจะไม่สะดวก และล่าช้า

เราขอบคุณในความกรุณาของเขาอีกครั้ง

เพียงไม่กี่วัน สามีก็จัดการเรื่องรถกับประกันรถซึ่งยุ่งยากใจมาก

ทั้งๆที่เป็นประกันชั้น 1  จึงเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่เราได้รับ

เพราะความรู้สึกเสียดายเป็นแผลลึกในใจ เวลาต่อมาไม่ถึงเดือน

เราก็ตัดสินใจซื้อใหม่ ฉันยังคงชอบมองรถสีเขียวหัวเป็ด

ที่มีคนขับผ่านสายตาไปทุกครั้ง อาจเป็นเพราะยึดมั่นมันเกินไป

ทั้งๆที่ความจริงมันอาจจะถูกย่อยแยกชิ้นส่วนไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

ตั้งแต่วันเกิดเหตุเป็นต้นมา

เราเพียรพยายามรักษาสภาพจิตใจของเราสองคนให้คืนมา

แม้ว่าลึกๆยังมีอยู่บ้างแต่เราก็ได้พยายามสลัดมันออกไป

เวลาและการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีช่วยให้สภาพจิตที่ดีกลับคืน

ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณในความเอื้ออารีของเขา

ยังเป็นยารักษาอาการของผู้เสียทรัพย์อย่างเราได้

เขาให้กำลังใจ จนปัจจุบันนี้

และสิ่งที่ฉันสัมผัสได้คือเขาพร้อมให้การช่วย

เหลือเพื่อนครูทุกคนเมื่อเขามีโอกาส

ความมีน้ำใจ ความเป็นผู้เสียสละ

และเป็นผู้มีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นเช่นครอบครัวเรา

การกล้าตัดสินใจไม่ลังเลที่จะให้การช่วยเหลือเราทันที

และจากวันนั้น ถึงวันนี้ 

ผู้ชายคนนั้นยังคงอยู่ในใจ

ครอบครัวเราตลอดมา

 

วันนี้ฉันพบเขา และเขาชวนให้ฉันเดินทางไป

คุรุสภาเนื่องในวันครู เพื่อรับรางวัลในวันพรุ่งนี้พร้อมกัน

เขากล่าวเรียบๆง่ายๆว่า"พรุ่งนี้ไปด้วยกันไหมครับ

ผมเอารถตู้โรงเรียนไป"

ดูเหมือนว่าฉันรับปากไปแล้ว เมื่อถึงบ้านฉันกลับเปลี่ยนใจ และโทรไปบอกเขาว่า

ฉันขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยฉันจะเดินทางไปเอง และขอบคุณที่เอื้อเฟื้อ

ฉันคิดว่า ฉันน่าจะรับผิดชอบตัวเองได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือความรู้สึกเกรงใจ

ฉันตั้งใจจะมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้เขาด้วย ณ ที่คุรุสภา

เพราะเขาได้รับรางวัลในฐานะผู้บริหารที่มีผลงานและความดีมากๆคนหนึ่ง

ของสพท.สมุทรสาคร

 ฉันรู้สึกยินดีมาก

เขาสมควรเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้จริงๆ

และไม่เฉพาะรางวัลนี้ที่คุรุสภาจัดให้เท่านั้น

ฉันว่าเขาสมควรได้รับรางวัล "คนดีที่หนึ่งเลย"

และพรุ่งนี้เช้าฉันจะเดินทางไปคุรุสภาโดยให้น้องมารับ

ส่วนสามีฉันจะต้องไปร่วมกิจกรรมวันครูซึ่งจังหวัดสมุทรสาครจัดขึ้น

ฉันอยากจะบอกเขาอีกครั้งว่า

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

"คุณคือครูดีที่สุดเลย"

                    

     ปัจจุบันผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า      

ดร.สมชัย เชาวลิตธาดา

ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ

โรงเรียนเอกชัย

สพป.สมุทรสาคร

เป็นที่ปรึกษาการพัฒนาวิชาชีพครู

เป็นอ.สอนนักศึกษาปริญาโท

ที่สำคัญเขาเป็นคนดี

 

 

ขอบคุณช่อกุหลาบหลายหลากสวยๆจาก

http://gotoknow.org/blog/pimyda/270163 

ขอบคุณค่ะ

บันทึกเพิ่มเติม.................เสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้

ฉันหอบช่อกุหลาบบนั้นกลับบ้าน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

และขอมอบช่อกุหลาบใบเตยหอมช่อนี้ให้ด้วยรักและศรัทธา 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน