ลี้ภัยในชีวิต


เมื่อเห็นความรู้สึกตัวเอง ยามนั่งอยู่ในบ้านยามเย็น นั่งมองชีวิตที่ผ่านมา นั่งมองการเดินทาง นั่งมองความใฝ่ฝัน หลายครั้งที่เห็นบาดแผล หลายครั้งที่ได้ยินเสียงแสดงความยินดี บางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ถึงชีวิตเบื้องหน้าชีวิตเบื้องปลาย เมื่อได้นั่งมองชีวิตจากบ้านในยามเย็น

ลี้ภัยในชีวิต

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

ผมเป็นคน

ที่หลงรักการเดินทาง

รู้สึกเหมือนหายใจได้เต็มปอด

 

ในทุกครั้งที่ออกเดินทาง หรือเพียงได้ก้าวขาออกเดินทาง ผมชอบนั่งมองถนน นั่งมองข้างทาง มองรถและเส้นทางที่เรากำลังจะไป ยิ่งผมออกเดินทางมาเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกตัว ถึงบางสิ่งที่คอยสะกิดใจทุกครั้งเมื่อหมดแรงในชีวิต ยิ่งเดินทางมากเท่าไร ผมยิ่งคิดถึงบ้านและผ้าห่ม

เวลาที่ไม่มีอะไรมากมายในชีวิต

เวลาที่คิดจะปิดสวิชต์ตัวเอง

ขี้เกียจพูดคุยกับใคร

 

ผมอยากกลับบ้าน กลับไปหมกตัวอยู่ในบ้าน กลับไปนอนอ่านหนังสือ กลับไปเปิดโทรทัศน์แล้วนอนอ่านหนังสือ หรือเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ เพียงเพื่อตัวเองจะกลิ้งไปกลิ้งมา เพื่อฟังเสียงจากโทรทัศน์ หรือ กระทั่งนอนหมกตัวข้ามวันข้ามคืน นอนกลางวันตื่นกลางคืน เพื่อนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงชีวิตที่ผ่านมา หรือแม้แต่คิดถึงงานการเบื้องหน้า ที่กองสุมเอาไว้

ยิ่งเดินทางมากขึ้น

ผมยิ่งหลงรักบ้านมากขึ้น

เหมือนเรื่องราวแตกต่างที่คู่ขนาน

 

ในทุกครั้งของการเดินทาง ผมไม่สามารถแบกบ้าน แบกความอบอุ่นของบ้าน และเรื่องราวที่แวดล้อมในบ้านไปกับการเดินทาง และเช่นเดียวที่เวลาหมกตัวอยู่ในบ้าน ผมก็ไม่สามารถออกเดินทาง เพื่อผจญแสงแดด เพื่อลื่นหกล้ม เพื่อนอนขดตัวในถุงนอนท่ามกลางความหนาว เพื่อยืนกางแขนอ้าปากตะโกนกว้างบนยอดเขา ในหลายสิ่งของความแตกต่าง สิ่งเหล่านี้กลับอยู่ด้วยกัน

ยิ่งอยู่บ้านนานเท่าไร ผมยิ่งอยากเดินทาง

ยิ่งเดินทางมากเท่าไร ผมยิ่งคิดถึงบ้าน

ทุกอย่างดูสับสน และ น่าหมั่นไส้

 

ในหลายสิ่งอย่างของความไม่พอดีในชีวิต แต่สำหรับผม ผมมีคำตอบให้กับความแตกต่างเหล่านี้ ผมเคยมีคำถามในทุกครั้งทีเปิดหน้าหนังสือ เพื่อออกเดินทางไปกลางขุนเขา ออกไปย่ำเท้ากลางป่า กลางปางไม้ ออกไปยืนจมกลางเหมืองแร่ และในทุกที่ซึ่งหนังสือจะพาไป

ในทุกครั้งที่อ่าน

ผมยิ่งอยากรู้ อยากสูดกลิ่น

อยากรู้ว่าฝุ่นควัน และ ความร้อนหนาวเป็นเช่นไร

 

ยิ่งอ่านหนังสือมากเท่าไร ยิ่งเหมือนน้าวสายคันธนูในชีวิต ยิ่งจ่อมจมในชีวิตมากเท่าไร ยิ่งเหมือนมีพลังที่คอยปลุกเร้า และกระตุ้นเสมือนว่าต้องออกเดินทาง จะเดินทางมากเดินทางน้อย ค่อยๆเดินทาทาง หรือเร่งรีบเดินทาง วันหนึ่งก็ต้องเดินทางออกไป ไปให้รู้ว่าเบื้องนอกชีวิตเป็นเช่นไร

นอกเหนือจากความสุขความฝัน

ในโลกของการเดินทาง

ที่ชีวิตโหยหา

 

ผมก็เหมือนคนทั่วไป ที่พยายามจะหากระดองเปลือกหนา ไว้คอยหลบภัย ไว้คอยอิงแอบยามพ่ายแพ้กับชีวิต ยามที่ตัวเองคิดอะไรไม่ออก ยามที่ชีวิตเป็นเหมือนกุ้งเหมือนปู ในช่วงลอกคราบชีวิต ทั้งอ่อนแอ ทั้งเชื่องช้า ทั้งพึ่งพาอะไรในตัวเองไม่ได้ เป็นเหมือนไอ้ขี้แพ้ในโลกอันกว้างใหญ่ หรือ เป็นความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสุดท้าย ในแถวขบวนอันเร่าร้อนของผู้คนมากมาย

 

ยามนั้น

ผมจะโหยหาบ้าน

โหยหาเพียงที่นอนที่ซุกตัว

 

ไม่อยากไปไหนไกล อะไรที่เก็บที่ซ่อนไว้ในตู้เย็น สามารถเป็นอาหารได้หมด ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากพูดคุยไม่อยากทักทาย เพราะผมอยากอยู่ตัวเอง อยากนอนอ่านหนังสือ อยากวาดภาพ อยากนั่งเขียนเรื่องราวที่ตัวเองคิด ว่าต้องบันทึกช่วงเวลาบอบช้ำนี้เอาไว้ หรือแม้แต่ดูหนังฟังเพลง เพียงเพื่อสรุปเรื่องราว ว่าตัวเองก้าวขาพลาดในช่วงใด

ไม่มีที่ไหน จะยิ่งใหญ่ไปกว่า

เกราะกำบังชีวิตซึ่งอ่อนแอ

ที่ไม่อาจปกป้องตัวเอง

 

ไม่มีคำตอบของความมากมาย ไม่มีเสียงสรรเสริญเยินยอ หรือ กระทั่งไม่มีเสียงปรบมือชื่นชม แม้ว่าหลายครั้งนั้น ผมจะเสร็จสิ้นจากการทำงาน ด้วยความสำเร็จที่มีคำตอบมอบให้ ในทุกครั้งผมกลับรู้สึกว่า ตัวเองหมดพลังและบอบช้ำ อ่อนแอเกินกว่าจะเร่งรีบ และ ต้องการนอน

ผมไม่ชอบหลับ

แต่ชอบอาการก่อนหลับ

และอาการหลังตื่นนอนขึ้นมา

 

เพราะผมไม่รู้ว่า ตอนนอนตอนหลับนั้นสุขเพียงใด แต่ผมรู้ว่า ช่วงจังหวะในการเคลิ้มก่อนพริ้มตานอน ช่างเป็นเวลาที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ได้เหยียดแข้งเหยียดขาจนสุด บางครั้งอาจพลั้งเผลอไปบาง ที่ไม่รู้ว่าร่างกายอ่อนแอ ก็อาจได้เกร็งตะคริวสักทีสองที หรือแม้แต่ตอนอาลัยอาวรณ์ ยามกำลังจะตื่นนอน ได้กลิ้งไปมาบนที่นอน เพื่อรับรู้ว่านุ่มนวลชีวิตเพียงใด

ยามหลับตาก่อนตื่น เพื่อฟังเสียงรอบข้าง

หากตื่นก่อนรุ่งสาง อาจได้กลิ่นเย็น

ได้ยินเสียงเงียบๆของสิ่งมีชีวิต

 

ได้คิดฝันไปไกล ในสรุปตัวเอง ถึงความเกียจคร้าน อ่อนแอ พ่ายแพ้ ความฮึกเหิม ความไม่มั่นใจ หรืออารมณ์ลำพอง สำคัญตัวเองอย่างผิดๆ ที่มักจะผุดขึ้นมาเสมอ ในยามที่ชีวิตยอมรับกับความเรียบง่าย และในยามที่ชีวิตไม่ซับซ้อน ไม่อยากปกป้อง ไม่อยากแก้ตัว แต่ต้องการคำตอบ

ทุกอย่างล้วนปรากฎ

เมื่อผมแอบลี้ภัยชีวิตในบ้าน

แอบนอนข้ามวันข้ามคืน หรือ ตื่นขึ้นมา

 

เพื่อรำลึกสิ่งที่ผ่านมาผ่านไป และทำความเข้าใจว่า ผมจะไปข้างหน้าเพื่ออะไร คนมากมายที่รำคาญใจ ยามผมอาลัยอาวรณ์ชีวิตอาจหมั่นไส้ประชดประชัน แต่สำหรับผม มีเพียงความคิดเดียว ในยามที่ตัวเองตกต่ำท้อแท้ หรือนอนกลืนน้ำตา ผมจะคิดเพียงคำตอบว่า ตัวเองจะผ่านโมงยามอันยากลำบากไปได้อย่างไร ผมคิดวิธีการเพียงลำพัง และผ่านไปเพียงลำพัง

สำหรับคำตอบในสถานที่แห่งชีวิต

สำหรับคุณค่าของการเดินทาง

ที่แต่ละชีวิต ต่างต้องออกไปก้าวเผชิญโลก

มีโลกที่คู่ขนาน คอยกวักมือเรียกผม ให้ลี้ภัยอยู่เสมอ

 

หมายเลขบันทึก: 328349เขียนเมื่อ 15 มกราคม 2010 17:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (3)

สวัสดีค่ะคุณคติ ดีใจทีได้อ่านบันทึก อ่านแล้วชอบ ชอบมากๆ

สำหรับคำตอบในสถานที่แห่งชีวิต

สำหรับคุณค่าของการเดินทาง

ที่แต่ละชีวิต ต่างต้องออกไปก้าวเผชิญโลก

มีโลกที่คู่ขนาน คอยกวักมือเรียกผม ให้ลี้ภัยอยู่เสมอ

... การเดินทางเดี๋ยวนี้ เริ่มมีความรู้สึกอย่างนี้เกิดขึ้นค่ะ ...

มีความสุขกับทุกเส้นทาง และสุขสันต์วันหยุดกับการม้วนตัวในผ้าห่มอันอบอุ่นนะคะ

สวัสดีครับ คุณ poo

ขอบคุณอย่างยิ่งครับ สำหรับเสียงตอบรับ

ดีใจเช่นกันครับ สำหรับความชื่นชอบ และ คำตอบอันอบอุ่น

สำหรับห้วงเวลาที่ชีวิตได้คิด และ อาจบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่มอบให้ อบอุ่นมากมายกว่าผ้าห่ม ครับ

  • สวัสดีครับ
  • ยังคิดถึงบันทึกที่งดงามแบบนี้อยู่เสมอครับ
  • รักษาสุขภาพนะครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี