คุณครูผู้ได้ชื่อว่าแม่พิมพ์ของชาติ...กว่าใครสักคนจะได้มายืน ณ จุดนี้นับว่าเป็นเรื่องยาก แต่การเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่ดีนั้นและเป็นที่รักของนักเรียนเป็นเรื่องที่ยากกว่า

          

               ก่อนถึงวันครู (  ๑๖ มกราคม)     ผู้เขียนได้มอบหมายงานให้นักเรียนชั้น ม.๖ เขียนเรียงความเรื่อง  "ครูดีที่ฉันรัก"   เพื่อนำไปมอบให้แก่คุณครูที่นักเรียนกล่าวถึงเพื่อเป็น   "ของขวัญวันครู"  

                มีนักเรียนหลายคนที่เขียนเรียงความถึงผู้เขียน     แต่เรียงความที่บอกเล่าตัวตนของผู้เขียนได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นเรียงความฉบับนี้  ซึ่งเด็กที่เขียนใกล้ชิดผู้เขียนมากกว่าใครเพราะเป็นทีมงานยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น       โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานสนับสนุนกองทุนวิจัย (สกว.)  และผู้เขียนเป็นครูที่ปรึกษาต้องเฝ้าดูแลเด็กทั้งห้าคน  จนเสร็จสิ้นโครงการในระยะเวลา  ๖  เดือน

                ในชีวิตของการเป็นครูบอกตัวเองเสมอว่า  "ทำอย่างไรให้นักเรียนอยู่กับเราอย่างมีความสุขและรักวิชาภาษาไทย"   หากครูมีอารมณ์เบิกบานทำให้เด็ก ๆ สนุกสนานไม่เพียงแต่เด็กจะรู้สึกดี   ครูเองก็รู้สึกดีเช่นกัน     ทั้งครูและเด็กเราต่างแบ่งปันความสุขให้กันและกัน..      ในชั่วโมงที่ผู้เขียนสอนจึงมีทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอ..  และบางทีเราก็ต้องยอมเป็นเพื่อนเขาบ้าง   ทำอะไรบ้า ๆ ที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเด็กคาดไม่ถึง  และตัวเองก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำให้เด็กดู...

                เรียงความฉบับนี้วางไว้บนโต๊ะครู    เมื่ออ่านก็รู้สึกประทับใจไม่น้อย  นับเป็นของขวัญวันครูที่มีคุณค่า  เติมเต็มและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณครูให้ทำเพื่อศิษย์ตราบชีวิตจะหาไม่...

                                   "...ชาติยืนยงอยู่ได้เพราะครูดี
                                สำคัญนักหน้าที่เรามีอยู่
                                งานก่อสร้างห้างหอยากพอดู
                                แต่งานครูยากยิ่งกว่าสิ่งใด..."  
                                  
                                      (มล.ปิ่น  มาลากุล)

 
              เพลงนักสู้ภูดอย