สวัสดีครับเพื่อน ๆช่วงนี้ทุกคนคงมีหน้าที่การงานรัดตัวพอสมควรนะครับ ยูมิเองช่วงกลางวันของวันที่ 12 ม.ค.ก็มีการประชุมสายบริหาร พอวันที่ 13 ม.ค. ก็มี 2 รายการประชุมจัดทำแผนของบ ฯ และการเข้าร่วมสัมมนาดูทิศทางของมหาวิทยาลัยจนหมดเวลาราชาการ บวกกับหน้าที่ประจำคือการสอนแล้วพอว่างเลย ทบทวนสิ่งที่ผ่านพบอย่างช่วงขึ้นไปร่วมสัมมนาทางพุทธศาสนานานาชาติ ที่ ม. มจร.วังน้อยนั้น มี ดร. นันทพล โรจนโกศล ผู้เสนอเรื่องพุทธประสาทจริยศาสตร์กับภาวะบกพร่องทางสมอง ( Buddhist Neuroethics and Brain Defectiveness ) เกิดเป็นประเด็นถามกันว่า...จิตควบคุมสมองหรือสมองควบคุมจิตกันแน่แล้วจิตนี้มันอยู่ที่ไหน..? ในท่ามกลางที่ประชุมแห่งนั้นยูมิเลยเสนอมุมคิดว่า...จิตอยู่ในถ้ำคือสมองเพราะแปลมาจากศัพท์บาลีที่เป็นไทยว่า...ถ้ำเป็นที่อยู่แห่งจิต...ถ้ำคือสมอง...และผู้เสนอเรื่องนี้ก็เห็นด้วย ต่อมามีจดหมายน้อยมายื่นให้ถึงมือและขอคุยด้วยโดยบังเอิญเนื้อความในจดหมายดังนี้...
เรียนท่านอาจารย์ ( umi ) จาก ม. ทักษิณ
1 . จิตอยู่ในสมองถูกปกปิดเป็นอย่างดีด้วยกะโหลกศีรษะและค้นหาได้ยากมาก
2 . ส่วนหัวใจคือสถานที่ซึ่ง( จิต )สมองมาใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึกและไม่ถูกปกปิดหาได้ง่ายมากกว่าตัวสมองมาก
3 . ในสมัยพุทธกาล ความรู้เรื่องกายวิภาคมีน้อยไป ดังนั้นคนยุคนั้นจึงคิดว่าจิตอยู่ที่หัวใจ
4 . โดยความจริงในปัจจุบันนี้ คนรู้เรื่องกายวิภาคมากขึ้น จึงพิสูจน์ได้ว่า จิตอยู่ในสมองแน่นอน
เพิ่มเติม...
1 . จิตวิญญาณก็เช่นกันมิได้อยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกายด้วย แต่ส่งต่อเวทนาความรู้สึกไปที่จิตหรือสมองเท่านั้น
2 . ฉะนั้นวิญญาณ 6 จึงไม่จริง-มีแต่หนึ่งเดียวคือ จิตวิญญาณ ในสมองเท่านั้น.
ด้วยความนับถือ
พีระ เกริงกำจรกิจ
เภสัชกร
แม้ในวันที่สองเมื่อเจอกันในห้องสัมมนาทางวิชาการ อ. พีระยังกรุณามอบเอกสารบทความและหนังสือที่เขียนมีชื่อรังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีของ ม. รามด้วย หนังสือนั้นชื่อ บันไดทองแห่งชีวิต.วาว...เจอผู้เดินอยู่บนถนนสายธัมมะธัมโมเข้าแล้วอีกคนต้องที่ยูมิต้องขอขอบคุณในมิตรไมตรีที่มอบให้นะครับผม...นั้นคือการตามหาที่อยู่ของเธอ..?และเธอก็คือจิตนั้นแล...
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมค่ะ
สบายดีไหมค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ umi
*เคยได้ยินพระหลายรูปท่านกล่าวไว้เหมือนดังที่ อ.Umi แสดงไว้ค่ะ..คือจิตอยู่ในถ้ำคูหาคือสติ..เป็นนามธรรม..ไม่แตกดับ..แต่เป็นอิสระ..ท่องเที่ยวในภพภูมิตามวิบากกรรมและกิเลส..จะปฏิสนธิทันที่ร่างกายเสื่อมสลาย..
*นักปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์ จึงเพ่งรวมจิตและสติเป็นหนึ่ง ไม่แส่ส่ายทุรนทุราย เพื่อให้เกิดพลังเป็นเอกัตคตา (ไม่แน่ใจตัวสะกดค่ะ)..นำไปสู่ความสุขสงบปล่อยวาง..อันเป็นบันไดสู่นิพพาน..
ตามหาที่อยู่ของเธอ ... คนนี้สิสำคัญ
ความสัมพันธ์แนบแน่นแฟ้นเสน่หา
ใกล้ชิดกันทุกวี่วันตลอดเวลา
เธอที่ว่า คือ จิต ... ในใจ เธอ ...
...
ระลึกถึงท่านอาจารย์ รังสรรค์ แสงสุข ค่ะท่านเป็นอธิการเป็นที่รู้จักมากๆ ในช่วงสมัยโน้นค่ะ
สวัสดีครับ คุณberger0123
ยังคงเป็นปกติดีอยู่ครับผม...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณประหยัด ช่วยงาน
ใช่แล้วละครับ
หาให้เจอนะครับผม...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
การปฏิบัติธรรมสำคัญอยู่จิตนี้ละนะครับผม...
สวัสดีครับ คุณpoo
สองเราไปด้วยกันตลอดเวลา สองเรานั้นคือ...อิ อิ อิ...
สวัสดีครับ คุณberger0123
เออ...จริงนะเพราะทุกคนล้วนมีคุณครูอยู่เสมอ...
มีความสุขมาก ๆ นะครับผม...
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ umi
เคยได้ยินคำพูดว่า ทุกข์คือความไม่สบายกายไม่สบายใจ.. ดังนั้นเมื่อเจอทุกข์ที่เกิดเพราะใครคนอื่น ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาทางดับทุกข์นั้น ให้กระโดดข้ามให้พ้น หนีออกไปเลย ทีนี้พอจิตสั่งปุ๊บ สมองก็จะสร้างความคิดหาวิธีกระโจนหนีให้ค่ะ เช่น สั่งตา ให้ไปดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ กำลังออกดอก ออกผล ชื่นใจ.. สั่งหูให้ฟังเพลงที่สร้างสรรค์ และไพเราะ.. สั่งจมูกให้สูดดมอากาศบริสุทธิ์.. สั่งมือให้ทำอาหารอร่อยๆ ให้ลิ้นลิ้มชิม.. สั่งร่างกายให้ทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ แทนการออกกำลังกาย.. สั่งใจว่า ทำความดีอย่างน้อยเพื่อกายใจเราเองได้ดีมีสุขค่ะ.. อิ อิ มีความสุขมากๆ นะคะ.. อิ อิ
ท่านอาจารย์หล่อใหญ่ หมายถึงอะไรเอ่ยคะ
... สองเราไปด้วยกันตลอดเวลา สองเรานั้นคือ ...
ฮั่นแน่ เดี๋ยวนี้ท่านอ.เล่นมุขซะหนูตามไม่ทันซะแล้วสิ
ยังหมายถึง จิต ... ใจ ไปด้วยกัน หรือเปล่าเอ่ยคะ
สวัสดีครับ คุณMoon smiles on Venus&Jupiter
วาว ๆ บันทึกได้น่าอ่านจังเลยละครับผม
มีความสุขมาก ๆ เช่นเดียวกันนะครับ...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณpoo
มองได้หลายมุมนะครับผม...อิ อิ อิ
เพราะทุกลิ่งล้วนอิงอาศัยกันและกันไงละจึงเป็น...สองเรา...
เช่น...จิตกับกาย...
...รูปธรรมกับนามธรรม...
...กลางวันกับกลางคืน...ฯลฯ
มาอ่านคำตอบมุขอาจารย์หล่อใหญ่ งั้นคิดตรงกัน ฝันดีค่ะ ;)
สวัสดีครับ คุณpoo
เช่นเดียวกันนะครับ...
ราตรีสวัสดิ์...